BANGKOK
กทม.ชี้แจงราคากลางซื้อเสาจราจรล้มลุก ย้ำเป็นไปตามกฎหมายคุ้มค่างบฯ
กรุงเทพฯ-กทม.ชี้แจงการกำหนดราคากลางจัดซื้อเสาจราจรล้มลุก ย้ำเป็นไปตามกฎหมาย ดำเนินการตามระเบียบเน้นประสิทธิภาพ-คุ้มค่างบประมาณ
นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. กล่าวกรณีมีข้อวิจารณ์ กทม. กำหนดราคากลางจัดซื้อเสาจราจรล้มลุกสะท้อนแสงในราคา 1,600 บาท/อัน เป็นราคาที่สูงกว่าราคาท้องตลาด รวมถึงข้อสังเกตความเหมาะสมของการกำหนดคุณสมบัติและมาตรฐานของวัสดุที่จัดซื้อว่า การกำหนดราคากลางดังกล่าวดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยได้ดำเนินการสืบราคาจากบริษัท หรือห้างร้านต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 3 ราย เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยพิจารณาจากราคาต่ำสุดและมีการเปรียบเทียบกับราคาที่หน่วยงานราชการอื่นกำหนด หรือจัดซื้อ ซึ่งในปีงบประมาณปัจจุบัน ราคากลางที่ สจส. กำหนดมีราคาที่ถูกลง ขณะที่การจัดทำขอบเขตของงาน (TOR) ได้เปิดกว้างให้บริษัท หรือห้างร้าน สามารถเข้ายื่นเสนอราคา เพื่อให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างเป็นธรรม และเพื่อให้ทางราชการได้รับประโยชน์สูงสุด โดยการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดราคากลาง และการสืบราคากลาง ยึดตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อให้เกิดความมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม คุ้มค่ากับการใช้จ่ายงบประมาณและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ
สำหรับงบประมาณปี 2569 สจส. ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อเสาจราจรล้มลุกสะท้อนแสง เพื่อนำมาใช้แก้ไขจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ แก้ไขปัญหาการจราจร และจัดระเบียบการจราจรในภาพรวมของกรุงเทพฯ เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อาทิ การนำไปใช้ในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง การจัดระเบียบการจราจรบริเวณทางร่วม ทางแยก เพื่อป้องกันการตัดกระแสจราจรอย่างกะทันหัน รวมถึงการจัดระเบียบการจราจรในภาพรวม เพื่อให้ระบบการจราจร ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพิ่มความปลอดภัยและความคล่องตัวในการสัญจร
สำหรับคุณสมบัติของวัสดุเสาจราจรล้มลุกสะท้อนแสง มีฐานกว้างขนาด 20–25 เซนติเมตร ความสูงรวมฐาน 75 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของหลักพลาสติกล้มลุก 7–9 เซนติเมตร ผลิตจากพลาสติกเหนียวประเภท Polyurethane ที่มีความยืดหยุ่น สามารถคืนรูปได้อย่างสมบูรณ์เมื่อมีรถวิ่งทับ โดยไม่แตก หรือฉีกขาดง่าย มีความคงทนต่อแรงกระทำจากรถยนต์ และต้องผ่านการทดสอบความทนทานต่อการเหยียบ หรือการกดทับจากยานพาหนะได้ไม่น้อยกว่า 500 ครั้ง อีกทั้งสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมการใช้งานภายนอกได้ดี มีผลการทดสอบแรงดึง (Tensile) และการยืดตัว (Elongation) ตามมาตรฐาน ASTM D-412 หรือเทียบเท่า ติดแผ่นสะท้อนแสงที่มีความยืดหยุ่น โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงของแผ่นสะท้อนแสงแบบที่ 6 ตามตาราง ที่ 9 ของมาตรฐาน มอก. 606-2563 และต้องมีผลการทดสอบแผ่นสะท้อนแสงจากกรมวิทยาศาสตร์บริการ หรือหน่วยงานราชการอื่นที่เชื่อถือได้ พร้อมติดตั้งพุ๊กดร็อปอินขนาดไม่น้อยกว่า 3/8 นิ้ว พร้อมแหวนและน็อต ความยาวไม่น้อยกว่า 7.5 เซนติเมตร สำหรับยึดฐาน หรือใช้พุ๊กแบบเคมี (Chemical bolt) ที่สามารถต้านทานแรงดึงและการถอนสูง พร้อมทั้งต้องมีรับประกันอายุการใช้งานของวัสดุไม่น้อยกว่า 2 ปี

