LEARNING
AUGMENTED CRAFTส่อง-สาน-สาย พลิกโฉม‘หวาย’ด้วยMixed Reality
เมื่อพูดถึง “หวาย” หลายคนจะคุ้นตากับภาพ เก้าอี้โยกของคุณปู่ ตะกร้าสานของคุณยาย หรือเป็นเฟอร์นิเจอร์ขนาดไม่ใหญ่มาก แทบจะไม่เคยเห็นการนำวัสดุหวายไปใช้ในงานโครงสร้าง นั่นเพราะหวายมีข้อจำกัด หรือยังไม่เคยมีใครกล้าท้าทายความเป็นไปได้ของหวายกันแน่!!!

ผลงาน “Augmented Craft” โครงสร้างศาลาหวายที่ดัดโค้งด้วยไอน้ำ (Steam-bent rattan pavilion) ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy Agency - CEA) อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก ในช่วงงาน Bangkok Design Week 2026 เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Studio Igor Pantic คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ (SoA+D) คณะวิศวกรรมศาสตร์ (FoE) และสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดยมีผู้ออกแบบหลักคือ Igor Pantic อาจารย์ประจำของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีในการผสมผสานเทคโนโลยีในกระบวนการทำงานออกแบบสร้างสรรค์
รางวัล “The Best of Bangkok Design Week 2026” ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่คัดเลือกโดย European Product Design Award (EPDA) องค์กรในระดับนานาชาติ หนึ่งในพาร์ตเนอร์ของงาน Bangkok Design Week สะท้อนให้เห็นว่าผลงานชิ้นนี้มีคุณค่าและความน่าสนใจในด้านการออกแบบ เป็นการผสมผสานระหว่างงานฝีมือแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่เข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นโครงสร้างที่อ่อนช้อย งดงาม ซึ่งสะท้อนคุณลักษณะของหวายได้เป็นอย่างดี จนทำให้ผู้ชมและคณะกรรมการได้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆของวัสดุชนิดนี้ ทั้งยังเป็นการตอกย้ำอีกหนึ่งความสำเร็จในการยกระดับการออกแบบของไทยสู่สายตาชาวโลกได้เป็นอย่างดี

ผศ.วราลักษณ์ แผ่นสุวรรณ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) หัวหน้าโครงการ เล่าว่า “Augmented Craft” เป็น “งานเชิงทดลอง” (Experiment) โครงสร้างถูกออกแบบในโปรแกรมสามมิติ Rhino โดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality: AR) ช่วยในการผลิตและสร้างชิ้นงาน หวายจะผ่านการอบด้วยไอน้ำและดัดโค้งตามแบบสามมิติที่สร้างในคอมพิวเตอร์ (3D digital model) โดยมีแว่นตาอัจฉริยะ (HoloLens) เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยในการแสดงแบบสามมิติจากคอมพิวเตอร์ซ้อนทับกับพื้นที่ทำงานจริง ทำให้ผู้ดัดหวายเห็น “เส้นโฮโลแกรม” และสามารถทำการดัดชิ้นส่วนโครงสร้างไปตามเส้นที่มองเห็นผ่าน HoloLens ทำให้ได้ชิ้นส่วนโครงสร้างจริงที่แม่นยำตาม 3D digital model ที่สถาปนิกได้ออกแบบไว้
“เทคโนโลยีชุดนี้ไม่ได้มาแทนช่าง แต่เข้ามาช่วยในการลดขั้นตอนการทำงาน ทำให้เกิดความแม่นยำมากขึ้น ช่างยังคงต้องใช้ทักษะในการดัดและประกอบหวาย ให้เป็นไปตามแบบที่ถูกกำหนดโดยสถาปนิก โดยมี HoloLens เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการสื่อสาร และช่วยให้การผลิตโครงสร้างเป็นไปอย่างแม่นยำ เปิดโอกาสให้สถาปนิกสามารถออกแบบโครงสร้าง หรือรูปทรงสามมิติที่มีความซับซ้อนมากได้ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบเดิม”
ผศ.วราลักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงความเป็นไปได้ใหม่ที่เกิดขึ้นจากการประสานภูมิปัญญากับเทคโนโลยี
