IN NEWS
นายกฯเรียกประชุมหารือแก้ปัญหาเชิงรุก เหตุการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้
กรุงเทพฯ-นายกฯ อนุทิน ประชุมติดตามภารกิจด้านความมั่นคง ในพื้นที่จังหวัดสงขลา สั่งดำเนินงานเชิงรุก พร้อมให้ทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัย เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น. ณ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามภารกิจด้านความมั่นคง ในพื้นที่ภาคใต้ และรับฟังสรุปสถานการณ์โดยรวมของพื้นที่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ภารกิจหลักในวันนี้คือการมาร่วมพระราชทานเพลิงศพผู้อำนวยการโรงเรียน โดยได้ดำเนินการประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือต่างๆ กับครอบครัว และสำนักนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาให้เงินเยียวยาครอบครัวอย่างด่วนแล้ว ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการจะให้การดูแลครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกทั้งสองคนให้ได้รับการศึกษาจนจบปริญญาตรี และยังให้มีโอกาสได้รับตำแหน่งในหน้าที่ราชการ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
“วันนี้มาเพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจต่อสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกิดขึ้นในโรงเรียน ซึ่งต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนครอบครัวด้วย ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัย ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และพื้นที่สาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก การสร้างสังคมที่ปลอดภัยถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงรัฐบาล การทำงานอย่างบูรณาการและการมีส่วนร่วมของชุมชนจะเป็นพลังสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความสงบเรียบร้อยความมั่นคงในระยะยาว
นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้เร่งติดตามดำเนินคดีอย่างเต็มที่ และต้องขยายผลถึงต้นตอ โดยทราบว่ามีเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เป็นแรงจูงใจในการก่อเหตุ ขณะเดียวกันต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยการดำเนินการเชิงรุก
- ยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จัดทำมาตรการรักษาความปลอดภัย โรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งการประเมินความเสี่ยง การซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การจัดระบบเฝ้าระวัง และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และฝ่ายความมั่นคง เพื่อให้สามารถป้องกันและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการซ้อมแผนมีความสำคัญ พร้อมฝากให้ มท. และ ศธ. รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ดำเนินการยกระดับความปลอดภัยด้วย
- จัดการปัญหายาเสพติด ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด (ศอ.ปส.จ.) ขอให้มีการบูรณาการทุกภาคส่วนควบคู่กับการรณรงค์ สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน เริ่มค้นหาผู้ใช้ผู้เสพผู้ติดยา และนำเข้าสู่กระบวนการ บำบัด รักษา ฟื้นฟูปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดทุกระดับอย่างเด็ดขาด ลดวงจรการแพร่ระบาดในหมู่บ้านและชุมชน
- ควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวดและจริงจัง ตร. และ มท. ต้องทบทวนมาตรการควบคุมอาวุธปืนทั้งระบบ โดยมาตรการควบคุมอาวุธปืนทั้งระบบยังคงต้องดำเนินต่อไป
“ในส่วนประเด็นความมั่นคงอื่นๆ วันนี้มาเพื่อรับฟัง และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้เต็มที่ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีการดำเนินการก่อเหตุร้าย ก่อความไม่สงบต่างๆ สิ่งเหล่านี้ทุกครั้งที่ได้รับรายงาน ไม่อยากให้การรายงานนั้นอธิบายประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ หรือรายงานเป็นเรื่องปกติ เป็นการส่งสัญลักษณ์ จะมีการออกมาทักทายอย่างนี้ไม่ได้ เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องมีหน้าที่ปราบปรามให้สิ้นซากเด็ดขาด ซึ่งเชื่อว่าในการทำงานของรัฐบาลร่วมกับกองทัพ และหน่วยงานความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศอ.บต. รัฐบาลสนับสนุนอย่างเต็มที่ สามารถที่จะดำเนินการทุกอย่าง ที่คิดว่าทำแล้วเกิดความสงบสุขความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนและในพื้นที่ ต้องฝากให้วางกลยุทธ์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลยุทธ์ด้านการข่าว เชื่อมั่นว่าในศักยภาพของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ซึ่งบูรณาการทุกหน่วยงาน รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด จะต้องใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ในการบูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพมากสุดและต้องป้องกันและปราบปรามสกัดกั้นการก่อเหตุความไม่สงบ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจกำลังพลด้านความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย เรื่องสิทธิสวัสดิการ กำลังใจของกำลังพลผู้ปฏิบัติงานเรื่องความปลอดภัยต่างๆ การเข้าถึงสิทธิประโยชน์ และการดูแลครอบครัวของเจ้าหน้าที่ รัฐบาลพร้อมที่จะให้การดูแลอย่างเต็มที่
โดยนายกรัฐมนตรียังกล่าวในช่วงหนึ่งของการมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ถึงการจ่ายงบเยียวยาน้ำท่วมผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า วันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เห็นชอบเงินเยียวยาเรียบร้อยแล้ว ในกรณีภัยพิบัติน้ำท่วม หลังคาเรือนละ 9,000 บาท ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาประสานกับอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้โอนงบฯ ไปจังหวัดได้เลย โดยไม่ต้องผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมขอให้เร่งดำเนินการโอนให้กับแต่ละครัวเรือนที่ขึ้นทะเบียนในทันที พร้อมรายงานกลับไปยัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อทำเรื่องรายงานให้คณะรัฐมนตรีรับทราบด้วย
ส่วนเรื่องการฟื้นฟูอำเภอหาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียงที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีชื่นชมที่ดำเนินการฟื้นฟูด้วยความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ และตอนนี้กลับมาเป็นปกติทุกอย่าง ขณะที่รัฐบาลก็ต้องเร่งถอดบทเรียน โดยตามที่รองนายกฯ บวรศักดิ์ ตั้งคณะถอดบทเรียน ทั้งว่าเกิดอะไรขึ้น และควรจะต้องแก้ไขตรงไหน พร้อมได้ย้ำกับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ถอดบทเรียนอย่างหนัก การซีลพื้นที่โรงพยาบาล ห้ามน้ำท่วมโรงพยาบาลเป็นอันขาด จะต้องสร้างผนัง หรือเขื่อนแบบถาวร และห้องผู้ป่วยต่างๆ เพราะไม่เช่นนั้นเมื่อเกิดเหตุแล้ว โรงพยาบาลจะไปทั้งระบบ โดยนายกรัฐมนตรีได้เตรียมที่จะให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ดำเนินการอย่างเร่งด่วน
