BUSINESS
บีโอไอจับมือซัมซุงเร่งใช้ชิ้นส่วนในไทย หนุนผู้ประกอบการเชื่อมซัพพลายเชนโลก
กรุงเทพฯ-บีโอไอ จับมือ “กลุ่มซัมซุง” ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก จัดงาน “Thai Samsung Electronics Sourcing Day” เวทีจับคู่ธุรกิจผู้ประกอบการไทย หนุนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ เปิดโอกาสผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก “กลุ่มซัมซุง” ยืนยันเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องในไทยกว่า 3 หมื่นล้านบาท จ้างงาน 1,900 คน ใช้ Local Content 68% พร้อมช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ตามที่บีโอไอได้ผลักดันนโยบายส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในครั้งนี้ บีโอไอได้ร่วมกับบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลกจากเกาหลีใต้ จัดงานจับคู่เจรจาธุรกิจ “Thai Samsung Electronics Sourcing Day” เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ พัฒนาสปอร์ตรีสอร์ท จังหวัดชลบุรี เพื่อส่งเสริมการจัดซื้อชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตในตลาดโลก โดยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับกลุ่มซัมซุงกว่า 200 คน จาก 71 บริษัท ขณะที่ นายจู ฮยอนแท ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้นำทีมงานฝ่ายจัดซื้อเข้าร่วมงานด้วยตัวเอง พร้อมด้วยผู้บริหารจากสมาคมรับช่วงการผลิตไทย และสมาคม PCB มาร่วมสนับสนุนงานด้วย

กลุ่มซัมซุง เป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของโลก ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2531 ภายใต้ชื่อบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ตั้งโรงงานที่จังหวัดชลบุรี และได้ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของภูมิภาค ปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ จำนวน 8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 30,000 ล้านบาท เพื่อผลิตตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ เตาอบ และเครื่องล้างจาน กำลังการผลิตรวม 15 ล้านเครื่องต่อปี เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยัง 137 ประเทศทั่วโลก และมีการจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 1,900 คน
บริษัท ไทยซัมซุง มีความมุ่งมั่นในการเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบและลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนด้านการขนส่ง การจัดเก็บสินค้าคงคลัง รวมทั้งความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีการจัดซื้อชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วน Local Content ร้อยละ 68 ของมูลค่าชิ้นส่วนทั้งหมด โดยในปี 2569 บริษัทฯ มีเป้าหมายจะเพิ่มการจัดซื้อชิ้นส่วนในประเทศโดยเฉลี่ยให้สูงกว่าร้อยละ 70 โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตู้เย็น ร้อยะ 66 เตาอบ ร้อยละ 69 เครื่องปรับอากาศ ร้อยละ 70 เครื่องซักผ้า ร้อยละ 72 และเครื่องล้างจาน ร้อยละ 73 นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Partner Innovation ที่ช่วยพัฒนาซัพพลายเออร์ เพื่อให้มีศักยภาพในการปรับปรุงการผลิตและคุณภาพชิ้นส่วนให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมเทคโนโลยีด้านการผลิตอัตโนมัติ ทำให้
ซัพพลายเออร์ในไทยสามารถส่งชิ้นส่วนไปขายให้กับกลุ่มซัมซุงที่ต่างประเทศได้ด้วย

สำหรับงาน “Thai Samsung Electronics Sourcing Day” เป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยจะได้รับฟังหลักเกณฑ์การจัดซื้อและรายละเอียดชิ้นส่วนที่บริษัทต้องการจัดซื้อ พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการให้แก่กลุ่มซัมซุงโดยตรง ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนของบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่างซัมซุง เกิดการรับช่วงการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว โดยรายการชิ้นส่วนที่ซัมซุงต้องการจัดซื้อเพิ่มเติมจากในประเทศในครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนโลหะและพลาสติก และอุปกรณ์สำคัญ เช่น คอมเพรสเซอร์และมอเตอร์ เป็นต้น
“บีโอไอ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ โดยที่ผ่านมา บีโอไอได้ร่วมกับพันธมิตรจัดงานเชื่อมโยงผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูปและผู้ผลิตชิ้นส่วนอย่างต่อเนื่อง ทั้งงานใหญ่ประจำปีอย่าง SUBCON Thailand และ Thailand Electronics Circuit Asia (THECA) รวมทั้งงาน Sourcing Day ร่วมกับบริษัทชั้นนำในกลุ่ม EV เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย และยกระดับซัพพลายเชนในประเทศ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ในอนาคต” นายนฤตม์ กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2566–2568) มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนรวม 549 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 195,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของประเทศไทย ท่ามกลางกระแสการย้ายฐานการผลิตของผู้ผลิตชั้นนำจากทั่วโลกที่มองหาแหล่งผลิตที่มีความมั่นคงและพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว
