BANGKOK

เยือนบางกอกใหญ่ชวนแยกขยะก่อนทิ้ง ปั้นสวนโค้งกระเทียมล้อมฝุ่นอู่พ่นสี 



กรุงเทพฯ-(24 ก.พ. 69) เวลา 12.45 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตบางกอกใหญ่ 

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ คอนโดนิช โมโน อิสรภาพ ซอยอิสรภาพ 23/2 ซึ่งเป็นอาคารพักอาศัย ความสูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร ห้องพัก 259 ห้อง มีผู้พักอาศัยและพนักงาน รวมทั้งสิ้น 430 คน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2566 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ ตั้งวางถังขยะรองรับขยะอินทรีย์ในแต่ละชั้น แม่บ้านจะคัดแยกขยะเศษอาหารใส่ในถังรวมที่ห้องพักขยะ เขตฯ จัดเก็บ ในอนาคตจะแจ้งเกษตรกรมารับไปทำอาหารสัตว์ 2.ขยะรีไซเคิล ตั้งวางถังขยะรองรับขยะรีไซเคิลในแต่ละชั้น แม่บ้านรวบรวมไว้ในห้องจัดเก็บ มีผู้มารับซื้อเดือนละ 1 ครั้ง 3.ขยะทั่วไป ตั้งวางถังรองรับขยะทั่วไปในแต่ละชั้น แม่บ้านรวบรวมไว้ในห้องพักขยะ เขตฯ จัดเก็บ 4.ขยะอันตราย กำหนดจุดทิ้งขยะอันตราย แจ้งเขตฯ จัดเก็บ สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 260 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 220 กิโลกรัม/วัน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 20 กิโลกรัม/วัน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 20 กิโลกรัม/วัน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 0.06 กิโลกรัม/วัน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะทั่วไปและขยะรีไซเคิลที่สามารถคัดแยกออกมาได้อีก รวมถึงนำขยะเศษอาหารมาทำปุ๋ยในถังหมักรักษ์โลก บริเวณพื้นที่ว่างข้างห้องพักขยะ ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน 

สำรวจสวน 15 นาที สวนโค้งกระเทียม ซอยจรัญสนิทวงศ์ 12 ซึ่งเขตฯ ได้พัฒนาพื้นที่ว่างข้างลานกีฬาชุมชนโค้งกระเทียม ปรับปรุงภูมิทัศน์เป็นสวน 15 นาที จัดทำทางเดิน ตั้งวางม้านั่ง จัดทำซุ้มไม้เลื้อย ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับ อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่เดิมภายในสวน ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเขตฯ ร่วมกันปลูกต้นมะกอก เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มความร่มรื่นสวยงามภายในสวนดังกล่าว ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 1 แห่ง คือ สวนบางกอกใหญ่ พื้นที่ 3,428 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนกลิ่นพิกุล พื้นที่ 1,600 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 2.สวนอิสรภาพ พื้นที่ 28 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของวัดใหม่พิเรนทร์ 3.สวนรุ่งอรุณ พื้นที่ 184 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของวัดอรุณราชวราราม 4.สวนสยามบางกอกใหญ่ พื้นที่ 676 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของสำนักการโยธา 5.สวนริมคลองบางหลวง พื้นที่ 400 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของที่ราชพัสดุ 6.สวนริมทางเท้าเพชรเกษม 18 พื้นที่ 120 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของสำนักการโยธา 7.สวนศรีบวรวัดดีดวด ซอยจรัญสนิทวงศ์ 12 พื้นที่ 400 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของวัดดีดวด 8.สวนนันทนาการบางกอกใหญ่ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 2 พื้นที่ 228 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 9.สวนบางกอกใหญ่ภิรมย์ พื้นที่ 2,400 ตารางเมตร กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 10.สวนโค้งกระเทียม พื้นที่ 2,880 ตารางเมตร ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบหมายให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลสวนให้เป็นปัจจุบัน แยกประเภทว่าเป็นสวนเดิมที่มีอยู่แล้วแต่พัฒนาให้ดีขึ้น หรือเป็นสวนที่จัดทำขึ้นใหม่ เพื่อลงในบัญชีสวนของสำนักสิ่งแวดล้อมให้ถูกต้อง ปรับปรุงข้อมูลสวนให้ตรงกัน รวมถึงสำรวจพื้นที่ว่างที่มีความเหมาะสมเพื่อจัดทำสวน 15 นาทีให้ครบทั้ง 10 แห่ง โดยออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในสวนให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง 

ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 บริษัท พี.ที.พี เซอร์วิส จำกัด ถนนเพชรเกษม ซึ่งประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทการต่อ ประกอบ เคาะ ปะผุ พ่นสี พ่นสารกันสนิมยานยนต์ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด ตรวจสอบห้องอบสีและห้องพ่นสีตามรอบที่กำหนดให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นสารเคมีระเหยออกไปนอกพื้นที่ นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 กำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมค่าฝุ่น PM2.5 ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รวมถึงป้องกันมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 

พร้อมกันนี้ ได้สอบถามถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ ไม่มีพื้นที่ทำการค้าแล้ว ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า จำนวน 5 จุด รวมผู้ค้า 20 ราย ได้แก่ 1.ถนนอรุณอมรินทร์ ตั้งแต่หน้าวัดเครือวัลย์ ถึงแยกวังเดิม ผู้ค้า 4 ราย 2.ถนนอิสรภาพ ตั้งแต่ซอยอิสรภาพ 28 ถึงซอยอิสรภาพ 42/1 ผู้ค้า 3 ราย 3.แยกพาณิชยการธนบุรี ตั้งแต่ปากซอยแยกพาณิชยการธนบุรี ถึงชุมชนริมคลองบางกอกใหญ่ ผู้ค้า 3 ราย 4.ถนนรัชดาภิเษก-ถนนจรัญสนิทวงศ์ ฝั่งขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่หน้าสำนักงานเขตบางกอกใหญ่ ถึงซอยจรัญสนิทวงศ์ 17 และซอยจรัญสนิทวงศ์ 14 ผู้ค้า 6 ราย 5.ถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่ซอยจำเนียรสุข 1 และซอยเชิงสะพานเนาวจำเนียร ถึงซอยเพชรเกษม 17/1 และซอยเพชรเกษม 18/1 ผู้ค้า 4 ราย 

ในการนี้มี นายเกียรติวิสุทธิ์ เพ็ชรหมื่นไวย ผู้อำนวยการเขตบางกอกใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตบางกอกใหญ่ ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล