OPINION
พันธนาแห่งรอยยิ้มในศตวรรษใหม่: กรงขังที่ไร้ซี่กรงThe Great Reset โดย: ฟอนต์ สีดำ
บทนำ: รุ่งอรุณแห่งการจัดระเบียบใหม่หรืออัสดงคตแห่งเสรีภาพ?
ในห้วงเวลาที่โลกเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่ถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นยักษ์ที่ไม่รู้จักจบสิ้น ทั้งจากโรคระบาด ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการล่มสลายของระบบนิเวศ คำกล่าวอ้างถึงการ "ปฏิรูปครั้งใหญ่" หรือ "The Great Reset" ได้อุบัติขึ้นราวกับแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จากฟากฝ้าของเหล่าชนชั้นนำระดับโลก ณ สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum - WEF) ทว่า ภายใต้คำสัญญาอันแสนหวานถึงความเท่าเทียม ความยั่งยืน และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี กลับมีเสียงสะท้อนที่แฝงไปด้วยความพรั่นพรึงว่า นี่อาจไม่ใช่การปลดปล่อยมนุษยชาติ แต่คือการจัดระเบียบ "กรงขัง" รูปแบบใหม่ที่ละเมียดละไมจนเราอาจไม่รู้สึกตัวว่ากำลังถูกจองจำ

1. นิยามแห่งการรีเซ็ต: เมื่อกรรมสิทธิ์ถูกแทนที่ด้วยการเช่าซื้อจิตวิญญาณ
หัวใจสำคัญประการหนึ่งของ The Great Reset Schwab, K., & Malleret, T. (2020). ได้หยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์คือแนวคิดที่ว่า "You will own nothing, and be happy" (คุณจะไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งใดเลย แต่คุณจะมีความสุข) ในเชิงวรรณกรรม นี่คือการพรรณนาถึงโลกยูโทเปียที่ไร้ภาระ ทว่าในเชิงวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง นี่คือการเปลี่ยนผ่านจาก "ทุนนิยมแห่งความเป็นเจ้าของ" (Ownership Capitalism) ไปสู่ "ทุนนิยมแห่งการใช้สอย" (Access Economy หรือ Stakeholder Capitalism)
เมื่อมนุษย์ไม่สามารถครอบครองปัจจัยพื้นฐานในชีวิตได้ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ หรือแม้แต่เครื่องมือในการประกอบอาชีพ แต่กลับต้องพึ่งพาระบบการเช่าใช้ (Subscription Model) จากแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการสูญเสียอำนาจต่อรองและการพึ่งพาตนเอง เรากลายเป็นผู้อาศัยในอาณาจักรของผู้อื่นตลอดกาล กรงขังในที่นี้จึงไม่ใช่กำแพงเหล็ก แต่เป็น "สัญญาเช่า" ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ซึ่งผูกมัดเราไว้กับระบบที่ผู้ควบคุมสามารถ "ปิดสวิตช์" ตัวตนทางเศรษฐกิจของเราได้เพียงปลายนิ้ว
2. กรงขังดิจิทัล: อัลกอริทึมผู้พิพากษาและคุกที่มองไม่เห็น
ในยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 Harari, Y. N. (2018). ได้เอ่ยถึงเทคโนโลยีไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่คือสภาพแวดล้อมที่เราหายใจเข้าออก การก้าวเข้าสู่ The Great Reset มาพร้อมกับการผลักดันระบบอัตลักษณ์ดิจิทัล (Digital ID) และสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ซึ่งหากมองผ่านเลนส์ของวรรณกรรมดิสโทเปีย (Dystopia) สิ่งเหล่านี้คือ "สายตาของบิ๊กบราเธอร์" ที่ไม่เคยหลับใหล
Zuboff, S. (2019). ได้กล่าวถึงข้อมูลมหาศาล (Big Data) ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ พยากรณ์ และควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ผ่านระบบคะแนนทางสังคม (Social Credit System) เมื่อทุกย่างก้าวในโลกเสมือนและโลกจริงถูกบันทึกและให้คะแนน เสรีภาพในการคิดและแสดงออกจะค่อยๆ ถูกบีบอัดให้เหลือเพียงเส้นทางที่ระบบกำหนดไว้ ใครที่เดินนอกลู่นอกทางอาจถูกตัดสิทธิ์จากการเข้าถึงบริการทางการเงินหรือการเดินทาง นี่คือ "กรงขังดิจิทัล" ที่ไร้ซี่กรง ทว่าแน่นหนายิ่งกว่าคุกใดๆ เพราะมันจองจำเราไว้ในความกลัวที่จะถูกระบบปฏิเสธ

3. ความเหลื่อมล้ำในคราบของความเท่าเทียม
The Great Reset จากรายงานการประชุม World Economic Forum (WEF). อ้างถึงความจำเป็นในการลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ทว่าในทางปฏิบัติ การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่องค์กรระดับโลกและบรรษัทข้ามชาติกลับยิ่งตอกย้ำโครงสร้างแบบ "นีโอ-ฟิวดัลลิสม์" (Neo-Feudalism) หรือระบบศักดินาใหม่ ชนชั้นนำผู้ถือครองข้อมูลและเทคโนโลยีกลายเป็น "เจ้าที่ดินดิจิทัล" ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่กลายเป็น "แรงงานแพลตฟอร์ม" ที่ต้องทำงานภายใต้เงื่อนไขที่ถูกกำหนดโดยอัลกอริทึม
ความมั่งคั่งไม่ได้ถูกกระจายออกไปอย่างที่โฆษณาได้ถูกพูดถึงโดย The United Nations (UN). เรื่อง Transforming our world: the 2030 Agenda for Sustainable Development. แต่ถูกจัดระเบียบใหม่ให้ไหลเข้าสู่ศูนย์กลางที่มีการควบคุมสูง การอ้างถึงความยั่งยืนและการรักษ์โลกถูกใช้เป็นเหตุผลธรรมในการออกกฎระเบียบที่บีบคั้นผู้ประกอบการรายย่อย แต่กลับเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทขนาดใหญ่ที่มีกำลังทุนในการปรับตัวตามเกณฑ์การวัดผลที่ซับซ้อน
4. ทางเลือกหรือทางรอด: การตื่นรู้กลางสมรภูมิทางความคิด
บทความของ Zuboff, S. (2019). เรื่อง The Age of Surveillance Capitalism: The Fight for a Human Future at the New Frontier of Power. ได้กระตุกเตือนให้เรามองเห็นภาพรวมของแผนการที่ดูเหมือนจะลุ่มลึกและเป็นระบบ การเดินทางไปสู่ The Great Reset ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นทางเลือกที่ถูกนำเสนอให้เรายอมรับโดยดุษณีผ่านวิกฤตการณ์ที่ถูกสร้างหรือถูกขยายความให้ดูรุนแรง (Crisis-driven policy) เมื่อมนุษย์ตกอยู่ในความกลัว พวกเขาจะยอมแลกเสรีภาพกับความปลอดภัย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินเข้าสู่กรงขังด้วยตนเอง
บทสรุป: ทวงคืนความเป็นมนุษย์ในโลกที่ถูกเซ็ตใหม่
การวิพากษ์ The Great Reset ไม่ใช่การปฏิเสธความก้าวหน้าหรือการเพิกเฉยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ทว่าเป็นการเรียกร้องให้เราตระหนักถึง "คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์" ที่ไม่ควรถูกลดทอนให้เป็นเพียงจุดข้อมูล (Data Point) ในระบบจัดการทรัพย์สินของใครคนใดคนหนึ่ง กรงขังที่แท้จริงไม่ใช่การขาดแคลนเทคโนโลยี แต่คือการสูญเสียเจตจำนงอิสระ (Free Will) ไปกับการชี้นำของระบบ
การที่เราจะรอดพ้นจากกรงขังนี้ได้ มิใช่ด้วยการทำลายเทคโนโลยี แต่ด้วยการสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางปัญญา" การตั้งคำถามต่อที่มาของอำนาจ และการรักษาไว้ซึ่งกรรมสิทธิ์ในตนเอง ทั้งในทางกายภาพและจิตวิญญาณ เพื่อให้การ "รีเซ็ต" โลกในครั้งต่อไป เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ยึดเอาหัวใจของความเป็นมนุษย์เป็นที่ตั้งอย่างแท้จริง

แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (References):
1. Schwab, K., & Malleret, T. (2020). COVID-19: The Great Reset. Forum Publishing. (หนังสือต้นฉบับที่นำเสนอแนวคิดโดยประธาน WEF)
2. World Economic Forum (WEF). The Great Reset Initiative. เข้าถึงได้จากเว็บไซต์ทางการของ WEF (แหล่งข้อมูลหลักเกี่ยวกับแผนการและเป้าหมาย)
3. Harari, Y. N. (2018). 21 Lessons for the 21st Century. Spiegel & Grau. (การวิเคราะห์เรื่องผลกระทบของ AI และ Big Data ต่อเสรีภาพของมนุษย์)
4. Zuboff, S. (2019). The Age of Surveillance Capitalism: The Fight for a Human Future at the New Frontier of Power. PublicAffairs. (หนังสือวิชาการที่อธิบายเรื่องการใช้ข้อมูลควบคุมพฤติกรรมมนุษย์)
5. The United Nations (UN). Transforming our world: the 2030 Agenda for Sustainable Development. (เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งมีความสอดคล้องกับโครงสร้างการรีเซ็ตโลก)
