BANGKOK
เขตธนบุรีตรวจข้อร้องเรียนต่อเติมอาคาร ในซ.อินทรพิทักษ์3สั่งเข้มตามอำนาจ
กรุงเทพฯ-ว่าที่ร้อยตรี เดชาธร แสงอำนาจ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี กทม. กล่าวกรณีมีข้อร้องเรียนการต่อเติมอาคารในซอยอินทรพิทักษ์ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตและผู้พักอาศัยในอาคารดังกล่าวก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญและก่อให้เกิดปัญหามลพิษในพื้นที่ว่า การกล่าวอ้างถึงความเสียหาย ความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย การทรุดตัวของวัสดุ หรือกรณีวัสดุร่วงหล่นจากอาคาร เป็นข้อกล่าวอ้างที่จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยอาศัยพยานหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะการก่อสร้าง ระยะเวลา หรือปีที่ดำเนินการก่อสร้าง หรือดัดแปลงอาคาร ซึ่งข้อมูลดังกล่าวยังไม่ปรากฏอย่างชัดเจนในคำร้อง ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาทุกครั้งที่ผ่านมา ตามข้อมูลและช่วงเวลาที่ผู้ร้องแจ้ง ไม่ปรากฏการดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือการต่อเติมอาคารขณะตรวจสอบแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกผลการตรวจสอบตามสภาพข้อเท็จจริงที่ปรากฏไว้ในระบบ
สำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าบ้านหลังดังกล่าวมีพฤติการณ์ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญจากการวางเศษอาหาร การสะสมวัสดุ และการใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิงก่อเตาไฟบริเวณหน้าบ้าน อันอาจเข้าข่ายเป็นเหตุรำคาญตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 สำนักงานเขตฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่อย่างต่อเนื่องภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียน โดยลงพื้นที่หลายครั้งในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ทั้งในเวลาราชการและภายหลังได้รับแจ้งเหตุเร่งด่วน พร้อมทั้งติดต่อประสานงานทางโทรศัพท์กับเจ้าของอาคาร ผู้แทนเจ้าของอาคาร และผู้พักอาศัย เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและเร่งรัดการปรับปรุงแก้ไข รวมถึงจัดทำบันทึกการตรวจสอบ รายงานการปฏิบัติงานและรวบรวมพยานหลักฐาน เช่น ภาพถ่ายสภาพแวดล้อม ณ ขณะตรวจสอบ รวมถึงการให้ถ้อยคำของผู้เกี่ยวข้องไว้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในหลายช่วงเวลา พบว่าบางครั้งปรากฏการวางเศษอาหารและวัสดุบางส่วนบริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งอาจก่อให้เกิดกลิ่นในระดับเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม หลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ไม่พบการก่อเตาไฟ ไม่พบกลุ่มควัน หรือพฤติการณ์ที่ปรากฏโดยชัดแจ้งว่าเข้าลักษณะเป็น “เหตุรำคาญ” ตามองค์ประกอบแห่งกฎหมาย
ส่วนประเด็นผลกระทบต่อบ้านข้างเคียง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้พักอาศัยในอาคารที่ตั้งอยู่ติดกับบ้านหลังดังกล่าวโดยตรง รวมถึงประชาชนบริเวณใกล้เคียง จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่ไม่ปรากฏร่องรอยความเสียหายจากปลวก หรือสัตว์พาหะนำโรคตามที่กล่าวอ้าง ขณะที่ผู้พักอาศัยบ้านที่อยู่ติดกันให้ข้อมูลว่า ณ ช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่สอบถามมิได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากการก่อเตาไฟ กลิ่นควัน หรือกลิ่นรบกวนแต่อย่างใด อีกทั้งจากการสอบถามประชาชนภายในซอยอินทรพิทักษ์ 3 และบริเวณโดยรอบ ไม่ปรากฏข้อร้องเรียนเพิ่มเติม หรือข้อมูลยืนยันว่ามีผลกระทบในลักษณะเป็นวงกว้าง หรือส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของชุมชนในภาพรวมแต่อย่างใด ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงดังกล่าวได้นำมาประกอบการพิจารณาทางกฎหมายร่วมกับพยานหลักฐานอื่นอย่างรอบคอบแล้ว อย่างไรก็ตาม สำนักงานเขตฯ ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุขฯ ออกแบบตรวจแนะนำและออกคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้เจ้าของอาคารดำเนินการปรับปรุงแก้ไขด้านสุขลักษณะภายในอาคารและบริเวณโดยรอบ เพื่อมิให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค หรือพาหะนำโรค พร้อมกำหนดระยะเวลาการดำเนินการ และแจ้งผลทางกฎหมายในกรณีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างชัดเจน โดยผู้แทนเจ้าของอาคารได้ให้ความร่วมมือเข้าพบเจ้าหน้าที่ ให้ถ้อยคำเป็นลายลักษณ์อักษร และติดตามกำชับผู้เช่าให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งการจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจตรวจตราพื้นที่สาธารณะอย่างสม่ำเสมอ ประสานสถานีตำรวจนครบาล (สน.) บางยี่เรือ เพื่อสนับสนุนการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และประสานหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ให้คำแนะนำด้านสุขลักษณะและพฤติกรรมสุขภาพแก่ผู้พักอาศัย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรอบด้านและยั่งยืน
สำหรับประเด็นข้อกล่าวหาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตฯ ในการบันทึกข้อมูลในระบบรับเรื่องร้องเรียนของ กทม. อาจเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ยืนยันเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตฯ ได้บันทึกข้อมูลและผลการตรวจสอบในระบบ Traffy Fondue ตามสภาพข้อเท็จจริงที่ตรวจพบในขณะลงพื้นที่ตรวจสอบจริงทุกครั้ง โดยอาศัยข้อมูลสถานที่ เลขที่อาคาร และหลักฐานที่ผู้ร้องแจ้งไว้ในระบบ ณ เวลานั้น จนถึงปัจจุบันไม่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานใหม่ใดที่แสดงว่า ในขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้มีการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือการต่อเติมอาคารเกิดขึ้นตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง การยืนยันข้อกล่าวหาเดิมซ้ำโดยมิได้แสดงพยานหลักฐานใหม่ที่แตกต่างจากเดิม จึงไม่ทำให้การบันทึกข้อมูลตามข้อเท็จจริงในขณะตรวจสอบกลายเป็น “ข้อมูลอันเป็นเท็จ” ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด
ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยสุจริต รอบคอบ และต่อเนื่อง มิได้ละเลย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด และจากข้อเท็จจริงในปัจจุบันยังไม่ปรากฏพฤติการณ์ที่ชัดแจ้งว่าเข้าลักษณะเป็นเหตุรำคาญตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากปรากฏพยานหลักฐานเพิ่มเติม หรือมีการกระทำที่ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นในภายหน้า สำนักงานเขตฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไปทันที
