LIFE & STYLE

ปลัดฯท่องเที่ยวยันเงินเยียวยามีพร้อมแล้ว แต่สถานการณ์ในตอ.กลางยังดูแลได้



กรุงเทพฯ-3 มีนาคม 2569 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงกรณีเงินเยียวยา 2,000 บาทนั้น ว่าที่ผ่านมากระทรวงฯมีกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและมีระเบียบการจ่ายเงิน และการช่วยเหลือที่ชัดเจน ซึ่งจ่ายให้กับผู้ประกอบการไทย ที่รับภาระดูแลนักท่องเที่ยวตกค้างตามโรงแรม และสถานที่ต่างๆ เช่น กรณีที่มีปิดสนามบิน แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงระเบียบ เนื่องจากมีข้อจำกัดงบประมาณ แต่อย่างไรก็ดีมาตรการช่วยเหลือ เยียวยานักท่องเที่ยว ยังมีอยู่มีระเบียบ และหลักเกณฑ์การจ่ายเงินดังกล่าว เช่น กรณีนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ที่ถูกไฟเผา กระทรวงฯเยียวยาค่ารักษาพยาบาล ญาติที่มาดูแลเป็นต้น โดยกองทุนจะตั้งเรื่องของบกลาง ที่รัฐบาลจัดสรรให้ในแต่ละปี

สำหรับกรณีนักท่องเที่ยวตกค้าง จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ในขณะนี้ กระทรวง ฯ ไม่นิ่งนอนใจจึงได้ไปดูระเบียบการปฏิบัติที่ผ่านมาและหารือกับผู้ประกอบการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวซึ่งที่ผ่านมาหากสถานการณ์ยืดเยื้อกระทรวง ฯ จะใช้เงินจากกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจ่ายเยียวยาให้กับผู้ประกอบการเช่นโรงแรมร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวพำนัก จะใช้เงินจากกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจ่ายเยียวยาให้กับผู้ประกอบการเช่นโรงแรมร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวพำนักอยู่ ในอัตราเฉลี่ยวันละ 2000 บาทต่อรายโดยจ่ายให้กับผู้ประกอบการ คือเหมาจ่ายค่าที่พักและอาหาร ไม่ใช่จ่ายนักท่องเที่ยว

จึงขอชี้แจงให้ชัดเจนว่าการจ่ายเงินเยียวยารายละ 2000 บาทนั้นจะจ่ายก็เมื่อสถานการณ์เกิดความรุนแรงยืดเยื้อและผู้ประกอบการโรงแรมหรือภาคส่วนต่างๆไม่สามารถรองรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดูแลนักท่องเที่ยวที่ติดค้างตามโรงแรมได้

แต่ทั้งนี้กระทรวงฯ ได้ประเมินสถานการณ์รายวันว่าเหตุการณ์จะมีมีแนวโน้มไปทิศทางใดเพื่อเตรียมการรองรับการช่วยเหลือในขั้นตอนต่อไป

ปลัดฯท่องเที่ยวยันเงินเยียวยามีในระเบียบ เพื่อช่วยผู้ประกอบการ แต่สถานการณ์ยังดูแลได้

 นางสาวนัทรียา ชี้แจงกรณีเงินเยียวยา 2,000 บาทนั้น ว่าที่ผ่านมากระทรวงฯมีกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและมีระเบียบการจ่ายเงิน และการช่วยเหลือที่ชัดเจน ซึ่งจ่ายให้กับผู้ประกอบการไทย ที่รับภาระดูแลนักท่องเที่ยวตกค้างตามโรงแรม และสถานที่ต่างๆ เช่น กรณีที่มีปิดสนามบิน แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงระเบียบ เนื่องจากมีข้อจำกัดงบประมาณ แต่อย่างไรก็ดีมาตรการช่วยเหลือ เยียวยานักท่องเที่ยว ยังมีอยู่มีระเบียบ และหลักเกณฑ์การจ่ายเงินดังกล่าว เช่น กรณีนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ที่ถูกไฟเผา กระทรวงฯเยียวยาค่ารักษาพยาบาล ญาติที่มาดูแลเป็นต้น โดยกองทุนจะตั้งเรื่องของบกลาง ที่รัฐบาลจัดสรรให้ในแต่ละปี

สำหรับกรณีนักท่องเที่ยวตกค้าง จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ในขณะนี้ กระทรวง ฯ ไม่นิ่งนอนใจจึงได้ไปดูระเบียบการปฏิบัติที่ผ่านมาและหารือกับผู้ประกอบการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวซึ่งที่ผ่านมาหากสถานการณ์ยืดเยื้อกระทรวง ฯ จะใช้เงินจากกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจ่ายเยียวยาให้กับผู้ประกอบการเช่นโรงแรมร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวพำนัก จะใช้เงินจากกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจ่ายเยียวยาให้กับผู้ประกอบการเช่นโรงแรมร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวพำนักอยู่ ในอัตราเฉลี่ยวันละ 2000 บาทต่อรายโดยจ่ายให้กับผู้ประกอบการ คือเหมาจ่ายค่าที่พักและอาหาร ไม่ใช่จ่ายนักท่องเที่ยว

จึงขอชี้แจงให้ชัดเจนว่าการจ่ายเงินเยียวยารายละ 2000 บาทนั้นจะจ่ายก็เมื่อสถานการณ์เกิดความรุนแรงยืดเยื้อและผู้ประกอบการโรงแรมหรือภาคส่วนต่างๆไม่สามารถรองรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดูแลนักท่องเที่ยวที่ติดค้างตามโรงแรมได้แต่ทั้งนี้กระทรวงฯ ได้ประเมินสถานการณ์รายวันว่าเหตุการณ์จะมีมีแนวโน้มไปทิศทางใดเพื่อเตรียมการรองรับการช่วยเหลือในขั้นตอนต่อไปกระทรวงท่องเที่ยวฯ เร่งดูแลประสานงานนักท่องเที่ยวติดค้างพร้อมบูรณาการทุกภาคส่วนยึดความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ติดตามสถานการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยว ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบ ต่อเนื่อง

วันนี้เวลา12.00 น มีการยกเลิกเที่ยวบินในตะวันออกกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ส่งผลให้มีการปิดน่านฟ้าในเส้นทางการบิน
การยกเลิกเที่ยวบินประจำวันที่ 3 มีนาคม 2569
1) กระบี่ ยกเลิกขาออก 3 เที่ยวบิน
2) เชียงใหม่ ยกเลิกขาออก 1เที่ยวบิน (เชียงใหม่-อาบูดาบี)
3) ภูเก็ต ยกเลิก 14 เที่ยวบิน (ขาเข้า 6 เที่ยวบิน และขาออก 8 เที่ยวบิน)
4) ดอนเมือง วันนี้ไม่มียกเลิก
5) สุวรรณภูมิ **รอข้อมูลจากการท่า**

ทั้งนี้ ภาพรวมสะสม 4วัน (28 ก.พ. - 3 มี.ค.) มีการยกเลิกของขาออก 105 เที่ยวบิน ขาเข้า 61 เที่ยวบิน รวมเป็น 166 เที่ยวบิน
*อ้างอิงข้อมูลรายงาน ของเจ้าหน้าที่กระทรวง TAC 5 สนามบิน ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และกระบี่ อาจมีความคลาดเคลื่อนบ้าง แต่ไม่มีรายงานผู้โดยสารตกค้างตามสนามบิน

สำหรับ กรณีวีซ่าของนักท่องเที่ยว ณ วันที่ 3 มีนาคม สตม. ได้ออกมาตรการที่เกี่ยวข้องแล้ว โดย (2 มีนาคม 69) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ประกาศมาตรการช่วยเหลือคนต่างชาติ เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา ได้ส่งผลให้เกิดการปิดน่านฟ้าในภูมิภาคดังกล่าว และทำให้คนต่างชาติไม่สามารถเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยเพื่อกลับประเทศได้

เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่คนต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงได้กำหนดแนวทางช่วยเหลือ สำหรับคนต่างชาติที่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลง (Overstay) ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสามารถดำเนินการได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(1) กรณีประสงค์จะเดินทางออกนอกประเทศ
▪️สำหรับคนต่างชาติที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดลงแล้ว และมีความประสงค์ที่จะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ทางเจ้าหน้าที่จะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียค่าเปรียบเทียบปรับ

(2) กรณีประสงค์จะขออยู่ต่อชั่วคราว
▪️สำหรับคนต่างชาติที่ประสงค์จะขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว หากพบว่าการอนุญาตเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายก่อน จากนั้นจึงจะพิจารณาอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไปได้อีก "ครั้งละไม่เกิน 30 วัน" โดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเตรียมเอกสารประกอบการพิจารณา ดังนี้
(2.1) แบบคำขออนุญาตเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป (ตม.7)
(2.2) สำเนาหนังสือเดินทาง หรือ เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง
(2.3) หนังสือรับรองจากสถานทูต หรือ สถานกงสุล (ในกรณีที่ไม่สามารถขอหนังสือรับรองได้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะทำการบันทึกถ้อยคำ เพื่อระบุเหตุผลและความจำเป็นในการขออนุญาตอยู่ต่อเป็นการชั่วคราว ตามแบบฟอร์มที่กำหนดไว้)
(2.4) แบบฟอร์มการแจ้งข้อมูล (แบบ สตม.2, สตม.2/1 และ สตม.9)

ทั้งนี้ มาตรการเยียวยาดังกล่าวจะเริ่มมีผลดำเนินการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หรือ จนกว่าทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น