IN NEWS
'ศบก.'นัดแรก'พิพัฒน์'ตั้งกต.เป็นโทรโข่ง อัปเดต'พลังงาน-คนไทย-ต่างชาติในไทย'
กรุงเทพฯ-รองนายกฯ “พิพัฒน์” นั่งหัวโต๊ะประชุม ศบก. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ ติดตามสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง กำหนดแนวทางรับมือผลกระทบต่อไทยบูรณาการการทำงานทุกฝ่าย พร้อมสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน
วันนี้ (วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569) เวลา 17.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 1/2569 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และพิจารณามาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยในมิติต่าง ๆ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแจ้งต่อที่ประชุมว่า จากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย จึงมีคำสั่งจัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ “ศบก.” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการติดตาม ประเมินสถานการณ์ และกำหนดแนวทางรับมืออย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีเอกภาพและทันต่อสถานการณ์

คณะกรรมการ ศบก. ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีเป็นที่ปรึกษา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ พร้อมด้วยรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการ อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รวมทั้งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการติดตาม ประเมินสถานการณ์ และกำหนดมาตรการรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทยในทุกมิติ พร้อมทั้งดำเนินการด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ
ที่ประชุมได้หารือแนวทางการดำเนินการด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ โดยมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศแถลงภาพรวมสถานการณ์และความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมชี้แจงในประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ อาทิ สถานการณ์ราคาพลังงาน การดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยของชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบรายงานสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางจากกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งแผนการดำเนินงานและการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน การค้า การท่องเที่ยว และความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเน้นย้ำว่า สถานการณ์พลังงานของไทยยังคงมีเสถียรภาพ โดยรัฐบาลได้กระจายแหล่งนำเข้าพลังงานจากประเทศอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีมาตรการบริหารจัดการปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน ได้มีการระงับการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศเป็นการชั่วคราว รวมทั้งเตรียมรณรงค์มาตรการประหยัดพลังงาน โดยขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และไม่ตื่นตระหนกต่อสถานการณ์
