BANGKOK

กทม.ชวนคนพิการทดสอบทางเท้าลาซาล คืบหน้า90%เป้าทั่วกรุงพันกิโลเมตร



กรุงเทพฯ-ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชวนคนพิการทดสอบทางเท้าลาซาล คืบหน้า 90% ย้ำ “เมืองไม่มีคำว่าดีที่สุด เพื่อไม่ให้หยุดพัฒนา”

(7 มี.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เขตบางนา ติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงทางเท้าบริเวณถนนลาซาล จากมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ซอยลาซาล 42 ไปยังซอย 46 และบริเวณแยกลาซาลเชื่อมแบริ่ง เพื่อตรวจสอบมาตรฐานทางเท้าว่าสามารถอำนวยความสะดวกในการสัญจรให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มได้หรือไม่

● เดินหน้ามาตรฐานทางเท้าใหม่ ทะลุ 1,000 กิโลเมตรทั่วกรุง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการปรับปรุงทางเท้าถนนลาซาลมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายปรับปรุงทางเท้าทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีเป้าหมายดำเนินการในถนนสายหลักและสายรองรวมกว่า 1,000 กิโลเมตร จากระยะทางทั้งหมดประมาณ 2,000 กิโลเมตร เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วเมือง โดยเน้นความเรียบ สม่ำเสมอ และความต่อเนื่องของทางลาด เพื่อรองรับการสัญจรของประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงผู้สูงอายุและผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์

“อนาคตเมืองคือ ‘ตลาดแรงงาน’ เราต้องดึงดูดคนเก่ง ๆ ให้มาอยู่กับเรา หากเมืองมีอารยสถาปัตย์ ดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้วีลแชร์ ผู้สูงอายุ หรือคนพิการ ก็จะช่วยสะท้อนคุณภาพชีวิตและแนวคิดของเมืองได้ รวมถึงเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจภาพรวม และการอยู่รอดของเมืองในอนาคตด้วย” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำ

● ผนึกกำลังภาคประชาชน ตรวจสอบ-เสนอแนะจุดบกพร่องเชิงเทคนิค 

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คุณกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล และเครือข่ายมนุษย์ล้อ ตลอดจนคนพิการทางสายตา ได้ร่วมทดสอบการใช้งานจริงเพื่อสะท้อนปัญหาหน้างาน โดยระบุว่าเมื่อเทียบกับอดีต สภาพทางเท้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมให้มุมมองเรื่องความสำคัญของการออกแบบที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อให้ผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกายสามารถออกมาใช้ชีวิตและเดินทางได้ด้วยตนเอง

ซึ่งจากการตรวจสอบร่วมกัน พบรายละเอียดที่ต้องให้ความสำคัญหรือปรับปรุงเพิ่มเติม อาทิ

• การติดตั้งเบรลล์บล็อก (Braille Block) ต้องติดตั้งให้ถูกประเภทและตำแหน่ง โดยแบบจุด (Warning Block) ใช้เพื่อเตือนก่อนถึงจุดเปลี่ยนระดับอย่างน้อย 30 ซม. ส่วนแบบเส้น (Guiding Block) ใช้สำหรับนำทาง ซึ่งในจุดที่ทางเท้าแคบควรงดใช้แบบเส้น เพื่อไม่ให้เกิดการเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางบ่อยเกินไปจนคนตาบอดเกิดความสับสน และเน้นใช้แบบจุดเตือนเป็นหลักแทน
• การใช้ฝาท่อระบายน้ำที่ไม่อันตรายต่อคนพิการ โดยหลีกเลี่ยงฝาท่อตะแกรงเหล็กขนาดใหญ่ เนื่องจากล้อวีลแชร์หรือไม้เท้าคนพิการทางสายตาอาจติดได้
• การเจาะเกาะกลางถนนในจุดทางข้ามเพื่อให้รถเข็นผ่านได้สะดวก รวมถึงคำนึงถึงความต่อเนื่องของทางเท้า

● เน้นทัศนียภาพ “ถนนร่มรื่น” สวยงามด้วยร่มเงาไม้ 

นอกจากเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลต้นไม้เกาะกลางถนน โดยระบุว่า ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการตัดแต่งกิ่งไม้ให้สวยงามและเน้นการสร้างร่มเงาให้ครอบคลุมพื้นผิวถนนหรือทางเท้า ไม่ใช่เพียงตัดเพื่อหลบสายไฟอย่างเดียว เพื่อให้เกิดความร่มรื่น สวยงาม และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับเมือง

● รวมพลัง “4 เกลียว” พัฒนาเมือง 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวขอบคุณคุณกฤษนะและทีมงานที่ช่วยกระตุ้นการทำงานและมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่สำหรับทุกคน

“การพัฒนาเมืองต้องอาศัยพลังจาก 4 เกลียว คือ ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจหรือเอกชน และภาควิชาการ ที่คงต้องรวมเข้าด้วยกันเป็นเชือกที่แข็งแรง ซึ่งการพัฒนาเมืองไม่มีคำว่า 100% หรือ ‘ดีที่สุด’ เพราะหากคิดว่าดีที่สุดอาจทำให้หยุดพัฒนา ฉะนั้น ต้องทำไปเรื่อย ๆ ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย