IN NEWS
คนไทยกังวล'สงครามในตะวันออกกลาง' หวั่นราคาน้ำมันพุ่งและเชื่อสู้รบบานปลาย
กรุงเทพฯ-สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจชี้ประชาชนไทย 78.9% กังวลหนัก “สงครามอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐ” ดันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งฉุดค่าครองชีพ หวั่นสถานการณ์บานปลายกระทบเส้นทางขนส่งพลังงานโลก ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อมาตรการรับมือของรัฐบาลเสียงแตกก้ำกึ่ง ด้านนักวิชาการชี้เป็นบททดสอบสำคัญของรัฐไทยในการบริหารความเสี่ยง “Proxy War” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเปราะบาง
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “สถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง” พบว่า จากการสู้รบระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐ กลุ่มตัวอย่างติดตามข่าวบ้าง 52.65% โดยกังวลว่าการสู้รบจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น 78.91% และคิดว่าสถานการณ์สู้รบจะบานปลาย 78.57% ข้อคิดที่ได้ คือ ผลกระทบจากสงครามไม่ได้จำกัดแค่ในพื้นที่แต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งโลก 70.16% ในภาพรวมเชื่อมั่นต่อการเตรียมพร้อมและมาตรการรับมือของรัฐบาลไทย 39.10% และไม่ค่อยเชื่อมั่น 37.56%
รายละเอียดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 1,394 คน จากทั่วประเทศ เรื่อง "สถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง" ระหว่างวันที่ 3-6 มีนาคม 2569 สรุปผลได้ ดังนี้
1. ประชาชนติดตามข่าวสารการสู้รบระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐฯ หรือไม่
อันดับ 1 ร้อยละ 52.65 ระบุ ติดตามบ้าง
อันดับ 2 ร้อยละ 29.27 ระบุ ติดตามอย่างใกล้ชิด
อันดับ 3 ร้อยละ 2.58 ระบุ ไม่ได้ติดตาม
2. ประชาชนกังวลว่าการสู้รบดังกล่าวจะส่งผลกระทบในเรื่องใดบ้าง
อันดับ 1 ร้อยละ 78.91 ระบุ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น
อันดับ 2 ร้อยละ 69.30 ระบุ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าครองชีพแพงขึ้น
อันดับ 3 ร้อยละ 63.20 ระบุ ค่าไฟฟ้าและราคาพลังงานในครัวเรือนสูงขึ้น
3. ประชาชนคิดว่าสถานการณ์การสู้รบในครั้งนี้มีแนวโน้มจะบานปลายหรือไม่
อันดับ 1 ร้อยละ 78.57 ระบุ น่าจะบานปลาย
อันดับ 2 ร้อยละ 14.14 ระบุ ไม่น่าจะบานปลาย
อันดับ 3 ร้อยละ 7.29 ไม่แน่ใจ
4. ข้อคิดที่ได้จากสถานการณ์อิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐฯ
อันดับ 1 ร้อยละ 70.16 ระบุ ผลกระทบจากสงครามไม่ได้จำกัดแค่ในพื้นที่ แต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งโลก
อันดับ 2 ร้อยละ 63.63 ระบุ ความขัดแย้งนำไปสู่ความสูญเสียของประชาชนผู้บริสุทธิ์เสมอ
อันดับ 3 ร้อยละ ร้อยละ 51.16 ระบุ รัฐบาลควรมีแผนรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ชัดเจนและรวดเร็ว
5. ประชาชนเชื่อมั่นต่อ "การเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือ" ของรัฐบาลไทยต่อวิกฤตการณ์ครั้งนี้เพียงใด
อันดับ 1 ร้อยละ 39.01 ระบุ ค่อนข้างเชื่อมั่น
อันดับ 2 ร้อยละ 37.56 ระบุ ไม่ค่อยเชื่อมั่น
อันดับ 3 ร้อยละ 13.18 ระบุ ไม่เชื่อมั่นเลย
อันดับ 4 ร้อยละ 10.16 ระบุ เชื่อมั่นมาก
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลโพลประชาชนกังวลสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกที่อาจกระทบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะราคาน้ำมันและค่าครองชีพ ทำให้ประเทศอาจเผชิญภาวะ "วิกฤตซ้อนวิกฤต" ทั้งจากปัจจัยต่างประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ประชาชนจึงคาดหวังให้รัฐบาลเร่งสื่อสารสร้างความเข้าใจและมีมาตรการรับมือที่ชัดเจน
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญญากานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลสำรวจสะท้อนว่า แม้สมรภูมิความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะอยู่ห่างไกลจากประเทศไทย แต่ประชาชนไทยยังคงติดตามสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา อย่างต่อเนื่อง ในมิติด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิภาคตะวันออกกกลางเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบพลังงานโลก โดยเฉพาะ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก ความตึงเครียดในพื้นที่นี้จึงกระทบต่อการปรับขึ้นของราคาพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความกังวลของประชาชนต่อประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เพียงความรู้สึกเชิงเศรษฐกิจ หากยังสะท้อนความเข้าใจว่าระบบเศรษฐกิจ และการเมืองระหว่างประเทศ เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง ในอีกด้านหนึ่ง การที่ประชาชนจำนวนมากมองว่าสถานการณ์มีแนวโน้มบานปลายนั้น สอดคล้องกับลักษณะการแข่งขันเชิงอำนาจของรัฐและเครือข่ายประเทศพันธมิตรที่มักปรากฏในรูปแบบสงครามตัวแทน หรือ Proxy War
บทเรียนสำคัญที่ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกันคือ ความขัดแย้งในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้ส่งผลเฉพาะในสนามรบ แต่แผ่ขยายไปถึงเศรษฐกิจโลก ความมั่นคงของมนุษย์ และความสูญเสียของผู้บริสุทธิ์อีกด้วย
ฃขณะเดียวกัน ผลสำรวจที่พบว่าความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรการของรัฐบาลไทย แบ่งออกเป็นสองฝ่ายใกล้เคียงกัน ได้สะท้อนความคาดหวังของประชาชนต่อศักยภาพของรัฐในการบริหารความเสี่ยงจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ และเป็นบททดสอบสำคัญของความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ และความยืดหยุ่นของรัฐไทยในโลกที่ความมั่นคง เศรษฐกิจ และพลังงาน เชื่อมโยงถึงกันอย่างแนบแน่น
