LIFE & STYLE
หญิงไทยเก่งยกเว้นเรื่อง'สุขภาพตนเอง' เปิด5โรคฮิตทำชีวิตสะดุด
โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำใจกลางกรุงเทพฯ ร่วมเฉลิมฉลองเดือนสตรีสากลที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับบทบาท พลัง และศักยภาพของผู้หญิงในทุกมิติ พร้อมส่งต่อสารสำคัญชวนผู้หญิงหันกลับมาใส่ใจ “สุขภาพของตัวเอง” มากขึ้น แม้ผู้หญิงจำนวนมากจะสามารถรับมือกับบทบาทการทำงาน การดูแลครอบครัว และความรับผิดชอบในสังคมได้อย่างดี แต่กลับพบว่าผู้หญิงจำนวนไม่น้อยมักละเลยการตรวจสุขภาพเชิงป้องกันของตนเอง ด้วยเหตุผลทั้งความกังวลต่อการตรวจทางการแพทย์ ความกลัวความเจ็บปวด ข้อจำกัดด้านเวลา หรือการขาดความตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพ ทั้งที่การตรวจคัดกรองถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสในการรักษา และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว โดย โรงพยาบาลวิมุต ซึ่งมีความชำนาญในการดูแลโรคซับซ้อนของผู้หญิงแบบบูรณาการ มองว่าการสร้างความตระหนักเรื่องการตรวจสุขภาพผู้หญิงตั้งแต่เนิ่น ๆ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้หญิงสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า “ผู้หญิงจำนวนมากทุ่มเทให้กับครอบครัว งาน และคนรอบตัว จนลืมให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้วการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสในการรักษาให้หายหรือควบคุมโรคได้จะสูงกว่ามาก เดือนสตรีสากลนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการชวนผู้หญิงทุกคนหันกลับมาใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น”
ทั้งนี้ จากภาพรวมการเข้ารับการรักษาของผู้หญิงในโรงพยาบาล พบว่าปัญหาสำคัญคือ โรคจำนวนมากถูกตรวจพบเมื่อโรคดำเนินไปแล้ว เนื่องจากอาการในระยะเริ่มต้นมักถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของผู้หญิง เช่น ผลจากฮอร์โมน ความเครียด หรือการทำงานหนัก จึงทำให้การตรวจวินิจฉัยและการรักษาล่าช้ากว่าที่ควร ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต ความมั่นใจในการใช้ชีวิต และบทบาทของผู้หญิงในครอบครัวและสังคม โดยข้อมูลสถิติผู้ป่วยหญิงที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวิมุต ระหว่างปี 2565–2568 พบว่า 5 กลุ่มโรคที่พบบ่อยในผู้หญิง ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมน ระบบสืบพันธุ์ และสุขภาพเต้านม ได้แก่ เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ภาวะเลือดออกผิดปกติจากมดลูกและช่องคลอด ก้อนที่เต้านม และเนื้องอกไม่ร้ายของเต้านม
หนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยคือ เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก ซึ่งเป็นก้อนเนื้อไม่ร้ายที่เกิดจากเซลล์กล้ามเนื้อมดลูก พบมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ผู้ป่วยหลายรายอาจไม่มีอาการ แต่บางรายอาจมีประจำเดือนมามากผิดปกติ มานานเกิน 7 วัน หรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ร่วมด้วย รวมถึงอาจมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายจากภาวะโลหิตจาง ปวดท้องน้อย ท้องน้อยโตขึ้น หรือคลำได้ก้อนบริเวณท้องน้อย และบางรายอาจมีอาการปัสสาวะบ่อยหรือท้องผูกจากก้อนที่ไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียง สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต ได้แก่ ประจำเดือนมามากผิดปกติ เหนื่อยง่าย หน้ามืดจากภาวะซีด หรือท้องน้อยโตขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ การดูแลตัวเองควรหมั่นสังเกตรอบเดือน รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ ไข่แดง และผักใบเขียว ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม และเข้ารับการตรวจภายในหรืออัลตราซาวนด์ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
อีกหนึ่งภาวะที่พบได้ไม่น้อยคือ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือที่เรียกกันบ่อย ๆ ว่า ช็อกโกแลตซีสต์ เป็นภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตอยู่นอกโพรงมดลูก เช่น บริเวณรังไข่หรืออุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง อาการที่พบได้บ่อยคือปวดประจำเดือนรุนแรงกว่าปกติ และมักมีอาการปวดมากขึ้นในแต่ละรอบเดือน บางรายอาจมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือมีปัญหาภาวะมีบุตรยาก สัญญาณเตือนสำคัญคืออาการปวดประจำเดือนรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิต ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรืออาการปวดที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ การดูแลตัวเองควรพักผ่อนให้เพียงพอ ใช้การประคบร้อนและยาแก้ปวดเพื่อลดอาการปวด หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง ของทอด และน้ำตาล เพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่มีโอเมก้า-3 ควบคู่กับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควรพบแพทย์เมื่ออาการเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
ในขณะเดียวกัน ภาวะเลือดออกผิดปกติจากมดลูกและช่องคลอด ก็เป็นอีกสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนหรือโรคในระบบสืบพันธุ์ โดยอาการที่พบได้ เช่น มีเลือดออกนอกช่วงมีประจำเดือน เลือดออกกะปริบกะปรอย ประจำเดือนมาถี่หรือห่างผิดปกติ หรือมีเลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย รวมถึงบางรายอาจมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต ได้แก่ เลือดออกมากผิดปกติ เลือดออกติดต่อกันหลายวัน เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือมีอาการหน้ามืด อ่อนเพลียจากการเสียเลือด การดูแลตัวเองควรจดบันทึกรอบเดือนและปริมาณเลือดออก หลีกเลี่ยงการซื้อยาปรับฮอร์โมนรับประทานเอง รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก และรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหากมีเลือดออกผิดปกติ
นอกจากนี้ ปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยพบได้ด้วยตนเองคือ ก้อนที่เต้านม ซึ่งมักตรวจพบระหว่างอาบน้ำหรือแต่งตัว โดยก้อนอาจมีลักษณะแตกต่างกัน เช่น แข็งหรือนิ่ม เคลื่อนไหวได้หรือยึดติดกับเนื้อเยื่อรอบข้าง และขนาดอาจคงที่หรือเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป ในบางรายอาจมีอาการร่วม เช่น เต้านมบวมแดง ผิวหนังย่นคล้ายผิวส้ม หัวนมบุ๋มหรือเปลี่ยนรูปร่าง หรือมีเลือดหรือของเหลวไหลออกจากหัวนม ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของโรคเต้านม รวมถึงมะเร็งเต้านม หากพบความผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้หญิงควรตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวนด์ตามคำแนะนำของแพทย์ตามช่วงอายุและความเสี่ยง
ขณะเดียวกัน เนื้องอกไม่ร้ายของเต้านม เป็นก้อนที่ไม่ใช่มะเร็ง พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยทำงานและวัยเจริญพันธุ์ ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ ไฟโบรอะดีโนมา (fibroadenoma) และถุงน้ำในเต้านม (breast cyst) ลักษณะของก้อนมักมีขนาดเล็ก ขอบเขตชัดเจน และสามารถเคลื่อนไหวได้เมื่อคลำ บางรายอาจมีอาการปวดหรือรู้สึกตึงเต้านม โดยเฉพาะก่อนมีประจำเดือน ซึ่งสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แม้เนื้องอกชนิดนี้ส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตราย แต่ควรได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์เพื่อยืนยันการวินิจฉัย และติดตามการเปลี่ยนแปลงของก้อนเป็นระยะ โดยเฉพาะหากก้อนมีขนาดโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีรูปร่างผิดปกติ หรือมีอาการผิดปกติของผิวหนังและหัวนมร่วมด้วย การดูแลสุขภาพโดยรวมสามารถที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเต้านมได้ เช่น การรับประทานอาหารที่สมดุล ลดอาหารแปรรูปและคาร์โบไฮเดรตขัดสี ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม เนื่องจากภาวะน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน อาจเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และการสัมผัสสารเคมีที่มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน รวมถึงให้ความสำคัญกับการพักผ่อนที่เพียงพอและการจัดการความเครียดเพื่อให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรง และการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นจะช่วยให้การรักษาได้ผลดี มีทางเลือกในการรักษามากขึ้น และในหลายกรณีสามารถรักษาแบบสงวนเต้านมได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว
นพ.สุวาณิช กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผู้หญิงที่มีสุขภาพดีคือพลังสำคัญของครอบครัวและสังคม การใส่ใจสัญญาณเตือนของร่างกายและเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นการดูแลตัวเองที่สำคัญที่สุด เพราะยิ่งรู้เร็ว รักษาไว โอกาสกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีจะยิ่งสูงขึ้น”
ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์พัฒนาอย่างก้าวกระโดด การตรวจคัดกรองและการรักษาโรคของผู้หญิงจึงมีความแม่นยำ ปลอดภัย และฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หลายโรคสามารถรักษาได้ด้วยเทคนิคการผ่าตัดสมัยใหม่ เช่น การผ่าตัดแผลเล็ก (MIS) เทคนิคการผ่าตัดส่องกล้องผ่านช่องคลอดแบบไร้แผล (V-NOTES) และการผ่าตัดผ่านกล้องแบบแผลเดียว (Single-Port Laparoscopy) ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวด ลดรอยแผลเป็น และทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น จึงไม่ได้น่ากังวลหรือซับซ้อนอย่างที่ผู้หญิงหลายคนเคยคิด การเข้ารับการตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นก้าวสำคัญของการดูแลตนเอง เพราะการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไม่เพียงเพิ่มโอกาสในการรักษา แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้หญิงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพในระยะยาว
โรงพยาบาลวิมุตจึงเดินหน้าส่งเสริมให้ “สุขภาพผู้หญิง” เป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญมากขึ้น โดยพัฒนาระบบการดูแลแบบบูรณาการที่รวมทีมแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขามาดูแลร่วมกัน พร้อมเทคโนโลยีการรักษาสมัยใหม่ เพื่อให้ผู้หญิงได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และครอบคลุมมากที่สุด พร้อมตอกย้ำว่า การใส่ใจสัญญาณเตือนของร่างกายและเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ คือการดูแลตัวเองที่สำคัญที่สุด เพราะผู้หญิงที่มีสุขภาพแข็งแรง คือพลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนทั้งครอบครัวและสังคมให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
