IN NEWS

รัฐฯอำนวยความสะดวกผู้ส่งออกเปิดใช้ ระบบSOCใน16มี.ค.นี้ลดขั้นตอนเอกสาร



กรุงเทพฯ-รัฐบาลเดินหน้าอำนวยความสะดวกผู้ส่งออก เปิดใช้ระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง 16 มีนาคมนี้ ลดขั้นตอนเอกสาร เร่งการส่งออกไทย

วันที่ 15 มีนาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมเปิดใช้ ระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Origin Certification: SOC) อย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มีนาคม 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการส่งออกไทย ลดขั้นตอนเอกสาร และเพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการค้าระหว่างประเทศ

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการที่ต้องการขอ หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin: C/O) เพื่อใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร ต้องดำเนินการผ่านขั้นตอนแบบเอกสารกระดาษ เช่น การลงทะเบียนผู้ส่งออก–นำเข้า การยื่นแบบคำขอและเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ และต้องเดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการด้วยตนเอง ก่อนรับเอกสารฉบับจริงเพื่อนำไปใช้ในการส่งออก ซึ่งใช้เวลาหลายวันทำการ

อย่างไรก็ตาม ระบบ SOC จะเปลี่ยนกระบวนการดังกล่าวให้เป็น ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยผู้ประกอบการสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่การยื่นคำขอ อัปโหลดเอกสาร ตรวจสอบสถานะ ไปจนถึงการพิมพ์เอกสารรับรองด้วยตนเองผ่านระบบ

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถใช้งานระบบผ่านเว็บไซต์ soc.dft.go.th และลงทะเบียนผู้ใช้งานผ่านระบบ SMART-I ของกรมการค้าต่างประเทศ

รองโฆษกฯ ระบุว่า ระบบใหม่จะช่วย ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ ลดการใช้เอกสารกระดาษ โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทน เพิ่มความโปร่งใส สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการได้ตลอดเวลา สำหรับเอกสารที่ใช้ประกอบการขึ้นทะเบียน ได้แก่

หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (ออกไม่เกิน 3 เดือน) บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้มีอำนาจลงนาม แผนที่แสดงที่ตั้งสถานประกอบการ หนังสือรับรองว่าสินค้าส่งออกเป็นไปตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า

ในกรณีเป็นผู้ผลิต ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เอกสารแสดงกระบวนการผลิตสินค้า แผนที่สถานที่ผลิตและจัดเก็บสินค้า

“การเปิดใช้ระบบ SOC ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับบริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล ช่วยลดภาระของผู้ประกอบการ เพิ่มความคล่องตัวในการส่งออก และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก” นางสาวลลิดา กล่าว.