IN NEWS

มท.ชงแก้กฎกระทรวงตั้งส่วนราชการใหม่ รองรับการถ่ายโอนรพ.สต./การเลือกตั้ง



กรุงเทพฯ-ครม.รับทราบ ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ....มีสาระสำคัญเป็นการยกเลิกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ สถ. มท. เพื่อให้สอดรับกับบทบาทภารกิจของหน่วยงานที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันและรองรับการดำเนินงานในอนาคต ขณะที่ทางกระทรวงมหาดไทยหารือร่วมกระทรวงสาธารณสุข บูรณาการงานท้องถิ่น ขับเคลื่อนการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. ชูระบบสุขภาพปฐมภูมิผ่านกลไก พชอ. มุ่งผลสัมฤทธิ์ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด

วันนี้ 17 มีนาคม 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอและให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งร่างกฎกระทรวงดังกล่าวไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณา ลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
 
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า  ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอซึ่ง สคก. ตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญเป็นการยกเลิกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ สถ. มท. เพื่อให้สอดรับกับบทบาทภารกิจของหน่วยงานที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันและรองรับการดำเนินงานในอนาคต 

ซึ่งมีภารกิจเพิ่มเติมที่สำคัญ เช่น การสนับสนุนภารกิจการจัดการเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การรองรับภารกิจการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่สมัครใจหรือมีความพร้อม จากสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ทั้งนี้ ในการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของ สถ. ดังกล่าว ไม่มีการเพิ่มจำนวนกองและอัตรากำลังในภาพรวม โดย มท. ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติในการเสนอร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการภายในกรมตามมติคณะรัฐมนตรี (19 ธันวาคม 2549 และ 25 สิงหาคม 2554) แล้ว ประกอบกับกระทรวงการคลัง สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. และ สงป. พิจารณาแล้วเห็นชอบด้วย 

โดย สคก. พิจารณาแล้วเห็นว่าหาก มท. (สถ.) ยืนยันว่า การดำเนินการตามร่างกฎกระทรวงนี้ ไม่มีผลเป็นการเพิ่มภาระงบประมาณหรือมีงบประมาณรายจ่ายเพียงพอรองรับการดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว กรณีจึงเป็นการปฏิบัติราชการตามปกติเพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายแม่บทให้อำนาจไว้มีได้เป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีกระทำการ อันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 

ทั้งนี้ มท. ได้ยืนยันว่าการปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการของ สถ. นี้ ไม่มีผลเป็นการเพิ่มภาระงบประมาณหรือมีงบประมาณรายจ่ายเพียงพอรองรับการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวแล้ว และเป็นการปฏิบัติราชการตามปกติโดยเป็นไปตามที่กฎหมายแม่บทให้อำนาจไว้ มิได้มีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

มท.ถกสธ.ร่วมผลักดันการถ่ายโอนรพ.สต.

ด้านนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานในการประชุมหารือข้อราชการร่วมระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข เพื่อติดตามความคืบหน้าการถ่ายโอนภารกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนในระดับพื้นที่ โดยมี นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ด้านบริหาร) พร้อมคณะกระทรวงสาธารณสุข นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน นางสาวกาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมดำรงธรรม อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย

การประชุมในครั้งนี้ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและระบบบริการสุขภาพฐานราก โดยได้ร่วมกันหารือในประเด็นการขับเคลื่อนงานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายสันติธร กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขในครั้งนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการถ่ายโอนภารกิจด้านสาธารณสุขสู่ท้องถิ่นให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพปฐมภูมิผ่านคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีเอกภาพ ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา และการฟื้นฟู เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

นอกจากนี้ สิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับการถ่ายโอนภารกิจ คือ การยกระดับศักยภาพของท้องถิ่น ทั้งในด้านบุคลากร งบประมาณ และระบบบริหารจัดการ เพื่อให้สามารถรองรับภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในเรื่องของฐานข้อมูลสุขภาพดิจิทัล โดยจะต้องมีการผลักดันระบบ Thai COC (Thai Continuity of Care) มาใช้เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยระหว่างหน่วยบริการและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความแม่นยำในการดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ในพื้นที่ให้สามารถเข้าถึงบริการของท้องถิ่นอย่างทั่วถึงไม่ตกหล่น” นายสันติธร กล่าว

นายสันติธร กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข จะร่วมกันเร่งผลักดันให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงาน ทั้งในด้านกฎหมาย ระเบียบ และฐานข้อมูลให้สอดคล้องกัน พร้อมกำหนดกลไกการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ เพื่อให้การถ่ายโอนภารกิจและการพัฒนาระบบสุขภาพในระดับพื้นที่เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างยั่งยืน โดยยึดพี่น้องประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา