GLOBAL C
บทวิเคราะห์จีนก้าวขึ้นเป็นต้นแบบการพัฒนาสีเขียวของโลกได้อย่างไร
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกและความไม่มั่นในนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของบางประเทศ จีนได้อาศัยความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ ความได้เปรียบด้านระบบ และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แสดงให้โลกเห็นถึงเส้นทางการพัฒนาสีเขียว หรือ การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มีทั้งความยืดหยุ่นและครอบคลุมในวงกว้าง ปัจจุบันได้เกิดฉันทมติหนึ่งขึ้นในประชาคมระหว่างประเทศว่า จีน คือ ผู้นำและผู้มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมระดับโลก และได้กลายเป็นต้นแบบการพัฒนาสีเขียวของโลก
แล้วจีนทำได้อย่างไร?
ปัจจัยสำคัญที่สุด คือ วิสัยทัศน์ของการวางแผนยุทธศาสตร์และความมุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่องยาวนาน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะห้าปี ฉบับที่ 13 หรือ “แผนห้าปีฉบับที่ 13” ของจีนได้เสนอแนวคิดการพัฒนาใหม่ ได้แก่ การสร้างนวัตกรรม การประสานสอดคล้อง ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเปิดกว้าง และการแบ่งปัน ต่อมา “แผนห้าปีฉบับที่ 14” ได้กำหนดข้อกำหนดสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย “คาร์บอนคู่” (การปล่อยคาร์บอนสูงสุดและความเป็นกลางทางคาร์บอน) ขณะที่ “แผนห้าปีฉบับที่ 15” ซึ่งเริ่มในปีนี้ ได้กำหนดให้ “การบรรลุความก้าวหน้าใหม่ครั้งสำคัญในการสร้างประเทศจีนที่สวยงาม” เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในช่วง 5 ปีข้างหน้า ความต่อเนื่องของการวางแผนดังกล่าว ช่วยประกันความสอดคล้องของนโยบายและการดำเนินการ ความพยายามที่ต่อเนื่องยาวนานทำให้ “บัญชีสีเขียว” ของจีนมีผลงานที่โดดเด่น
การสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการพัฒนาเป็นโจทย์ระดับโลก หนทางการเปลี่ยนผ่านจะดำเนินอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อประชาชนรู้สึกถึงประโยชน์ที่ได้จากการพัฒนาสีเขียว ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ภูเขาเขียวและน้ำใส คือ ภูเขาทองภูเขาเงิน” การพัฒนาสีเขียวของจีนจึงพิจารณาทั้งบัญชี “ผลประโยชน์ระยะยาว” “ภาพรวม” และ “บูรณาการครอบคลุมทุกด้าน” โดยยืนหยัดในหลักการระบบนิเวศที่ดี คือ สวัสดิการพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนได้ประโยชน์มากที่สุด ในปี 2025 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีหนึ่งหมื่นหยวนของจีนลดลง 5.0% สัดส่วนของวันที่มีคุณภาพอากาศดีในเมืองระดับเขตขึ้นไปอยู่ที่ 89.3% ซึ่งเป็นระดับที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ปี 2012 จีนได้ปลูกและฟื้นฟูป่ารวมกว่า 1,100 ล้านโหม่ว (ประมาณ 458 ล้านไร่) คิดเป็นราว 25% ของพื้นที่สีเขียวใหม่ของโลก ทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่เพิ่มพื้นที่สีเขียวได้มากที่สุดและเร็วที่สุดในโลก
หากเปรียบระบบเป็นโครงกระดูก นวัตกรรมเทคโนโลยีและขนาดของอุตสาหกรรมก็เปรียบเสมือนเนื้อหนังและเลือดของการพัฒนาสีเขียวของจีน ณ สิ้นปี 2025 กำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ในจีนรวมกันมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้าของทั้งประเทศ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น จีนได้ก่อให้เกิด “การปฏิวัติต้นทุน” ในภาคพลังงานสะอาดผ่านการบูรณาการห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งระบบ ตามคำกล่าวของผู้เชี่ยวชาญจากฟอรั่มเศรษฐกิจโลก ภายในเวลาเพียงสิบปี จีนได้ลดต้นทุนของแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ลงถึงร้อยละ 80-90 ทำให้พลังงานสะอาดกลายเป็น “ไฟฟ้าที่มีต้นทุนถูกที่สุดในประวัติศาสตร์”
“บัญชีสีเขียว” ของจีนยังบันทึกบทบาทการนำและความรับผิดชอบต่อการพัฒนาสีเขียวของโลกอีกด้วย จีนได้จัดหาผลิตภัณฑ์สีเขียวและคาร์บอนต่ำที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงให้แก่ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์อย่างพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และยานยนต์พลังงานใหม่ถูกส่งออกไปยังกว่า 200 ประเทศและภูมิภาค จีนจัดหาอุปกรณ์พลังงานลมประมาณร้อยละ 70 และอุปกรณ์แผงโซลาร์เซลล์ประมาณร้อยละ 80 ให้แก่ตลาดโลก ช่วยผลักดันให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกลดลงมากกว่าร้อยละ 60 และร้อยละ 80 ตามลำดับ
ในช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่สีเขียวระดับโลก จีนมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในการกำกับดูแลระดับโลกในสาขาที่เกี่ยวข้อง และได้ดำเนินความร่วมมือโครงการพลังงานสีเขียวกับกว่า 100 ประเทศและภูมิภาค เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติระบุว่า การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของจีนมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศของโลก และความสำเร็จจากการผสมผสานระหว่างการวางแผนระยะยาว ความสามารถด้านอุตสาหกรรม และการประสานนโยบายของจีน “จะเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาของโลก”
เมื่อยืนอยู่บนจุดเริ่มต้นใหม่ของประวัติศาสตร์ จีนอาจยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แต่สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ คือ จีนกำลังพิสูจน์ด้วยปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมว่า “สีเขียวไม่ใช่ต้นทุนของการพัฒนา หากแต่เป็นผลตอบแทนในอนาคต” และนี่เองคือ ความหมายที่แท้จริงของการเป็นต้นแบบการพัฒนาสีเขียวของโลก
เขียนโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)
