TECH & AI

ไบแนนซ์จับมือปปง.จัดเวิร์คช้อปติดอาวุธ เจ้าหน้าที่ไทยด้วยเทคโนฯบล็อกเชน



Binance จับมือ ปปง. ร่วมเวิร์คช้อป “Trace, Track, Takedown” ติดอาวุธเจ้าหน้าที่ไทยด้วยเทคโนโลยีและความรู้บล็อกเชนระดับโลก

กรุงเทพฯ-19 มีนาคม 2569ไบแนนซ์ (Binance) ผู้นำระบบนิเวศบล็อกเชนระดับโลก เข้าร่วมเวิร์คช้อป “Trace, Track, Takedown: Online Scam Network” จัดโดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยมีนายพีรธร วิมลโลหการ รักษาการที่ปรึกษาด้านกฎหมายและพัฒนามาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในเวิร์คช้อปครั้งนี้ ทั้งนี้ไบแนนซ์ (Binance) ได้ร่วมแชร์เทคนิคการสืบสวนและข้อมูลเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีการที่การวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนสามารถสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการติดตามเงินทุนที่ผิดกฎหมายและขัดขวางเครือข่ายการหลอกลวงออนไลน์ ที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้น ทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย

ปัจจุบันสถานการณ์ออนไลน์ สแกม (Online Scams) มีการขยายและมีหลากหลายรูปแบบ อาทิ การหลอกลวงทางออนไลน์ ใช้อีเมล เว็บไซต์ และข้อความที่หลอกลวงเพื่อขโมยเงินหรือข้อมูลส่วนบุคคล โดยมักแอบอ้างเป็นแบรนด์หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ การหลอกลวงด้านการลงทุนและสกุลเงินดิจิทัลเกี่ยวข้องกับโอกาสผลตอบแทนที่สูงเกินความเป็นจริงที่ออกแบบมาเพื่อขโมยเงิน โดยมักใช้กลอุบายหลอกลวง (ใช้เวลาหลอกให้ตายใจ) แพลตฟอร์มการซื้อขายปลอม หรือการแอบอ้างตัวตน ผู้หลอกลวงใช้โซเชียลมีเดีย แอปหาคู่ และ AI เพื่อสัญญาว่าจะได้กำไรแน่นอน แต่สุดท้ายเหยื่อจะสูญเสียทั้งหมด

นายพีรธร วิมลโลหการ รักษาการที่ปรึกษาด้านกฎหมายและพัฒนามาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กล่าวว่า “วิวัฒนาการของงานป้องปรามและปราบปรามออนไลน์ สแกม และสแกมเมอร์ ต้องขับเคลื่อนด้วยความทันสมัย ก้าวทันนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงพันธมิตรทั่วโลก  เพราะสแกมเมอร์ใช้ความชำนาญเฉพาะอุตสาหกรรมบนพื้นฐานนวัตกรรมดิจิทัล การได้รับความร่วมมือจาก Binance ในฐานะแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ทักษะและความรู้ที่ทันต่อสถานการณ์ในการจัดการกับการสืบสวนที่เกี่ยวข้องกับคริปโตจะช่วยให้การทำงานของ ปปง. เท่าทันสถานการณ์”

นายอัคบาร์ อัคตาร์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไบแนนซ์ กล่าวว่า “อาชญากรรมทางการเงินในปัจจุบันได้เปลี่ยนผ่านจากระบบเดิมที่พึ่งพาเงินสดและเครือข่ายธนาคารที่ใช้เวลาดำเนินการ ไปสู่การฟอกเงินยุคดิจิทัลที่มีความเร็วสูงระดับนาทีและสามารถโยกเงินข้ามประเทศผ่านหลายเครือข่ายบล็อกเชนได้พร้อมกัน โดยใช้บัญชีนับพันในการกระจายเงินเพื่อพรางตัว แม้เทคโนโลยีบล็อกเชนจะมีความโปร่งใสสูง แต่ก็ยังเผชิญความท้าทายในการระบุตัวตนผู้ควบคุมกระเป๋าเงินดิจิทัลที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก ส่งผลให้การสืบสวนในยุคนี้ไม่สามารถพึ่งพาเพียงกลไกภายในประเทศได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องอาศัยการประสานงานข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่องระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (VASPs) เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนและไร้ขีดจำกัดด้านพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ”

กิจกรรม เวิร์คช้อป “Trace, Track, Takedown” ที่ ปปง. จัดขึ้นนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก UNODC, OAG, RTP, DSI และหน่วยงานเอเจนซี่ต่างชาติ เข้าร่วมแชร์ประสบการณ์ ทักษะและหารือเพื่อสร้างขีดความสามารถของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอย่างมีคุณภาพที่สุด