IN NEWS
'อนุทิน'รับโปรดเกล้าฯเป็นนายกรัฐมนตรี รายชื่อครม.ถึงมือแล้ว/พท.เชื่อนั่งครบ4ปี
กรุงเทพฯ-จับกระแสการเมืองเรื่องฟอร์มรัฐบาลของ“ภูมิใจไทย” ล่าสุดที่ทำการพรรคฯได้ทำพิธีรับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “อนุทิน” เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ส่วนการจัดตั้งคณะรัฐบาลตรี อนุทิน พยักรับกับผู้สื่อข่าว ได้ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ยืนยันตรวจสอบเข้ม ยึดคำวินิจฉัยศาลรธน. ชี้ ภูมิใจไทย ไม่มีปัญหา ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลหากพบติดขัด ตีกลับต้นสังกัด ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทย "ยศชนัน" มั่นใจจับมือ ภท. ครบเทอมตลอดรอดฝั่ง ย้ำความไว้เนื้อเชื่อใจสำคัญสุด ไร้ปัญหาร่างนโยบาย ‘จุลพันธ์’ เผยส่งรายชื่อรมต.โควตา เพื่อไทย ถึงมือ‘อนุทิน’ แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย ว่าในวันนี้จะมีการจัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ภายหลังได้รับมติจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนเสียง 293 เสียง โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้นที่ทำการพรรคภูมิใจไทย
โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการจัดเตรียมสถานที่ไว้เพื่อจัดพิธีบริเวณชั้น 4 ของที่ทำการพรรค และเจ้าหน้าที่พรรคได้กั้นพื้นที่ส่วนหน้าไว้ให้กับผู้ที่จะมาเข้าร่วมงาน “อนุทิน” เผยยังไม่ได้คุย “ศุภจี” หลังเปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย ว่าที่ รมต. ทยอยเข้า “ภูมิใจไทย” ร่วมหารือกำหนดทิศทางนโยบาย! รวมถึงชั้น 2 ของพรรคได้จัดให้เป็นพื้นที่สำหรับสื่อมวลชน ในการให้นายกรัฐมนตรีมาแถลงข่าวภายหลังเสร็จสิ้นพิธีแล้ว
สำหรับพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี เป็นขั้นตอนสำคัญตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จัดขึ้นเมื่อได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยนายกรัฐมนตรี จะแต่งชุดขาวเต็มยศ เข้ารับพระบรมราชโองการต่อหน้าพระบรม
'อนุทิน'รับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2
วันนี้ (20 มีนาคม 2569) เวลา 13.30 น. ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยได้อัญเชิญไปยังสถานที่ในการรับสนองพระบรมราชโองการฯ
จากนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ความว่า
“พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังรับสนองพระบรมราชโองการว่า
“ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีความปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น หาที่สุดมิได้ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งข้าพระพุทธเจ้า ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นศุภสิริมงคลและขวัญกำลังใจอันสูงสุดของชีวิต ข้าพระพุทธเจ้าและครอบครัวจะขอเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณนี้ ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า จักมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความวัฒนาสถาพรของประเทศไทย สนองพระราชปณิธาน ตามพระปฐมบรมราชโองการและตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”
ฉายาลักษณ์ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะมีผู้เชิญพระบรมราชโองการเป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือตัวแทน เป็นผู้อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ มายังสถานที่จัดงาน
'อนุทิน'ประกาศให้คำมั่นทำงานเพื่อประชาชนยึดหลักนิติรัฐ ตรวจสอบได้

เวลา 14.30 น. ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงแก่สื่อมวลชนภายหลังรับสนองพระบรมราชโองการ โดยกล่าวรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรีกล่าวให้คำมั่นสัญญาต่อพี่น้องประชาชนว่าจะใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะควบคุม กำกับดูแลให้รัฐบาล อันประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี รวมถึงข้าราชการ เจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นลำดับแรก และจะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานของรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ มีส่วนร่วมกับการพัฒนาประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา การทำงานของภาครัฐจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มข้น จริงจังจากทุกภาคส่วน เพื่อการบริหารงานที่โปร่งใส โดยตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐ นิติธรรม
นอกจากนี้ ขอให้การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในครั้งนี้ได้สร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เป็นบรรยากาศของการมองไปข้างหน้าร่วมกัน และให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานใหม่ ๆ ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยในรายละเอียด และเป้าหมายของสิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการในช่วงเวลาสี่ปีต่อจากนี้นั้น จะได้แถลงเป็นนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาต่อไป
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
วันที่ 20 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ความว่า
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุทิน พยักรับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 20 มี.ค.2569 ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ต นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายอนุทิน ยิ้มรับ ไม่ได้ตอบคำถาม ถึงการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีจะเข้มข้นขึ้นใช่หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีคดีกับผู้ที่คาดว่าจะมีชื่อในโผครม. นายอนุทินพยักหน้า ก่อนตอบว่า มีหลักเกณฑ์ของมันอยู่ โดยจะยึดหลักตามที่มีอยู่ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร
เมื่อถามว่ากรณีแบบนี้จะทำให้การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีล่าช้าลงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหา ส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้รับรายชื่อมาแล้ว และจะตรวจสอบตามกระบวนการ โดยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะเป็นผู้ประสานหน่วยงานต่างๆ กว่า 10 หน่วยงาน และคิดว่าแต่ละหน่วยงานจะตรวจสอบอย่างละเอียด เราต้องรอผลของการตรวจสอบ ใครที่มีปัญหาก็จะแจ้งกลับไปยังต้นสังกัดของผู้ที่เสนอมา
เมื่อถามว่าขั้นตอนการส่งรายชื่อประวัติเสร็จสิ้นแล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีพยักหน้ายอมรับ
เมื่อถามถึงกรณีเมื่อวันที่ 20 มี.ค.2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายพาดพิงนายกฯว่าขาดคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. และนำเรื่องนี้มาโจมตีตลอด นายกรัฐมนตรีหัวเราะ แต่ไม่ได้ตอบคำถาม
พรรคเพื่อไทยเชียร์รัฐบาลอยู่ครับเทอม

ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมนโยบายที่จะไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยว่า มีการเตรียมทีมเรียบร้อยแล้ว และภายในต้นสัปดาห์หน้าจะเข้าไปพูดคุยกัน เมื่อถามถึงนโยบายใดที่ต้องการผลักดันที่เป็นนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทยร่วมไปกับรัฐบาลภูมิใจไทย นายยศชนัน กล่าวว่า เป็นนโยบายที่เราพูดมาตลอด อย่างนโยบายการแก้ไขปัญหาปากท้อง นโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนให้ดีขึ้น
ต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายหลายส่วนที่คล้ายคลึงกัน ก็น่าจะต้องมีการพูดคุย และตัวบริบทเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ทำไม่ได้ ซึ่งทุกคนก็เห็นตรงกันจึงมองว่าไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอะไร
เมื่อถามว่าในด้านการเมืองจะให้ความมั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าจะจับมือกันไปตลอดรอดฝั่งให้ครบ 4 ปี นายยศชนัน กล่าวว่า แน่นอนว่าความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกัน
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือหารือพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังจากการโหวตนายกฯ ว่า ได้พูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว คงไม่มีการพูดคุยอะไรกันเพิ่มเติมแล้ว
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย 8 คน ให้กับนายอนุทิน นายจุลพันธ์ พยักหน้าพร้อมกล่าว่า ครับ
เมื่อถามว่ารวมถึงในสัดส่วนของรัฐมนตรีช่วยด้วยหรือไม่ ที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่ายังไม่ลงตัว นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ได้ส่งไปแล้วเรียบร้อยแล้ว พูดมากกว่านี้ไม่ได้ เป็นอำนาจของนายกฯ
