THAILAND
ใคร? สั่งงดแห่หลวงพ่อวัดไร่ขิงในปี2569 คนนครปฐมข้องใจบุกถามกลางที่ประชุม
นครปฐม-กลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างชาวบ้านและพระระดับผู้ใหญ่ ในวัดไร่ขิงนครปฐม หลังมีประกาศรับสมัครกรรมการจัดงานชุดใหม่ โดยไม่ผ่านการสั่งการจากเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงพระอารามหลวงทั้งมีกระแสั่งงดแห่องค์จำลองหลวงพ่อวัดไร่ขิงทั้งทางบกและทางน้ำ โดยชาวบ้านรับกับพฤติกรรมของพระรูปนี้ไม่ไหว บุกทวงถามปมประเด็นกลางที่ประชุม จนเกือบบานปลาย ก่อนนายกหมอ เทศบาลเมืองสามพราน ออกมาสรุปมีมติกลับมาสืนสานประเพณีเดิมไว้ ซึ่งชาวบ้านติงเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม อย่าเกียร์ว่าง ปล่อยวัดไร่ขิงระอุเพราะพระบางรูป ล้ำเส้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากประเด็น มีหนังสือ ประกาศวัดไร่ขิง พระอารามหลวง ที่ 1/2569 เรื่องการเป็นกรรมการงานประจำปีหลวงพ่อวัดไร่ขิง ปี พ.ศ.2569 โดยในเนื้อหาได้มีการสร้างข้อสงสัยให้กับชาวบ้าน ญาติโยมและกรรมการการจัดงานประจำปีวัดไร่ขิง โดยมีเนื้อหา ทำนองว่า การจัดงาน ประจำปีในการนมัสการปิดทองหลวงพ่อ วัดไร่ขิงประจำปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2569 ซึ่งในปีนี้ได้มีการจัดหากรรมการในการทำงานซึ่งจะมีการรับสมัครกรรมการเข้ามาทำหน้าที่ในการจัดงานประจำปีนี้ เป็นชุดใหม่ และมีการใส่เนื้อหากล่าวถึงกรรมการ ที่ได้เป็นกรรมการจัดงานในปีก่อนซึ่งไม่ได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และยังมีการนำตำแหน่งของกรรมการไปหาผลประโยชน์ เป็นที่ครหาและยังได้มีการเปิดรับสมัครโดยมีการให้ติดต่อประสานงาน ซึ่งได้แจ้งให้มีการส่งข้อมูลมาภายในวันที่ 24 มีนาคม นี้ โดยหลายคนมองว่าเป็นเอกสารที่ไม่ได้สร้างสรรค์และยังมีกล่าวอ้างถึงที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดและแตกแยกในกรรมการจัดงานครั้งนี้
นอกจากนี้ยังมีประเด็นร้อนแรงว่ามี พระรูปหนึ่งที่อยู่ภายในวัดไร่ขิงพระอารามหลวงมานานได้มีการให้ข้อมูลว่าทางวาจาว่าในการจัดงานปีนี้จะมีการยกเลิกขบวนแห่หลวงพ่อวัดไร่ขิง องค์จำลองทั้งในน้ำและทางบก รวมทั้งจะให้มีการยกเลิกการจัดงานมหรสพทั้งหมด กระทั่ง ดร.วุฒิชัย วังพรม (นายกหวอ) นายกเทศบาลเมืองไร่ขิง ได้มีการโพสต์ข้อความ ผ่านเฟสบุ๊ก ว่าที่ประชุมมีมติ แห่องค์ หลวงพ่อวัดไร่ขิง (ทั้งทางบและทางน้ำ) 27-28 มีนาคม 2569 ซึ่งได้มีเครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งเป็นข้อสงสัยหลายประการถึงปัญหาของการบริหารจัดงานภายในของวัดไร่ขิงอีกครั้งหลังจนเป็นประเด็นร้อน
ซึ่งเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีชาวบ้านนับร้อยคน ได้ เข้ามาสังเกตุการในการประชุมหารือกับหัวหน้าส่วนราชการ กับเรื่องดังกล่าว โดยมีพระราชวชิรสุตาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบางช้างเหนือ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พระรามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมด้วยนายทิวช เที่ยวมาพบสุข อำเภอสามพราน พันตำรวจเอก ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสามพราน นางธิติรัตน์ เรืองสังข์ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ดร.วุฒิชัย วังพรม นายกเทศบาลเมืองไร่ขิง ว่าที่ร้อยโท อรรถชล ทรัพย์ทวี รองนายกฯองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม หัวหน้าหน่วยงานราชการ สถานศึกษา โรงพยาบาลสามพราน โรงพยาบาลเมตาประชารักษ์วัดไร่ขิง เทศบาลเมืองไร่ขิง อบต.ท่าตลาด ที่อยู่ในพื้นที่ของวัดไร่ขิง พระอารามหลวง และชาวบ้านนับร้อยคน
ทั้งนี้ในการประชุมหลายวาระที่ได้ยกขึ้นมาในการเตรียมความพร้อมในการจัดงานครั้งนี้ แต่ประเด็นหนึ่งซึ่งชาวบ้านได้ยกมือและสอบถามถึงเอกสารดังกล่าวที่ปรากฏว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่เนื่องจากมีการใช้ตราวัดไร่ขิงพระอารามหลวงแต่ไม่ได้มีการระบุชื่อหรือลงนามว่าเป็นหนังสือที่ออกคำสั่งโดยใครและได้เป็นหนังสือที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการของรักษาการเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงพระอรามหลวง หรือไม่ เนื่องจากเป็นเอกสารที่จะสร้างความแตกแยกและสร้างความขัดแย้งในกรรมการชุดเก่ารวมถึงกรรมการชุดใหม่ที่จะเข้ามาลงนามในการร่วม ในการจัดงานครั้งนี้ รวมถึงยังมีการสอบถามถึงประเด็นว่าจะยกเลิกการแห่หลวงพ่อวัดไร่ขิงองค์จำลองตามที่เป็นกระแสว่าจะงดทั้งทางน้ำและทางบกว่ามีความเป็นจริงหรือไม่ที่สำคัญยังมีการสั่งให้ยกเลิกมหรสพทั้งหมด ซึ่งจะมีการจัดขึ้นอีกไม่นานนี้ว่าใครเป็นผู้สั่งการและรักษาการเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงพระอารามหลวงในฐานะเจ้าคณะจังหวัดนครปฐมได้ทราบเรื่องนี้หรือได้มอบหมายเรื่องนี้ให้กับใครเป็นคนดำเนินการซึ่งเป็นประเด็นร้อนแรงที่สร้างความสงสัยให้กับชาวบ้านเป็นจำนวนมาก

โดยในที่ประชุม นายวุฒิชัย วังพรม นายกเทศมนตรีเมืองไร่ขิง ได้กล่าวสอบถามในที่ประชุมเรื่องหนังสือประกาศฉบับดังกล่าวว่าใครเป็นผู้ออกหนังสือซึ่งไม่มีการระบุชื่อหรือลายเซ็น เนื่องจากมีประชาชนลูกศิษย์หลวงพ่อวัดไร่ขิงสอบถามกันมาจำนวนมาก ซึ่งก็ได้รับคำตอบ จากพระรัตนสุธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ว่าเป็นผู้ออกหนังสือฉบับนี้ แต่เป็นเอกสารภายในวัด ซึ่งชาวบ้านได้ท้วงไปว่าโดยตามหลักการแล้วผู้ช่วยเจ้าอาวาสไม่มีอำนาจในการออกประกาศใดๆของวัด นอกจากเจ้าอาวาสหรือรักษาการแทนเจ้าอาวาส มอบหมายหรือเป็นผู้สั่งการ
นายวุฒิชัย ได้นำประเด็นมาถกในเรื่องเกี่ยวกับพิธีอัญเชิญหลวงพ่อวัดไร่ขิงทางน้ำและทางบกซึ่งเป็นประเพณีสืบทอดกันมานานนับ 10 ปี เป็นการสร้างความรักสามัคคีในชุมชน อนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงาม โดยที่เทศบาลเมืองไร่ขิงจัดสรรงบประมาณในการอัญเชิญหลวงพ่อวัดไร่ขิงทั้งทางน้ำและทางบกมาทุกปี ซึ่งไม่ได้ใช้เงินของวัดไร่ขิง เป็นในส่วนของเทศบาลเมืองไร่ขิงเป็นผู้ดำเนินการ แต่ทำไมผู้ช่วยเจ้าอาวาสถึงมีอำนาจมากกว่ารักษาการเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ทั้งที่ไม่มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ และมีชาวบ้านบางรายได้สอบถามกรณีพระรัตนสุธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง กล่าวอ้างว่าคณะกรรมการร้านค้าบางคนเอาล็อคขายของไปขายต่อ โดยให้พระรัตนสุธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง เป็นผู้ตอบคำถาม แต่ทางรักษาการเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงได้เร่งสรุปให้จบประเด็นนี้ จึงยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มชาวบ้านที่ไม่ได้รับคำตอบอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ มีประเด็นในส่วนค่าใช้จ่ายในการทำอาหารโรงทานในปีนี้ประเมินไว้อยู่ที่ 600,000 บาท (หกแสนบาท)ทั้งที่ผ่านมาก็ดำเนินการมาตลอด แต่กลับหาว่าสิ้นเปลืองทั้งที่วัดไร่ขิง พระอารามหลวง ประมูลร้านค้าปีละหลายสิบล้านบาทและจัดโรงทานมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เป็นเวลานานกว่าทศวรรษแต่ ในปีนี้ประมูลร้านค้าได้ถึง 48,000,000 (สี่สิบแปดล้านบาท)แต่กลับจะงดการแห่อัญเชิญหลวงพ่อวัดไร่ขิงทางน้ำและทางบก รวมทั้งงดการเปิดโรงทานอาหาร ที่มีไว้ให้กับลูกศิษย์หลวงพ่อวัดไร่ขิง และคณะกรรมการงานปี ผู้ที่มาช่วยงานวัดได้รับประทานกัน
“ตอนนี้การดำเนินการตามขนบธรรมเนียมประเพณีของวัดไร่ขิง ในการแห่รูปจำลองของหลวงพ่อวัดไร่ขิงจากการสอบถามและขอลงความเห็นส่วนใหญ่ในที่ประชุมยังคงให้มีการดำเนินการแห่องค์จำลองหลวงพ่อวัดไร่ขิงไว้คงเดิม จึงขอเชิญชวนให้ลูกศิษย์หลวงพ่อวัดไร่ขิง และคนไทยทั่วประเทศมาร่วมชมความงดงามโดยพร้อมเพรียงกัน” นายกเทศบาลเมืองไร่ขิงกล่าว

ทั้งนี้ในที่ประชุมยังได้มีการนำข้อมูลที่มีพระรูปหนึ่งพระพฤติก้าวข้ามอกนาจตัวเองซึ่งไม่ได้หารือกับคณะสงฆ์และผู้บังคับบัญชา แต่สั่งการที่สร้างความสงสัยให้กับชาวบ้านที่สังเกตุเห็นความผิดปกติในพฤติกรรมดังกล่าง เช่น ต้นไม้ ภายในวัดกับรกเหี่ยวแห้งเฉาตาย น้ำตกที่เคยสดใสงดงานก็ไม่บูรณะ และพยายามจะมีการทุบทิ้งจนถูกชาวบ้านคัดค้าน มีเจ้าหน้าที่คอยลดน้ำดูแลรดน้ำก็ถูกไล่ออกไป หรือภายในวัดเมื่อเดินภายในก็มืดครึ้มน่ากลัว ไฟฟ้าส่องสว่างทางเดินกลับปิดมืด ผิดจากเดิมมาก แต่ส่วนกุฎิพระสงฆ์ เปิดแอร์ ทีวี กันอย่างสบาย หรือแม้แต่กุฏิ พระรัตนสุธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดไร่ขิง พระรามหลวง ใช้อดีตโรงเรียนพระปริยัติธรรม สูงสองชั้น เนื้อที่เกือบร้อยตารางเมตร ทั้งหลังใช้เป็นกุฎิ ซึ่งทำให้เสียประโยชน์ในการใช้อาคารเป็นอย่างมาก เพราะพำนักเพียงรูปเดียว แต่ก็ไม่มีใครกล้าท้วงติง คิดว่าหากเป็นการบริหารวัดเช่นนี้ต่อไปคงจะมีปัญหาตามมาอีก
ทั้งนี้ชาวบ้านและญาติโยมบริเวณรอบวัดได้แสดงความเห็นว่าเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ในฐานะผู้ที่รักษาการเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงพระอารามหลวง ควรที่จะมีการลงตรวจสอบและกำกับการบริหารจัดการวัดไร่ขิงพระพระรามหลวงให้กราบมามีความเรียบร้อย รวมถึงกำกับหน้าที่ของคณะสงฆ์ภายในวัด ให้อยู่ในความเรียบร้อยเพราะหลังจากที่วัดไร่ขิงเคยเกิดเรื่องไปเมื่อปีก่อน ชาวบ้านชุมชนและพุทธศาสนิกชนรวมถึงส่วนราชการได้พยายามพลิกฟื้นความศรัทธาของคณะสงฆ์ใต้ร่มเงาบารมีของหลวงพ่อวัดไร่ขิงให้กลับมาเป็นส่วนรวมจิตใจที่เชื่อมั่นได้ครั้งหนึ่งแต่กลับมีสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกจึงอยากให้เจ้าคณะจังหวัดนครปฐมได้แสดงบทบาทในการกำชับตรวจตราและทำงบบำรุงวัดไร่ขิงให้สวยสง่าเหมือนดังเดิมตามที่ได้รับตำแหน่งรักษาการไว้ด้วย
