IN NEWS
'พิพัฒน์'นำบอร์ดศบก.ตั้งโต๊ะแถลงตอบ 6คำถามคาใจปชช.'น้ำมันมี!แต่ปั้มไม่พอ'
กรุงเทพฯ-การแถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) วันที่ 23 มีนาคม 2569 ช่วงบ่ายรัฐบาลเร่งอัดฉีดน้ำมันเข้าสู่ระบบ แก้ปัญหาหน้าปั๊มไม่พอจากดีมานด์พุ่ง ย้ำสัปดาห์นี้ต้องเห็นผล
ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงผลการประชุมติดตามสถานการณ์พลังงาน โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงมาตรการเร่งแก้ไขปัญหาการกระจายน้ำมัน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานผลการตรวจสอบสถานการณ์และข้อจำกัดในระบบขนส่ง ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ชี้แจงโครงสร้างปัญหาเชิงระบบและมาตรการเพิ่มความโปร่งใส และ ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน รายงานตัวเลขการผลิต การใช้ และการบังคับใช้กฎหมาย
• ทำไมน้ำมัน “มี แต่หน้าปั๊มไม่พอ”
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนน้ำมัน แต่เป็นผลจากความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจากเดิมประเทศไทยมีการใช้น้ำมันเฉลี่ยประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 82–84 ล้านลิตรต่อวัน และในบางช่วงมีความต้องการสูงกว่าปกติอย่างมาก ส่งผลให้แม้จะมีการอัดฉีดน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการอย่างต่อเนื่อง ก็ยังไม่เพียงพอในบางช่วงเวลา ทั้งนี้ โรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ทุกแห่งยังคงเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง บางแห่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่นเกิน 100% และเร่งปล่อยน้ำมันเข้าสู่ระบบอย่างเต็มที่ โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการว่า ภายในสัปดาห์นี้จะไม่มีสถานีบริการใดที่ไม่มีน้ำมันจำหน่าย
• รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาอย่างไร
ในส่วนของมาตรการ นายพิพัฒน์ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งผ่อนคลายเงื่อนไขการสำรองน้ำมัน โดยชะลอแผนการเพิ่มสำรองน้ำมันที่เดิมจะทยอยเพิ่มเป็น 0.5% ภายในวันที่ 31 มีนาคม และ 1.5% ภายในวันที่ 30 เมษายน รวมเป็น 3% ให้คงระดับสำรองไว้ที่ประมาณ 1% เพื่อเปิดทางให้นำน้ำมันสำรองออกมาใช้ในระบบได้ทันที นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นเร่งปล่อยน้ำมันเข้าสู่ตลาด และเตรียมเพิ่มทางเลือกเชื้อเพลิง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล B20 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีจำหน่ายในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อรองรับความต้องการในภาคอุตสาหกรรมและลดแรงกดดันต่อสถานีบริการ
• เหตุใดบางปั๊มยังคงน้ำมันหมดเป็นช่วง ๆ
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบายว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลจากข้อจำกัดด้านระบบขนส่งและการกระจายน้ำมัน ซึ่งประกอบด้วยการส่งผ่านท่อ การขนส่งทางรถบรรทุก และการจัดสรรตามรอบการส่ง ทำให้ไม่สามารถส่งน้ำมันได้ทุกชนิดในเวลาเดียวกัน เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปั๊มน้ำมันบางแห่งซึ่งปกติจำหน่ายได้ประมาณ 15,000 ลิตรต่อวัน กลับจำหน่ายหมดตั้งแต่ช่วงกลางวัน ทำให้ต้องรอการขนส่งรอบใหม่ อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการผ่อนผันให้รถขนส่งน้ำมันสามารถวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย โดยจำนวนสถานีบริการที่ประสบปัญหาน้ำมันขาดมีแนวโน้มลดลงจากกว่า 400 แห่ง เหลือไม่ถึง 200 แห่งภายใน 2–3 วัน
• สถานการณ์น้ำมันในประเทศเพียงพอหรือไม่
จากข้อมูลที่รายงานในที่ประชุม พบว่า ในช่วงวันที่ 1–20 มีนาคม มีน้ำมันดิบเข้าสู่ประเทศไทยแล้วประมาณ 3,300–3,400 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการกลั่นใช้ในประเทศ ขณะเดียวกัน กำลังการกลั่นของประเทศอยู่ที่ประมาณ 175 ล้านลิตรต่อวัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 77 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับความต้องการใช้ในภาวะปกติ
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ความต้องการใช้เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 84 ล้านลิตรต่อวัน และบางวันเพิ่มสูงถึงกว่า 100 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้ต้องนำสต๊อกน้ำมันสำรองออกมาใช้เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น จากการตรวจสอบของกรมการปกครองในสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศจำนวน 9,387 แห่ง พบว่า ประมาณ 8,000 แห่ง มีปัญหาด้านการขนส่ง คือ น้ำมัน ถูกจำหน่ายหมดเร็วกว่าปกติและต้องรอการเติมจากระบบขนส่ง
• ภาครัฐควบคุมการกักตุนและสร้างความโปร่งใสอย่างไร
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ระบุว่า รัฐบาลได้ปรับระบบการบริหารจัดการน้ำมันให้มีความโปร่งใสมากขึ้น โดยกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 รวมกว่า 200 ราย ต้องรายงานข้อมูลปริมาณน้ำมันที่รับ การจำหน่าย ต่อกรมธุรกิจพลังงานทุกวัน พร้อมกันนี้ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการและคลังน้ำมันอย่างเข้มงวด หากพบว่ามีการกักตุนหรือมีน้ำมันแต่ไม่จำหน่าย จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทันที
• ตัวเลข “ผลิต vs ใช้” สะท้อนอะไร
ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมกราคม 2569 ประเทศไทยผลิตน้ำมันดีเซลได้ประมาณ 76 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่มีการใช้อยู่ที่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้มีส่วนเกินสำหรับสำรอง แต่ในปัจจุบัน แม้จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็นประมาณ 80 ล้านลิตรต่อวัน แล้ว แต่ความต้องการใช้เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 84 ล้านลิตรต่อวัน และบางวันสูงกว่า 100 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้ต้องนำสต๊อกน้ำมันออกมาใช้เพื่อรองรับ และรายงานข้อมูลทุกวันภายในเวลา 18.00 น. และหากผู้ค้ารายใดไม่ส่งข้อมูล จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ในกรณีตรวจสอบน้ำมันที่จังหวัดอ่างทอง พบความผิดปกติในเอกสารใบกำกับการขนส่งที่ไม่ตรงกับข้อมูลจริง โดยกรมธุรกิจพลังงานได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว และส่งผลตรวจคุณภาพน้ำมันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามขั้นตอน
รัฐบาลยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีน้ำมันเพียงพอ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลจากความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับข้อจำกัดด้านการกระจายสินค้าในช่วงเวลาเดียวกัน โดยมาตรการที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ทั้งการเพิ่มซัพพลาย การผ่อนคลายสต๊อก การกระจายน้ำมัน และการป้องกันการกักตุน จะช่วยให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติในระยะเวลาอันใกล้ และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำมันได้อย่างเพียงพอ
