IN NEWS

ปลัดมท.ยันผู้ว่าฯทั่วปท.ลุยตรวจปั้มน้ำมัน พบหลายจว.จ่ายไม่ทันเหตุมีผู้ต้องการสูง



กรุงเทพฯ-ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ลุยตรวจสอบบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน หลายจังหวัดก็พบว่ามีสถานีบริการน้ำมันบางแห่งที่ประชาชนเดินทางเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจำหน่ายมีความล่าช้าอันเกี่ยวเนื่องด้วยการขนส่งน้ำมันตามรอบของผู้ให้บริการ

วันนี้ (26 มี.ค. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการดำเนินงานของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 21 มีนาคม 2569 แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2569 โดยพบว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศได้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงานตามประกาศดังกล่าว โดยลงพื้นที่ตรวจสอบให้ผู้ค้าน้ำมันดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างใกล้ชิด และสถานการณ์ภาพรวมของการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงยังเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เช่น PTT Station ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดนครปฐม จังหวัดยะลา รวมถึงคลังน้ำมัน บริษัท ไทยไปป์ไลน์ จำกัด หรือ TPN ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น PTT Station ปตท.ท่าช้าง และปั๊มน้ำมันบางจาก บ้านแก้วบริการ จังหวัดจันทบุรี เป็นต้น แต่ในหลายจังหวัดก็พบว่ามีสถานีบริการน้ำมันบางแห่งที่ประชาชนเดินทางเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจำหน่ายมีความล่าช้าอันเกี่ยวเนื่องด้วยการขนส่งน้ำมันตามรอบของผู้ให้บริการดังที่ปรากฏทางสื่อมวลชนต่าง ๆ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในขณะนี้ แม้ว่าจะมีสัญญาณที่ดีจากการที่อิหร่านอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบของไทยแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เมื่อ 24 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา แต่สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง ตนจึงได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดยังคงดำเนินมาตรการตามข้อสั่งการข้างต้นอย่างเคร่งครัด และลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการด้านการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องตามรอบเวลาในทุกวัน ทั้งการตรวจสอบการแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน ความถูกต้องของปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง และปริมาณการจำหน่ายจริง เพื่อเฝ้าระวังการกักตุน และจำหน่ายในลักษณะผิดปกติ พร้อมทั้งกำชับให้สำนักงานพลังงานจังหวัดได้รายงานข้อมูลการจำหน่ายน้ำมันของผู้ประกอบการทั้งที่เป็นสถานีให้บริการน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันอย่างต่อเนื่องทุกวัน

"กระทรวงมหาดไทย โดยกลไกผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทั่วประเทศยังคงติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์พลังงานในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ โดยมอบหมายให้ "ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด" เป็นศูนย์ข้อมูลกลางในการรับเรื่องและประสานการแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งพี่น้องประชาชนสามารถโทรสายด่วน 1567 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง" ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติม

.