THAILAND
ผู้ว่าฯปราจีนฯประชุมรับมือช่วงสงกรานต์ ถนน304'ศาลปู่โทน'สั่งติดกล้องอัจฉริยะ
ปราจีนบุรี-ผู้ว่าฯปราจีนบุรีฟิตลุยยกระดับความปลอดภัยถนน 304 “ศาลปู่โทน” สั่งติดกล้องอัจฉริยะ-คุมเข้มรถใหญ่ ลงเวลาเข้า–ออก ลดเสี่ยงอุบัติเหตุอย่างเป็นระบบ
เมือวันที่ 26 มีนาคม 2569 จังหวัดปราจีนบุรี เดินหน้ายกระดับ “ความปลอดภัยทางถนน” อย่างจริงจัง โดยโฟกัสพื้นที่เสี่ยงสำคัญบนทางหลวงหมายเลข 304 บริเวณช่วงศาลปู่โทน ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่มีปริมาณรถบรรทุกขนาดใหญ่สัญจรจำนวนมาก และเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานประชุมกำหนดมาตรการเร่งด่วน โดยมีนายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พล.ต.ต.ดร.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อบูรณาการแนวทางแก้ไขปัญหาให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
ที่ประชุมมีมติ “เร่งดำเนินมาตรการระยะสั้นทันที” ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยีและการบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ การติดตั้ง กล้องอัจฉริยะ (Smart Camera) เพิ่มเติมในจุดเสี่ยงและจุดพักรถ เพื่อเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างใกล้ชิด การกำหนดระบบ “ลงเวลาเข้า–ออก” สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อจัดระเบียบการจอดพัก ลดการกีดขวางการจราจร และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเตรียมออกประกาศจังหวัดให้มีผลในทางปฏิบัติอย่างชัดเจน
ในส่วนของระบบกล้องอัจฉริยะ ถือเป็นหัวใจสำคัญของมาตรการครั้งนี้ โดยใช้เทคโนโลยีตรวจจับและวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทั้งความเร็ว ระยะเวลาเดินทางระหว่างจุดตรวจ (Point-to-Point) และพฤติกรรมการจอดรถของรถบรรทุก ระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง “จุดตรวจที่ 1 และจุดตรวจที่ 2” เพื่อคำนวณระยะเวลาการเดินทาง หากพบว่าใช้เวลาน้อยผิดปกติ จะสะท้อนพฤติกรรมใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด ขณะที่กรณีใช้เวลาตามเกณฑ์ จะสามารถยืนยันการจอดพักได้อย่างถูกต้องตามระเบียบ
มาตรการดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ยังลดความเสี่ยงจาก “ความอ่อนล้าของผู้ขับขี่” ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของอุบัติเหตุร้ายแรงบนเส้นทางสายนี้

ขณะเดียวกัน ระบบกล้องยังเชื่อมต่อเข้าสู่ศูนย์ควบคุมกลาง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเฝ้าระวัง วิเคราะห์สถานการณ์ และสั่งการได้อย่างทันท่วงที เพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าระงับเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เน้นย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการ “ยกระดับการจัดการจราจรเชิงระบบ” โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสานกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทาง
ทั้งนี้ จังหวัดปราจีนบุรีจะติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิด พร้อมต่อยอดสู่มาตรการระยะยาว เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนให้ครอบคลุมทุกมิติอย่างยั่งยืน
นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่เดินหน้าปกป้องชีวิตประชาชน ด้วยเทคโนโลยีและการบริหารจัดการเชิงรุกอย่างแท้จริง
มานิตย์ สนับบุญ/ปราจีนบุรี
