TECH & AI

Huawei Cloud เปิดตัวMaaSในไทยและ ยกระดับศักยภาพAIแบบFull-Stack 



กรุงเทพฯ, 31 มีนาคม 2569 – หัวเว่ย คลาวด์ จัดงาน Huawei Cloud Thailand AI Boost Day 2026 โดยนำเสนอวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ใหม่ ผ่านการเปิดตัว Agentic AI ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่กำลังพลิกโฉมขอบเขตของการใช้งาน AI จากระบบที่ทำงานแบบตอบสนองคำสั่ง (passive response) ไปสู่ระบบอัจฉริยะ (intelligent agents) ที่สามารถวางแผนเชิงรุกและดำเนินงานที่ซับซ้อนได้อย่างอัตโนมัติ

ภายในงานหัวเว่ย คลาวด์ ยังได้เปิดตัวบริการ Model as a Service (MaaS) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย MaaS ของหัวเว่ย คลาวด์ ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งานระดับองค์กร ครอบคลุมทั้งโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models), การเขียนโค้ด และแอปพลิเคชันแบบมัลติโมดัล (Multimodal) ด้วยการพัฒนาขึ้นเองเฉพาะของหัวเว่ย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดระยะเวลาการตอบสนอง และเสริมความเสถียร พร้อมรองรับโมเดลชั้นนำของอุตสาหกรรมในรูปแบบบริการแบบ Token เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานแบบ token-based ที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ โดยปัจจุบันมีองค์กรชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมเริ่มนำไปใช้งานแล้ว

นอกจากนี้ MaaS ยังรองรับโมเดล GLM-5 ที่เปิดตัวล่าสุด ซึ่งมีประสิทธิภาพระดับแนวหน้าด้านการเขียน Coding และ Agent Capabilityในกลุ่มโมเดลโอเพ่นซอร์ส โดยมีจุดเด่นในการจัดการงานที่มีความซับซ้อนสูงและงานที่ต้องใช้บริบทระยะยาว GLM-5 จึงเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนา AI Agent แบบอเนกประสงค์ในระดับองค์กร

งาน Huawei Cloud Thailand AI Boost Day 2026 รวบรวมผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงพันธมิตรชั้นนำ ที่ขึ้นเวทีร่วมแบ่งปันมุมมองและแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับอนาคตของการเปลี่ยนผ่านธุรกิจด้วย AI พร้อมทั้งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ หัวเว่ย คลาวด์ ในการขยายความร่วมมือกับโมเดล AI แบบโอเพ่นซอร์สชั้นนำ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตั้งแต่วันแรก (Day-0 availability) ช่วยให้องค์กรเร่งนวัตกรรมและสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้นในยุค AI

 

สถาปัตยกรรมการประมวลผลรูปแบบใหม่สำหรับยุค AI

ผู้บริหารหัวเว่ย คลาวด์ ระบุว่า Agentic AI ได้นำเสนอรูปแบบการประมวลผลใหม่ ซึ่งต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อนและยืดหยุ่นได้มากกว่ารูปแบบเดิม

นายเจมส์ ถัน (James Tan), Head of AI, Huawei Cloud APAC กล่าวว่า “Agentic AI กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของระบบ AI จากเครื่องมือที่ตอบสนองคำสั่ง ไปสู่ระบบอัจฉริยะที่สามารถตัดสินใจและดำเนินการได้อย่างอัตโนมัติ การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ยุคใหม่ที่มีความยืดหยุ่น ขยายตัวได้สูงและชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น”

นายสุรศักดิ์ สนิทวัฒน์พิบูลย์ CTO ธุรกิจคลาวด์ หัวเว่ย ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง หัวเว่ย คลาวด์ ได้พัฒนาโครงสร้างAI แบบ full-stack อย่างครบวงจร โดยยึดแนวคิดหลักของ Agentic AI เป็นศูนย์กลาง ที่ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI โมเดลขนาดใหญ่และเครื่องมือ (toolchains) รวมถึงแพลตฟอร์มเอเจนต์อัจฉริยะ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนกับองค์กรในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอัจฉริยะ”

โซลูชัน AI แบบครบวงจรรองรับการใช้งานในระดับองค์กร

ภายในงาน หัวเว่ย คลาวด์ ได้นำเสนอชุดโซลูชัน AI แบบครบวงจร ที่รองรับองค์กรในทุกขั้นตอนของการนำ AI ไปใช้งาน ตั้งแต่การทดลอง ไปจนถึงการใช้งานในระดับขนาดใหญ่ ได้แก่:

• CloudMatrix AI Infra: โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ประสิทธิภาพสูง ที่ผสานทรัพยากรหลากหลายสถาปัตยกรรม รองรับการขยายตัว (elasticity) และการจัดการงาน training และ inference ได้อย่างยืดหยุ่น• ModelArts: แพลตฟอร์มพัฒนา AI แบบ full-stack ที่เปิดกว้างและใช้งานง่าย รองรับทั้งโมเดลของ Huawei และจากผู้พัฒนาภายนอก ครอบคลุมตั้งแต่วิศวกรรมข้อมูล การฝึกโมเดล การเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (reinforcement learning) ไปจนถึงการใช้งานโมเดล ช่วยลดความซับซ้อนและให้ลูกค้ามุ่งเน้นที่นวัตกรรม

• CodeArts: แพลตฟอร์มที่ผสานโมเดลด้านโค้ด IDE และคลังโค้ด ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างโค้ด การตอบคำถามด้าน R&D การสร้าง test case การดีบัก การอธิบาย และการปรับปรุงโค้ด โดยใช้แกนบริการภาษาที่พัฒนาโดย Huawei และเทคโนโลยี context augmentation ระดับวิศวกรรม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเขียนโค้ดได้ 30% ลดการใช้ token ลง 30% และมีอัตราการยอมรับโค้ดสูงถึง 80% ส่งผลให้ประสิทธิภาพงานวิจัยและพัฒนาในองค์กรดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

• AgentArts: แพลตฟอร์มแบบครบวงจรสำหรับการพัฒนา การดำเนินการ และดูแล agent โดยรองรับทั้งการพัฒนาแบบ low-code และ high-code ช่วยลดเวลาการพัฒนาจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง พร้อมสถาปัตยกรรมแบบ serverless ที่มีความเสถียรสูงและขยายตัวได้รวดเร็วในระดับมิลลิวินาที รวมถึงรองรับการประเมินผลอัตโนมัติและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องผ่าน framework ของ reinforcement learning

ทั้งนี้ หัวเว่ย คลาวด์ ยังเผยว่า CodeArts และ AgentArts ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเอเจนต์ระดับอัจฉริยะ จะพร้อมเปิดให้บริการในตลาดต่างประเทศในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทยด้วย AI

ด้วยศักยภาพดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างระบบนิเวศ AI แบบครบวงจร เพื่อสนับสนุนให้องค์กรในประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านจากการทดลองใช้ AI ไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพเวทีฟอรั่มครั้งนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในระบบนิเวศ AI เปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และร่วมกันค้นหาแนวทางใหม่ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน AI และโซลูชันอัจฉริยะยุคถัดไป

หัวเว่ย คลาวด์ ยังคงเดินหน้าลงทุนในนวัตกรรมคลาวด์และ AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนองค์กรด้วยโซลูชันที่มีคสามยืดหยุ่น ปลอดภัยและเชื่อถือได้  รองรับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI