POLITICS

นักกม.ชี้ก่อสร้างถนน-ตัดต้นตาลดาบวิชัย เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.จัดซื้อฯ/แจ้งจับแล้ว!



ศรีสะเกษ-นักกฎหมาย ชี้ ก่อสร้างถนน-ตัดต้นตาลดาบวิชัย ก่อนทำสัญญา เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ความผิดชัดแจ้ง-รอดยาก และ แจ้งจับแล้ว ผู้รับเหมา-จนท.รัฐ ฐานปล่อยปละละเลย-ฮั้วประมูลงาน เหตุก่อสร้างถนนก่อนสัญญาจ้าง ขณะที่กรมทางหลวงชนบท สั่งยกเลิกโครงการดังกล่าวแล้ว

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.วระเดช ภาวัตเวคิน อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ วิทยาลัยกฎหมายและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏในข่าว กรณีการก่อสร้างขยายถนน สายปรางค์กู่-ห้วยทับทัน อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ หากพิจารณาตามพยานหลักฐานหรือว่าเอกสารที่ปรากฏในสื่อโซเชียล แล้ว การที่ผู้รับเหมา ลงมือดำเนินงานก่อนที่จะทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ชนะการเสนอราคานั้น มันย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายแน่นอน เพราะยังไม่มีการลงนามในการทำสัญญา แต่ผู้รับเหมาลงมือก่อน ซึ่งเป็นการทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย เพราะฉะนั้นส่วนราชการที่เป็นคนดูกำกับดูแลและรับผิดชอบนั้น ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ โดยปกติหากเราพิจารณาหลักกฎหมายแล้ว วันสุดท้ายของการยื่นซองประมูลหรือว่าจะเป็นการกระทำการโดย e-bidding เพราะจำนวนเงินเกิน 5 แสนบาทขึ้นไป กรณีดังกล่าว วันสุดท้ายที่ยื่นก็คือวันที่ 17 มี.ค. 2569 และวันที่ประกาศผู้ชนะในการเสนอราคาคือวันที่ 23 มี.ค. 2569 ดังนั้นภายในระยะเวลา 7-15 วัน โดยนับจากวันที่ 23 มี.ค. 2569 จะต้องให้โอกาสมีการอุทธรณ์หรือคัดค้านการประมูลครั้งนี้ ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ว่ามีใครจะคัดค้านหรือไม่ จึงต้องรอระยะเวลาประมาณ 7-15 วัน

เมื่อครบเวลา 7-15 วันแล้ว ก็จะต้องมีการดำเนินการทำสัญญากับผู้ชนะการประมูลที่เสนอราคาต่ำสุด เมื่อทำสัญญาเสร็จ ก็จะต้องใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน ในการส่งมอบพื้นที่และให้ผู้ชนะการประมูลนั้นเข้าทำดำเนินการในการทำตามสัญญาก่อสร้างต่อไป 

ส่วนกรณีที่ปรากฏตามข่าว ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อย่างไรนั้น หากได้พิจารณาในมุมมองหลักกฎหมายพื้นฐานใน พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง แล้ว ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานต่อไป 

หากถามว่าใครเป็นผู้เสียหาย โดยปกติก็ต้องเป็นเจ้าของพื้นที่ที่เสนอการการจัดซื้อจัดจ้าง ก็คือ กรมทางหลวงชนบท ที่เป็นผู้เสียหายหลักๆ พูดง่ายๆก็คือทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย หากไม่ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ก็อาจจะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 ได้ ซึ่งหากพิจารณาต่อไป จะเห็นได้ว่ากรณีดังกล่าวนี้เป็นการฮั้วประมูลหรือไม่ เพราะมีการลงมือทำก่อนมีการเซ็นสัญญา ทางออกก็คือจะต้องดำเนินการให้ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อจะต้องตอบคำถามของประชาชนและตอบคำถามของสิ่งที่ดำเนินการต่อไปนั้น มันชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ กรณีนี้ความผิดค่อนข้างชัดแจ้ง และความผิดก็ได้เกิดขึ้นแล้ว น่าจะรอดยาก.

ล่าสุดแจ้งจับแล้วผู้รับเหมา-จนท.รัฐฐานปล่อยปละละเลย-ฮั้วประมูลงาน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นจังหวัดศรีสะเกษ และคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือกับ พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ และพ.ต.อ.ขวัญเมือง โกสุมา ผกก.ปรางค์กู่ เพื่อกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนรายหนึ่งพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในกรณีปล่อยให้ผู้ประกอบการเข้าไปในพื้นที่ไซต์งานก่อสร้าง ก่อนที่จะมีการทำสัญญาและไปสร้างความเสียหายให้กับถนน 

นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้มายื่นหนังสือกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการเอกชนรายหนึ่ง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ในกรณีปล่อยให้ผู้ประกอบการเข้าไปในพื้นที่ไซต์งานก่อสร้าง ก่อนที่จะมีการทำสัญญา และไปสร้างความเสียหายให้กับถนน 

อีกทั้งต้นตาล ซึ่งเป็นต้นไม้อันทรงคุณค่าประจำ จ.ศรีสะเกษ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ก็เป็นกรณีต้องมากล่าวโทษดำเนินคดี ซึ่งในกรณีที่มีการประกวดราคา และผู้ที่ชนะการประมูลมีราคาต่างจากราคากลางเพียงแค่ 22,000 บาท ราคากลางอยู่ที่กว่า 28.47 ล้านบาท ผู้ที่ยื่นประกวดราคาชนะการประมูล ยื่นไปอยู่ที่ 28,448,000 บาท มีส่วนต่างกันอยู่เพียงเล็กน้อย เป็นเรื่องราวที่เราต้องตรวจสอบต่อไป ในวันนี้คือต้องการให้ชาวศรีสะเกษ รู้ว่าเราจะไม่ยอมในกรณีที่ทำอะไรไม่ชอบตามกฎหมาย

สำหรับความผิดที่ร้องไปคือ กรณีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 คือ ทำลายถนนสาธารณะ และก็ร้องเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือ กรมทางหลวงชนบท ที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 157 ประกอบกับ พ.ร.บ. ปปช. มาตรา 172 และ พ.ร.บ.การเสนอราคาหน่วยงานต่อรองราคา หรือกฎหมายฮั้ว ตามมาตรา 4 ให้ลงโทษตามมาตรา 11 ,12 ,13 เอาทุกอย่างที่เป็นความผิด

ด้าน พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า เบื้องต้นตนได้รับหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษดังกล่าวแล้ว และจะได้ส่งเรื่องให้กับ สภ.ปรางค์กู่ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ที่เกิดเหตุในการดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำความผิดก็จะได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ขณะเดียวกัน นายโกศล จันมนฑา วิศวการโยธาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทน ผอ.สำนักบำรุงทาง ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ได้ลงนามในประกาศ สำนักบำรุงทาง เรื่อง ยกเลิกประกาศ ประกวดราคาจ้างก่อสร้างถนนสาย ศก.3003 แยก ทล.226 - บ้านพิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ด้วยวิธีประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามประกาศ สำนักบำรุงทาง เรื่อง ประกวดราคาจ้างก่อสร้างถนนสายดังกล่าว ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ลงวันที่ 27 ก.พ. 2569 ระบุข้อความว่า เนื่องจาก สภาพพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ต้องดำเนินการปรับแก้ไขรูปแบบรายการก่อสร้างและปรับราคากลางใหม่ สำนักบำรุงทาง จึงขอยกเลิกประกาศดังกล่าว ประกาศ ณ วันที่ 1 เม.ย. พ.ศ. 2569.

ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน