BUSINESS
คปภ.แนะ10เช็กลิสต์ซื้อประกันชีวิตผ่าน ตัวแทนและชำระเบี้ยอย่างถูกวิธี
กรุงเทพฯ-สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) แนะนำประชาชนที่ประสงค์จะซื้อประกันชีวิตผ่านตัวแทนประกันชีวิต ควรศึกษาข้อมูลและตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบ เพื่อให้การทำประกันภัยเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และได้รับความคุ้มครองตามสิทธิประโยชน์ที่กำหนดในกรมธรรม์ โดยมี 10 ข้อแนะนำ ดังนี้
ข้อที่ 1 ทำความเข้าใจว่าการประกันชีวิตเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ผู้ซื้อควรเข้าใจว่าการซื้อประกันชีวิตเป็นการบริหารความเสี่ยงรูปแบบหนึ่ง มิใช่การฝากเงิน โดยผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันชีวิตในฐานะผู้รับประกันภัย เพื่อรับความคุ้มครองต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตหรือสุขภาพ ทั้งนี้ เมื่อเกิดเหตุที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง เช่น การเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บ บริษัทประกันชีวิตมีหน้าที่จ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือผลประโยชน์ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของผู้เอาประกันภัยหรือครอบครัว
ข้อที่ 2 ตรวจสอบใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตก่อนตัดสินใจซื้อ โดยสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th ช่องทาง LINE Official Account : @OICConnect หรือแอปพลิเคชัน “คนกลาง For Sure” ทั้งนี้ หากผู้เสนอขายไม่มีใบอนุญาต หรือใบอนุญาตสิ้นอายุควรหยุดการเจรจา และในกรณีผู้เสนอขายมีใบอนุญาต ควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตว่ายังมีผลบังคับใช้ ณ วันที่เสนอขาย รวมถึงตรวจสอบสังกัดบริษัทให้ถูกต้อง
ข้อที่ 3 กำหนดวัตถุประสงค์ก่อนเลือกซื้อประกันชีวิต การประกันชีวิตมีหลายประเภท ผู้ซื้อควรกำหนดวัตถุประสงค์ของตนเองให้ชัดเจน เพื่อให้ตัวแทนประกันชีวิตสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการ ทั้งนี้ ผู้ซื้อควรเลือกแบบประกันชีวิตด้วยความสมัครใจ หากข้อเสนอไม่ตรงตามความต้องการ สามารถปฏิเสธ หรือเปลี่ยนตัวแทนประกันชีวิตเพื่อรับข้อเสนอใหม่ได้
ข้อที่ 4 ประเมินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย ผู้ซื้อควรประเมินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัยตลอดระยะเวลาของสัญญา โดยวางแผนและประมาณการรายรับ–รายจ่ายอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน และสามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุสัญญา
ข้อที่ 5 ทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองก่อนตัดสินใจซื้อ การประกันชีวิตมีหลายประเภท ตัวแทนประกันชีวิต มีหน้าที่อธิบายรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่เสนอขายอย่างชัดเจน ทั้งเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้น รวมถึงเปรียบเทียบราคาและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ในประเภทเดียวกัน เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ หากข้อเสนอไม่ตรงตามความต้องการ ผู้ซื้อสามารถปฏิเสธหรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กับตัวแทนรายอื่นได้ และเมื่อผู้ซื้อตัดสินใจทำประกันแล้ว ควรเก็บหลักฐานหรือเอกสารประกอบการเสนอขายไว้เป็นหลักฐาน
ข้อที่ 6 กรอกข้อมูลในใบคำขอเอาประกันภัยให้ถูกต้องครบถ้วน ผู้ซื้อควรกรอกข้อมูลในใบคำขอเอาประกันภัยด้วยตนเอง หรือหากมีผู้ช่วยกรอก ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนลงลายมือชื่อ โดยไม่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง เนื่องจากการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือปกปิดข้อเท็จจริงอาจเป็นเหตุให้บริษัทประกันชีวิตปฏิเสธการรับประกันภัยได้ และหากตรวจสอบภายหลังพบว่าข้อมูลไม่เป็นความจริง บริษัทอาจยกเลิกสัญญาและปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้เช่นกัน
ข้อที่ 7 รับทราบสิทธิและระยะเวลาในการยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิต ตัวแทนประกันชีวิตควรแจ้งสิทธิและระยะเวลาในการยกเลิกกรมธรรม์ให้ผู้ซื้อทราบ โดยผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับกรมธรรม์ และในกรณีที่ซื้อผ่านช่องทางโทรศัพท์ สามารถใช้สิทธิยกเลิกได้ภายใน 30 วัน ทั้งนี้ ผู้ซื้อจะได้รับเบี้ยประกันภัยคืนหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าตรวจสุขภาพ (ถ้ามี) หากผู้ซื้อยกเลิกกรมธรรม์ภายหลังระยะเวลาดังกล่าว สามารถใช้สิทธิเวนคืนกรมธรรม์และได้รับมูลค่าเวนคืนตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิต
ข้อที่ 8 ชำระเบี้ยประกันภัยผ่านบัญชีของบริษัทประกันชีวิตเท่านั้น ผู้ซื้อควรชำระเบี้ยประกันภัยเข้าบัญชีของ บริษัทประกันชีวิตโดยตรง และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ทุกครั้ง ไม่ควรโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของตัวแทนประกันชีวิต
ข้อที่ 9 รับทราบช่องทางการติดต่อและการเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ ตัวแทนประกันชีวิตควรแจ้งช่องทางการติดต่อบริษัท รวมถึงขั้นตอนการเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิตให้ผู้ซื้อทราบ เพื่อให้สามารถใช้สิทธิได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุ
ข้อที่ 10 ตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ประกันชีวิตเมื่อได้รับเอกสาร เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันชีวิตแล้ว ผู้ซื้อควรตรวจสอบรายละเอียดว่าถูกต้องและเป็นไปตามการเสนอขายจากตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามที่เสนอขาย สามารถใช้สิทธิยกเลิกได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ ทั้งนี้ หากพบข้อสงสัยหรือข้อผิดพลาดเกี่ยวกับกรมธรรม์ ควรติดต่อตัวแทนประกันชีวิตหรือบริษัทประกันชีวิตโดยเร็ว
นอกจากนี้ ประชาชนควรชำระเบี้ยประกันภัยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าบัญชีของบริษัทประกันภัยโดยตรง พร้อมทั้งขอใบเสร็จรับเงินหรือเอกสารหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัยทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการชำระเงิน และให้มั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วนและต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การทำประกันชีวิตอย่างรอบคอบ ตั้งแต่การตรวจสอบตัวแทน การทำความเข้าใจเงื่อนไขของกรมธรรม์ ไปจนถึงการชำระเบี้ยประกันภัยผ่านช่องทางที่ถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ทำประกันภัยได้รับความคุ้มครองตามสิทธิประโยชน์ที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ และสามารถใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม
