BANGKOK

เขตลาดกระบังเตรียมป้องกันเพลิงไหม้ ขอความร่วมมืองดการเผาในที่โล่ง



กรุงเทพฯ-เขตลาดกระบังเตรียมพร้อมแผนป้องกันเหตุเพลิงไหม้ ขอความร่วมมืองดการเผาในที่โล่ง-งดการเผาพื้นที่การเกษตร ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย

นายธราพงษ์ เพ็ชร์คง ผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการลักลอบเผาพื้นที่เกษตรกรรมในเขตลาดกระบัง รวมทั้งการเตรียมความพร้อมมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการลักลอบเผาในที่โล่งว่า สำนักงานเขตฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากฝุ่นควันที่เกิดจากเพลิงไหม้ที่เกิดจากการลักลอบเผาบริเวณ พิกัด 13.736292, 100.871217 จึงได้มอบหมายให้ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณถนนขุมทอง-ลำต้อยติ่ง มีลักษณะเป็นพื้นที่ทำการเกษตรทุ่งนา จำนวน 16 ไร่ 3 งาน 32 ตารางวา เกิดเพลิงไหม้ลุกลามขยายเป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดฝุ่นควันฟุ้งกระจายเป็นพื้นที่กว้างในครอบคลุมพื้นที่ใกล้เคียง และมีกลิ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ โดยลำดับเหตุการณ์ ดังนี้ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 69 ได้รับเรื่องร้องเรียนเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณทุ่งนา ถนนขุมทอง-ลำต้อยติ่ง สำนักงานเขตฯ จึงได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ พบว่ามีร่องรอยการเผาบริเวณทุ่งนาจริง โดยเป็นการลักลอบเผาทุ่งนาในช่วงเวลากลางคืน จึงไม่พบผู้กระทำความผิด และเป็นการเผาเป็นช่วง ๆ ต่อเนื่องกันมาหลายวัน พื้นที่ที่พบการเผามีจำนวน 16 ไร่ 3 งาน 32 ตารางวา มีลักษณะเป็นตอซังข้าวที่เก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่จึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนบริเวณข้างเคียงห้ามเผานาโดยเด็ดขาด หลังจากนั้นในวันที่ 3 เม.ย. 69 สำนักงานเขตฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลดำเนินการลงพื้นที่ร่วมกับฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนงดการเผาในที่โล่งและงดการเผาเพื่อทำการเกษตร เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อผู้อื่น

ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ มีแผนป้องกันการเกิดเพลิงไหม้โดยให้รีบดำเนินการระงับเหตุในทันที รวมทั้งประสานสถานีตำรวจนครบาลท้องที่กวดขันจับกุมผู้ที่กระทำการเผาหญ้า หรือขยะแล้วลุกลามสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรืออาจเข้าข่ายเป็นความผิดมาตราอื่น ๆ ซึ่งมีโทษหนักกว่า และยังคงติดตาม ตรวจสอบและกำกับดูแลการดำเนินการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน หากพบการกระทำที่เข้าข่ายความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป