BANGKOK
กทม.เปิดแลนด์มาร์กแห่งใหม่!สวนลุมพินี 'Hawker Center'เพิ่มStreet Food
กรุงเทพฯ-(10 เม.ย.69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยม “Hawker Center สวนลุมพินี” ว่า กรุงเทพมหานครได้เริ่มดำเนินการจัดตั้งศูนย์อาหาร ”Hawker Center“ บริเวณพื้นที่ใกล้สวนลุมพินี ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานไว้เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยมีแนวทางสำคัญคือไม่มุ่งเน้นการแสวงหากำไร แต่เน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน สำหรับโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการจัดระเบียบผู้ค้าบริเวณถนนสารสินและพื้นที่โดยรอบสวนลุมพินี ซึ่งเดิมมีผู้ค้าหาบเร่จำนวนมาก และประสบปัญหาเรื่องความไม่เป็นระเบียบ รวมถึงสุขอนามัย โดยกรุงเทพมหานครได้ทยอยนำผู้ค้าเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้ ก่อนพัฒนาเป็น Hawker Center ที่มีระบบรองรับอย่างครบถ้วน

แนวคิดของ Hawker Center คือการจัดพื้นที่ค้าขายที่เหมาะสมให้กับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเดิม ให้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ ภายใต้ค่าเช่าที่เป็นธรรม โดยกำหนดอัตราค่าเช่าประมาณวันละ 60 บาทต่อแผง ซึ่งถือเป็นราคาที่เข้าถึงได้ในพื้นที่ใจกลางเมือง พร้อมทั้งช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารในราคาประหยัด ภายในศูนย์อาหารมีแผงค้ารวมประมาณ 130 แผง แบ่งรูปแบบการขายช่วงเช้าและช่วงเย็น มีการจัดระบบสาธารณูปโภคที่ได้มาตรฐาน อาทิ ระบบน้ำสะอาด การระบายน้ำ ระบบดักไขมัน พื้นที่ล้างภาชนะ และที่นั่งรับประทานอาหารสำหรับประชาชน เพื่อยกระดับด้านสุขอนามัยและความสะดวกสบาย
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันได้จัดสรรสิทธิให้กับผู้ค้าเดิมที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างความต่อเนื่องในการประกอบอาชีพ พร้อมกำหนดมาตรการควบคุม เช่น ห้ามโอนสิทธิหรือให้เช่าช่วง และเตรียมนำระบบยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าเข้ามาใช้ เพื่อป้องกันการแสวงหาผลกำไรในทางที่ไม่เหมาะสม
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังมีแผนพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่เพิ่มเติม อาทิ การเพิ่มจุดนั่งรับประทานอาหาร การติดตั้งพัดลม และเพิ่มร่มเงา เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศ รวมถึงมีแนวคิดขยายโมเดล Hawker Center ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต เพื่อสร้างเครือข่ายแหล่งอาหารราคาประหยัดทั่วกรุงเทพฯ
ในด้านการเดินทาง Hawker Center สวนลุมพินี ตั้งอยู่ในจุดที่เข้าถึงได้สะดวก ทั้งจากระบบขนส่งสาธารณะและการเดินเท้า รวมถึงมีพื้นที่จอดรถในบริเวณใกล้เคียง รองรับผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน เช่น แพลตฟอร์มเดลิเวอรี “ไลน์แมน” ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนด้านระบบการชำระเงิน อุปกรณ์ร้านค้า และช่องทางการขายออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย
“โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการจัดระเบียบ แต่เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยมีความมั่นคง และทำให้ประชาชนเข้าถึงอาหารสะอาด ราคาย่อมเยา เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างอัตลักษณ์เมืองในระยะยาว” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
ด้านนายวีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services, LINE MAN Wongnai กล่าวว่า การเข้ามาสนับสนุนโครงการ Hawker Center สวนลุมพินี มีเป้าหมายสอดคล้องกับกรุงเทพมหานคร ในการช่วยยกระดับผู้ค้ารายย่อยให้สามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะการเพิ่มช่องทางการขายและเครื่องมือที่ช่วยให้การค้าขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกันนี้ ไลน์แมนได้สนับสนุนอุปกรณ์และระบบที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ อาทิ ระบบรับชำระเงินผ่าน QR Code (QR Payment Box) ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการปลอมแปลงสลิป และเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ค้าในการรับเงินแบบดิจิทัล รวมถึงอุปกรณ์สำหรับร้านค้า เช่น กล่องบรรจุอาหาร และเครื่องแต่งกายสำหรับผู้ค้า เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ
นอกจากนี้ ยังช่วยเปิดโอกาสให้ร้านค้าใน Hawker Center สามารถเข้าถึงลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ทำให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหน้าร้านเพียงอย่างเดียว ช่วยเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น การสนับสนุนดังกล่าวไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ค้า โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการสามารถโฟกัสกับการพัฒนาคุณภาพอาหารและการบริการได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ไลน์แมนเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และทำให้ผู้ค้ารายย่อยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองของกรุงเทพมหานครต่อไป
ทั้งนี้ Hawker Center สวนลุมพินี ศูนย์อาหารริมทางเพื่อทุกคน ตั้งอยู่ริมถนนราชดำริ ติดกับสวนลุมพินี ประตู 5 (BTS ศาลาแดง ทางออก 6 และ MRT สวนลุมพินี ทางออก 1) รวบรวมร้านเด็ดข้างทางที่ชาวสวนลุมฯ รู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น ร้านเกาเหลาเลือดหมูสวนลุมประตูแปด, น้ำเต้าหู้ สวนลุมพินี, ข้าวขาหมูโกล้าน, เตี๋ยวไก่ยกซด, ต้อมกล้วยทอด และอีกมากมาย ที่จะหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา ทั้งรอบเช้า(05.00-16.00 น.) และรอบเย็น (16.00-24.00 น.) โดยศูนย์อาหารถูกออกแบบภายใต้แนวคิดผสมผสานระหว่างการรักษาอัตลักษณ์สตรีทฟู้ดของกรุงเทพฯ กับมาตรฐานสากล โดยตัวอาคารคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่ เช่น การเคลื่อนย้ายต้นไม้ใหญ่ไปปลูกชั่วคราวและนำกลับคืนหลังการก่อสร้าง การใช้ระบบระบายอากาศธรรมชาติลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และเลือกใช้สีหม่นบนหลังคาเพื่อลดแสงสะท้อนรบกวนโรงพยาบาลใกล้เคียง นอกจากนี้ การจัดสรรพื้นที่ร้านค้าแบบเป็นระเบียบ ขนาด 2×2 เมตรต่อร้าน รองรับผู้ค้า 130 ราย พร้อมการจัดโซนเดินทางและจราจรให้คล่องตัว ยังช่วยยกระดับทั้งความสะอาด ความปลอดภัย และภาพลักษณ์เมือง ทำให้ Hawker Center เป็นทั้งศูนย์อาหารและพื้นที่สาธารณะที่สะท้อนความทันสมัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนอย่างยั่งยืน
