POLITICS
อช.เอาจริงตั้งรางวัลนำจับคนตัดหัวพะยูน บนเกาะยาวน้อยหลังมีผลชันสูตรชัด
พังงา- ตั้งรางวัลนำจับผู้แจ้งเบาะแสคนร้ายตัดหัวพะยูน บนเกาะยาวน้อย ผลการชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ซากพะยูน โดยคาดว่าพะยูนเกยตื้นตายก่อนจะมีการตัดหัวเนื่องจากรอยฟันยังมีขอบคมไม่เปื่อยยุ่ย
เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางนายเผด็จ ลายทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมนางสาวราตรี สุขสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (จังหวัดภูเก็ต) นายกฤษชนะ นิสสะ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 นายสุริยะ สอนเสริม ผอ. ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง นายจักรพันธ์ ม่วงยิ้ม ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน เดินทางลงพื้นที่ เกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา เพื่อติดตามสถานการณ์กรณีพะยูนเสียชีวิตและไม่มีส่วนหัว ซึ่งสร้างความหดหู่ใจให้กับคนในพื้นที่ และคนที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก

โดยล่าสุดได้เข้าพบกับ พ.ต.อ.จรัญ บางประเสริฐ ผกก.สภ.เกาะยาว และ พ.ต.ท.พิพัฒน์ ทองร่วง สว.(สอบสวน) สภ.เกาะยาว นายปรเมศร หนูเจริญ ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอเกาะยาว กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เพื่อเข้าแจ้งความเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษตามมาตรา 17 (การครอบครอง) ห้ามครอบครองสัตว์ป่าสงวน หรือ ซากสัตว์ป่า โดยเด็ดขาด โทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี โทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และรับมอบชิ้นส่วนพยานหลักฐานส่วนจมูกของพะยูนเพิ่มเติม จากทาง สภ.เกาะยาว เพื่อนำชิ้นส่วนส่งตรวจ DNA ต่อไป รวมถึงเจ้าหน้าสทช.6 จากนั้นได้ลงพื้นที่บริเวณที่พบซาก โดยได้รับแจ้งจากปลัดอำเภอว่ามีผู้พบเห็นซากคนแรกเป็นผู้ใช้เชือกผูกบริเวณสวนหางไว้กับก้อนหิน เพื่อป้องกันซากลอยกลับไปในทะเล จึงแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจสอบและพิสูจน์ซาก

ซึ่งทางทีมสัตวแพทย์ประจำศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธารบรรยายสรุปรายงานผลการชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ซากพะยูน โดยคาดว่าพะยูนเกยตื้นตายก่อนจะมีการตัดหัว เนื่องจากไม่พบรอยช้ำหรือการคั่งเลือดในเนื้อเยื่อ และคาดว่าถูกตัดหัวหลังจากตายแล้ว มากกว่า 2 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง เนื่องจากรอยฟันยังมีขอบคมไม่เปื่อยยุ่ย และไม่ใช่การล่าเพื่อตัดหัวเพราะไม่พบภาวะกล้ามเนื้อสลายรวมถึงไม่พบอาการน้ำในทางเดินหายใจซึ่งบ่งชี้ว่าสัตว์ไม่ได้จมน้ำก่อนเสียชีวิต ทั้งนี้ สันนิษฐานว่าคนตัดคอน่าจะมีความชำนาญเป็นอย่างมากเนื่องจากหัวถูกตัดตรงตำแหน่งระหว่างข้อกระดูกคอพอดีและมีรอยแผลที่คม อุปกรณ์ที่ใช้ตัดต้องมีความยาวพอจะตัดหัวขนาดใหญ่ได้และมีรอยแผลบริเวณอกทั้งสองข้าง เป็นร่องรอยของการใช้ของแข็งยึดร่างไว้เพื่อง่ายต่อการตัด ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางที่ชัดเจนขึ้น ให้ดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำผิด โดยนำไปสู่การลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติพังงา ปลัดอำเภอ ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่
ทาง นายเผด็จ ลายทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้ดูจากข่าวและการรับรายงานจากทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งข่าวที่ออกไปมันค่อนข้างที่จะรุนแรง ที่บอกว่าพบพะยูนถูกตัดหัว และมีการผูกเชือกเอาหินถ้วงไว้ มีบาดแผลที่บริเวณหน้าอก ทำให้หลายคนวิตกกังวลไม่สบายใจ ซึ่งมี พฤติการณ์รุนแรง ว่ามีการล่าพะยูน เพื่อตัดหัวไป ซึ่งมีลักษณะความเชื่อที่ไร้ประโยชน์ ซึ่งจากการที่ตนเองลงพื้นที่ และได้พูดคุยกับทางสัตวแพทย์ ที่ได้ทำการนำซากพะยูนมาผ่าพิสูจน์
โดยทางทีมสัตวแพทย์ได้ยืนยันผลการชันสูตร พะยูนตัวที่พบเสียชีวิตมาก่อน น่าจะเสียชีวิตบนบก เนื่องจากว่าการผ่าดูแล้ว อวัยวะภายในของพะยูน ไม่ได้แสดงว่าจมน้ำ น่าจะเสียชีวิตบนบก และไปเกยตื้น บริเวณจุดใดจุดหนึ่ง แล้วมีคนไปพบ ซึ่งจากร่องรอยของบาดแผลถูกของมีคม ซึ่งสันนิษฐานได้ว่าพะยูน ตัวดังกล่าวเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง เพราะไม่มีรอยเลือดที่คลั่ง แต่ก็ไม่น่าจะเกิน 24 ชั่วโมง พอบาดแผลยังเนียนอยู่ ไม่ยุ่ย และไม่ถึงกับขั้นเน่า ซึ่งหลังจากนั้นอีกวันก็ได้รับแจ้งว่าพบชิ้นเนื้อ ส่วนบริเวณจมูกของพะยูน รอยอยู่ในน้ำ แต่ไม่มีกะโหลกของพะยูนอยู่ด้วยและขึ้นมาเกยหาด ซึ่งพบห่างจากจุดที่พบตัวประมาณ 1.7 กิโลเมตร
ซึ่งเราสันนิษฐานว่า จุดเกิดเหตุที่ตัดหัวพะยูน ไม่น่าอยู่ไกลจากพื้นที่จุดนั้นมากนักโดยทางเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจเกาะยาว เนื่องจากพบ ส่วนหนึ่งของซาก ที่เป็นบริเวณส่วนหัวออกไป พวกกะโหลก หัว เขี้ยว หายไป เพราะฉะนั้น จะต้องมีความผิด ตามมาตรา 17 พรบ.คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ก็เป็นการครอบครองซาก ให้ทางเจ้าหน้าที่ กรมทรัพยากรฯแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิด และได้เอาผลชันสูตรให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการที่จะแสวงหาผู้กระทำความผิด
อย่างไรก็ตามได้รับการประสานจากผู้ที่รักสัตว์ ที่ไม่ประสงค์ออกนาม ในการให้เงินรางวัลนำแจ้งเบาะแสและจับตัวผู้กระทำผิดจำนวนเงิน 50,000 บาท เพราะเห็นแล้วสร้างความสะเทือนใจ เกี่ยวกับความคิดความเชื่อ ในการตัดหัวพะยูนไป ซึ่งทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ได้ให้ความร่วมมือ และลงไปช่วยกันตรวจสอบพื้นที่ เพราะไม่ต้องการให้ทำลายภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะยาว ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำชับให้ หาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยด่วนที่สุดต่อไป
