BANGKOK

กทม.เผยยอดขยะสงกรานต์13เม.ย.86ตัน 'เปลี่ยนปืนฉีดน้ำเก่าเป็นน้ำมันแนฟทา'



กรุงเทพฯ-กทม. เผยยอดขยะสงกรานต์วันที่ 13 เม.ย. รวม 86.32 ตัน รุกแคมเปญชวนชาวสาดเปลี่ยนปืนฉีดน้ำเก่าเป็น "น้ำมันแนฟทา" ลดขยะพลาสติก

(14 เม.ย. 69) เวลา 14.00 น. นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภาพรวมการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม โดยจัดเก็บขยะพร้อมรายงานปริมาณขยะที่จัดเก็บได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่า ในวันที่ 13 เม.ย. 69 มีปริมาณขยะรวม 86.32 ตัน แบ่งเป็น ขยะทั่วไป 70.77 ตัน (81.99%) ขยะรีไซเคิล 4.39 ตัน (5.08%) ขยะเศษอาหาร 11.16 ตัน (11.93%)

โดยพื้นที่ที่มีปริมาณขยะสูงสุด ได้แก่ ถนนสีลม เขตบางรัก ขยะทั่วไป 28.73 ตัน รองลงมา ได้แก่ ถนนข้าวสาร เขตพระนคร ขยะทั่วไป 17.20 ตัน ไอคอนสยาม เขตคลองสาน ขยะทั่วไป 6.87 ตัน ลาน อสมท. เขตห้วยขวาง ขยะทั่วไป 4.82 ตัน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เขตราชเทวี ขยะทั่วไป 3.33 ตัน สยามสแควร์ เขตปทุมวัน ขยะทั่วไป 3.14 ตัน RCA เขตห้วยขวาง ขยะทั่วไป 1.50 ตัน เซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน 1.30 ตัน สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย 1.29 ตัน และวัดสุทัศนเทพวราราม เขตพระนคร 0.80 ตัน

ทั้งนี้ ในปี 2569 กรุงเทพมหานครได้เชิญชวนประชาชนร่วม "สาดความสุข แบบรักษ์โลก" โดยเปิดรับปืนฉีดน้ำพลาสติกทุกประเภทที่ไม่ต้องการใช้งานแล้ว เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็น "น้ำมันแนฟทา" (Naphtha) สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบผลิตเม็ดพลาสติกและขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ เก้าอี้ ภาชนะใส่ของ หรือเส้นใยเสื้อผ้า

โดยภาพรวมตั้งแต่วันที่ 11 – 13 เม.ย. 69 มียอดสะสมรวมทั้งสิ้น 250 กระบอก สำหรับการเปิดรับปืนฉีดน้ำ วันที่ 13 เม.ย. 69  จากจุดรับในย่านหลัก 3 แห่ง มีจำนวนดังนี้ สงกรานต์ถนนข้าวสาร เขตพระนคร แยกปืนฉีดน้ำพลาสติกได้ 108 กระบอก งานสงกรานต์ถนนสีลม เขตบางรัก แยกเป็นปืนฉีดน้ำพลาสติกได้ 70 กระบอก งานมหาสงกรานต์ เวิลด์ วอเตอร์ เฟสติวัล 2026 สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย แยกปืนฉีดน้ำพลาสติกได้ 5 กระบอก รวมจำนวนปืนพลาสติกที่คัดแยกได้เฉพาะวันที่ 13 เม.ย. ทั้งสิ้น 183 กระบอก

นายเอกวรัญญู กล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานครได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความสะอาดและความปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง พร้อมขอขอบคุณประชาชนที่ร่วมฉลองสงกรานต์ตามวิถีไทยภายใต้มาตรการ 5 ป (ปลอดปืนฉีดน้ำใหญ่, ปลอดแอลกอฮอล์, ปลอดโป๊, ปลอดแป้ง, ประหยัดน้ำ) และ 3 มาตรการปฏิบัติ (เล่นสุภาพ, ดูแลสุขภาพ, รักษาความสะอาด) ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยสืบสานอัตลักษณ์ประเพณีอันดีงามสู่สายตาชาวต่างชาติ แต่ยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดภาระการจัดการขยะและรักษาสิ่งแวดล้อมให้เมืองขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนไปพร้อมกันด้วย