THAILAND

ชาวประจันตคามขวัญผวาเจอเสือดำยักษ์ โผล่ในวัดบ้านไผ่ปูพรมล่าตัวยังไร้เงา



ปราจีนบุรี-ผวา! เสือดำตัวเท่าเอวโผล่วัดบ้านไผ่ ปราจีนบุรี ระดมกำลังปูพรมล่ากลางดึก ล่าสุดระดมทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมเจ้าหน้าที่ ปูพรมตรวจสอบ "เสือดำ" โผล่วัดบ้านไผ่ ด้านสัตวแพทย์พิสูจน์รอยกัดลูกสุนัขอาจเป็นเพียงรอยเขี้ยวสุนัข เร่งติดกล้องเฝ้าระวังเข้ม 24 ชม.

ปราจีนบุรี - เกิดเหตุระทึกขวัญชาวบ้าน หลังมีผู้พบเห็นเสือดำขนาดใหญ่โผล่บริเวณในวัดบ้านไผ่ หมู่ 6 ต.หนองแสง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ด้านนายอัมรินทร์ เรือนศรี ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จ.ปราจีนบุรี สนธิกำลังฝ่ายปกครองและหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูกว่า 50 นาย ลงพื้นที่ปูพรมค้นหาอย่างเร่งด่วนกลางดึกเพื่อป้องกันอันตรายแก่ประชาชน เบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าช่วยเหลือ พร้อมตั้งข้อสังเกตคาดอาจเป็นสัตว์เลี้ยงที่หลุดออกมา

เมื่อเวลา 23.15 น.วันที่ 19 เมษายน 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ไลน์กลุ่มหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญู จ.ปราจีนบุรีมีการแจ้งเหตุพบสัตว์ป่าดุร้าย(เสือดำขนาดใหญ่  รวม 2 ตัว) ในพื้นที่ชุมชน   นายอัมรินทร์ เรือนศรี ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จ.ปราจีนบุรี, กำนันตำบลหนองแสง และหัวหน้าหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญู จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ขณะนี้  กำลังลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจไล่ล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุพบเห็น "เสือดำ" บริเวณวัดบ้านไผ่ หมู่ 6 ต.หนองแสง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี

นายอัมรินทร์ เปิดเผยว่า มีชาวบ้านซึ่งเป็นพยานบุคคลยืนยันว่าพบเห็นเสือดำอย่างชัดเจนจำนวน 2 ราย   ทราบชื่อคือ นายบัณฑิต วงษ์เสนา และ นายชำนาญ อิ่มสุข โดยพบเห็นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 15 นาทีก่อนที่จะมีการให้สัมภาษณ์ ลักษณะที่พยานพบเห็นคือเป็นเสือดำตัวขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณระดับเอวของคน

ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ ตนได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อทำการค้นหาทันที เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตหมู่บ้าน เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อประชาชน โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังร่วมกันหลายฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายปกครองตำบลหนองแสงประมาณ 20 นาย, เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกว่า 10 นาย, เจ้าหน้าที่จากที่ว่าการอำเภอ 6-7 นาย นอกจากนี้ยังมี กำนันวสันต์ จากตำบลเกาะลอย นำกำลังมาสมทบเพิ่มเติม รวมแล้วมีกำลังพลในการออกค้นหาครั้งนี้หลายสิบนาย

นายอัมรินทร์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ถึงสภาพภูมิประเทศว่า บริเวณพื้นที่จุดเกิดเหตุนั้นไม่ได้อยู่ใกล้กับแนวเขตภูเขา อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก ฝั่งด้านอำเภอประจันตคามแต่ตั้งอยู่คนละฝั่งถนนจึงเป็นไปได้ยากที่จะเป็นเสือป่าตามธรรมชาติที่พลัดหลงมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสันนิษฐานว่า    อาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงของบุคคลใดบุคคลหนึ่งในพื้นที่ใกล้เคียงที่หลุดออกมา

สำหรับการดำเนินการขั้นต่อไป ขณะนี้ได้รายงานให้ทางนายไพรัตน์ อินทร์ปัญญา นายอำเภอประจันตคามรับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทางอำเภอกำลังเป็นผู้ประสานงานหลักไปยังเจ้าหน้าที่ป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสนับสนุนการค้นหาและจับกุม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงเวลากลางคืน ทำให้ทัศนวิสัยมืดมิดและยังไม่มีผู้ใดสามารถบันทึกภาพของเสือดำตัวดังกล่าวไว้ได้ เจ้าหน้าที่ทุกนายจึงต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังสูงสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากคำให้สัมภาษณ์ของชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ คือ นายบัณฑิต วงษ์เสนา และ นายชำนาญ อิ่มสุข โดยพบเห็น ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงสุนัขเห่าเยอะมาก จึงได้เดินเข้าไปดู และพบว่ามีสุนัขวิ่งออกไปประมาณ 3-4 ตัว

เมื่อชาวบ้านเข้าไปตรวจสอบบริเวณหน้าโบสถ์ ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบกับสัตว์ป่า โดยผู้พบเห็นให้ข้อมูลยืนยันว่าสัตว์ตัวดังกล่าวคือ "เสือดำ" มีรูปร่างสูงประมาณระดับเอวของคน และมีขนาดลำตัวใหญ่โตเท่ากับถังน้ำ ซึ่งเหตุการณ์เผชิญหน้าในครั้งนี้ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

ล่าสุด!ปูพรมตรวจทุกจุดสงสัยยัง'ไร้เงา'

ล่าสุดวันนี้ (20 เมษายน) นายสมฤกษ์ ศุภมิตรกฤษณา ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมด้วย นสพ.นราธิป วรวัฒนธรรม สัตวแพทย์ประจำส่วนฯ และ นายสมพร พากเพียร หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ได้ลงพื้นที่ปูพรมตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับ นายไพรรัตน์ อินทร์ปัญญา นายอำเภอประจันตคาม และฝ่ายปกครองท้องถิ่น

จากการสำรวจร่องรอยสัตว์ที่ปรากฏในที่เกิดเหตุ นายสมพร พากเพียร หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เปิดเผยผลการวิเคราะห์ว่า ร่องรอยที่พบในจุดเกิดเหตุยืนยันว่าเป็นรอยตีนสุนัข โดยมีจุดสังเกตสำคัญคือ 1. ปรากฏรอยเล็บชัดเจนบนพื้นดิน ซึ่งแตกต่างจากรอยตีนเสือที่จะไม่มีรอยเล็บปรากฏ และ 2. ลักษณะอุ้งเท้ามีรูปร่างคล้ายผลชมพู่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสุนัข

นอกจากเรื่องรอยเท้าแล้ว นายสมพรยังระบุถึงกรณีลูกสุนัขถูกกัดว่า จากการตรวจสอบบาดแผลร่วมกับสัตวแพทย์ สันนิษฐานว่าเป็นรอยเขี้ยวจากสุนัขกัดกันเอง เนื่องจากไม่มีร่องรอยการโจมตีที่บริเวณลำคอ ซึ่งเป็นพฤติกรรมการล่าของสัตว์ตระกูลเสือที่มักจะเข้าจู่โจมจุดสำคัญเพื่อปลิดชีพเหยื่อ

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันอันตรายและสร้างความมั่นใจแก่ชุมชน นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผอ.สบอ.1 ได้สั่งการให้อุทยานฯ เขาใหญ่ เร่งดำเนินการ 3 การติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) เพื่อพิสูจน์ชนิดพันธุ์, การวางกรงดักจับสัตว์ใหญ่ในพื้นที่ต้องสงสัย และการจัดชุดเฝ้าระวังเคลื่อนที่เร็วลาดตระเวนร่วมกับผู้นำชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนหากเผชิญหน้ากับสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นเสือดำ ไม่ควรตื่นตระหนก ห้ามส่งเสียงดัง และห้ามหันหลังวิ่งหนีเด็ดขาด ที่สำคัญห้ามพยายามทำร้ายหรือกักขังสัตว์ด้วยตนเอง เนื่องจากเสือดำเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มีโทษหนักทั้งจำและปรับ หากพบเบาะแสเพิ่มเติมโปรดแจ้งสายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

มานิตย์  สนับบุญ /ปราจีนบุรี