THAILAND

ผู้ว่าแปดริ้วสั่งลุยแก้ปัญหาน้ำเสียชุมชน เร่งศึกษาความเป็นไปได้นำ'น้ำบำบัด'



ฉะเชิงเทรา-วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569 ที่ห้องพระยาศรีสุนทรโวหาร ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัด นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานร่วมประชุมหารือแนวทางการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการจัดการน้ำเสียชุมชน รวมถึงการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ร่วมกับผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) พร้อมด้วยนางนวรถ ปะรักมะสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักแผนภาพรวม นายวราห์ เขินประติยุทธ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนจากประเทศจีน ณ ห้องประชุมพระยาศรีสุนทรโวหาร ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา

ในการประชุมครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ได้นำเสนอภาพรวมสถานการณ์น้ำเสียในพื้นที่ EEC ของจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญ คือ ระบบบำบัดน้ำเสียที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอและขาดประสิทธิภาพ ส่งผลให้คุณภาพน้ำผิวดินอยู่ในระดับเสื่อมโทรม ขณะที่ปัจจุบันจังหวัดมีระบบบำบัดน้ำเสียเพียง 2 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา และเทศบาลตำบลบางคล้า
ทั้งนี้ สกพอ. มีแนวคิดศึกษานำร่องระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 3 แห่ง ได้แก่  เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา พื้นที่ชุมชนหนาแน่นในเขตเมือง  เทศบาลตำบลแสนภูดาษ พื้นที่ที่มีหอพัก บ้านจัดสรร และสถานประกอบการจำนวนมาก

เทศบาลตำบลท่าข้าม ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำ รับน้ำเสียจากลำคลองและแหล่งน้ำที่ไหลผ่านนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานจำนวนมากโดยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง ได้นำเสนอข้อมูลสภาพพื้นที่ ปริมาณน้ำเสีย ปัญหา อุปสรรค และความต้องการด้านระบบบำบัดน้ำเสีย ขณะที่ภาคเอกชนจากประเทศจีนได้นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมการจัดการน้ำเสีย รวมถึงประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมา เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการในพื้นที่

ในระยะถัดไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อศึกษาวิเคราะห์เชิงลึก และรวบรวมข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนสรุปผลการศึกษา โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จะดำเนินการจัดทำร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ “การศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการจัดการน้ำเสียชุมชน และการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดกลับไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์” เพื่อขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ชวลิต ด้วงเงิน/นาวิน จั่นเจริญ/ฉะเชิงเทรา