POLITICS
นอภ.นาดียันสั่งระงับด่วน!2โครงการฉาว 'ดินแลกน้ำ'หลังพบผิดเงื่อนไข
ปราจีนบุรี-นายอำเภอนาดีชี้แจงสั่งระงับด่วน 2 โครงการ "ดินแลกน้ำ" แควหนุมาน หลังพบผู้รับเหมาทำผิดเงื่อนไข ใช้เรือไร้ใบอนุญาต-ส่อเค้าดูดทรายขาย ส่วนอีก 2 โครงการที่ระหว่างการพิจารณา ผู้ประกอบการรับเหมาหยุดดำเนินการตั้งแต่สงกรานต์ ด้านเครือข่ายภาคประชาชนไม่ยอมร่อนจดหมายถึง "อนุทิน" จี้ยกเลิกโครงการถาวร หวั่นทำลายระบบนิเวศต้นน้ำมรดกโลกล่าสุดผู้ประกอบการยอมถอย ขนเครื่องจักรออกจากพื้นที่แล้วพบชาวบ้านมีทั้งเห็นดีด้วยมีน้ำทำนาไม่ต้องแย่งน้ำ- และคัดค้านให้ทำตามแบบ
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ความคืบหน้ากรณีความขัดแย้งในโครงการ “ดินแลกน้ำ” บริเวณพื้นที่แควหนุมานและคลองยาง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรีซึ่งมีการอนุมัติรวม 4 โครงการ ล่าสุดสถานการณ์เริ่มตึงเครียด หลังมีการร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใส จนนำไปสู่การสั่งระงับโครงการชั่วคราว
นายสมใจ พุทธเสนา นายอำเภอนาดี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่ามี 2 โครงการ ที่ผู้ประกอบการดำเนินการไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดทางกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้เรือขุดที่ไม่ได้จดทะเบียน และนายท้ายเรือไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ทางจังหวัดปราจีนบุรีจึงมีคำสั่งด่วนที่สุดที่ ปจ 0020.4/4201 ลงวันที่ 9 เมษายน 2569 ให้ระงับโครงการไว้เป็นการชั่วคราว
"เราพบเบาะแสว่ามีการดูดทรายเพื่อจำหน่ายในบริเวณหมู่ที่ 1 ต.สะพานหิน ซึ่งเป็นการผิดวัตถุประสงค์โครงการ จึงได้มีการแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.นาดี ไปเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะนี้ผู้รับเหมาในโครงการที่เหลือได้ขนย้ายเครื่องจักรออกจากพื้นที่ทั้งหมดแล้ว" นายสมใจกล่าว

ด้าน นายเด่น สีแดง ตัวแทนผู้รับเหมา ยืนยันว่า ทางบริษัทมีเจตนาดีเพื่อช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งตามนโยบายรัฐบาล และปฏิเสธข้อหาบุกรุกที่ดินส่วนบุคคล โดยระบุว่าพื้นที่ขุดลอกเป็นพื้นที่ตลิ่งงอก ซึ่งเป็นทรัพย์สินแผ่นดิน พร้อมรับปากจะเร่งซ่อมแซมถนนที่เสียหายจากการขนย้ายเครื่องจักรให้ชาวบ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า ขณะที่เสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่แตกออกเป็นสองฝ่าย โดยกลุ่มหนึ่งเห็นด้วยเพราะต้องการน้ำไว้ทำนาช่วงหน้าแล้ง แต่ชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งกังวลเรื่องผลกระทบระยะยาว และเรียกร้องให้ตรวจสอบว่ามีการแอบแฝงผลประโยชน์จากการขายทรายหรือไม่
โดย นายบุญมี หนูทอง ชาวบ้านหมู่ 3 กล่าวสนับสนุนโครงการโดยระบุว่า การขุดลอกคลองช่วยให้เกษตรกรมีน้ำขังไว้ใช้ทำนาในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งช่วยลดปัญหาการแย่งชิงน้ำที่เคยเกิดขึ้นทุกปี
อย่างไรก็ตาม นายนิทัศน์พงษ์ เพลียโคตร ชาวบ้านหมู่ 1 ให้ความเห็นว่า แม้วัตถุประสงค์โครงการจะดีต่อส่วนรวม แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงลึกในรายละเอียดการตรวจสอบว่ามีการดำเนินการแอบแฝงหรือผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านในระยะยาว
ปัจจุบัน ผู้รับเหมาได้เคลื่อนย้ายเครื่องจักรออกจากพื้นที่โครงการทั้งหมดแล้ว ขณะที่ทางอำเภอและจังหวัดอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายดำริ รัตนชินกรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะผู้นำ "เครือข่ายรักษ์แควหนุมาน" ได้โพสต์ในเฟชบุ๊ค ระบุ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้สั่งยกเลิกโครงการดังกล่าวอย่างเด็ดขาด
เนื้อหาในจดหมายระบุว่า โครงการนี้เป็นเพียง "ข้ออ้าง" ในการเปิดช่องให้เอกชนเข้ามาขุดทรายในแควหนุมานซึ่งเป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำบางปะกง โดยประมาณการว่ามีมูลค่าทรายสูงถึง 200 ล้านบาท พร้อมระบุว่ามีการข่มขู่ชาวบ้านที่ออกมาคัดค้าน จึงขอให้ทางกระทรวงฯ ตรวจสอบธรรมาภิบาลและสั่งยุติโครงการ "ฉ้อฉล" นี้ทันทีเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติของชาติ
ขณะนี้โครงการทั้งหมดหยุดชะงักลงโดยสมบูรณ์ ท่ามกลางการเฝ้าระวังของภาคประชาชนและการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานระดับจังหวัดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ/ปราจีนบุรี
