BANGKOK

'ทวิดา'แนะนำบพส.15เชื่อม3งานสุขภาพ 'ส่งต่อ-เตียง-จัดซื้อโปร่งใส'ระบบเดียว



กรุงเทพฯ-รองผู้ว่าฯ ทวิดา แนะ บพส.15 เชื่อม 3 งานสุขภาพ “ส่งต่อ–เตียง–จัดซื้อโปร่งใส” เป็นระบบเดียว ดึงความร่วมมือนอกสังกัด ยกระดับการรักษา

(24 เม.ย. 69) รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับฟังการนำเสนอรายงานกลุ่มของผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรบริหารการแพทย์และสาธารณสุข รุ่นที่ 15 (บพส.15) ณ ห้องประชุมพิทยรักษ์ ชั้น 1 อาคาร 3 วัดศรีสุดาราม เขตบางกอกน้อย

ในวันนี้มีการนำเสนอ 3 หัวข้อ ได้แก่ 1. Transparency จัดซื้อโปร่งใส เป็นนำเสนอเกี่ยวกับแนวทางการจัดซื้อยาของโรงพยาบาลตามขั้นตอนที่ถูกต้อง โปร่งใส เพื่อให้ได้ยาที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม 2. Transparency E-refer นำเสนอระบบ FAST-BMA แนวทางการส่งต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแบบเร่งด่วน เพื่อให้ได้รับการรักษาโดยเร็ว ลดการเสียชีวิต 3. Transparency การบริหารจัดการเตียง BKK-BED FLOW นำเสนอระบบบริหารจัดการเตียงแบบไร้รอยต่อ ยกระดับความพร้อมของโรงพยาบาลในทุกสถานการณ์ มุ่งแก้ปัญหาข้อจำกัดของระบบสารสนเทศที่ยังไม่เชื่อมโยงกัน รวมถึงแก้ปัญหาการจัดสรรเตียงผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยวิกฤติที่ยังไม่ทันต่อสถานการณ์

รองผู้ว่าฯ ทวิดา ได้ให้ข้อเสนอแนะในภาพรวม ดังนี้ 1. วิเคราะห์ปัญหาเชิงระบบครบทุกมิติ (Problem–Design–Impact Analysis) ออกแบบ Patient Journey ให้ครอบคลุม 2. ใช้ (Machine Learning) เพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนที่แม่นยำ 3. พัฒนา Dash Board “รวมศูนย์” ทั้งในด้าน, Area Base, โลจิสติกส์การบริหารคลังยาและอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น, บุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง เป็นต้น เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารในภาวะวิกฤติ และ 4. มอบหมายสำนักการแพทย์ (สนพ.) พิจารณานำระบบดังกล่าวไปปรับใช้

สำหรับการฝึกอบรมหลักสูตรบริหารการแพทย์และสาธารณสุข รุ่นที่ 15 (บพส.15) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 มีนาคม - 3 มิถุนายน 2569 (จันทร์ - ศุกร์) โดยสำนักงานพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร วัตถุประสงค์โครงการเพื่อพัฒนาข้าราชการและบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ให้มีทักษะแนวคิด ความรู้ ความสามารถ สมรรถนะทางการบริหารด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่เหมาะสมกับบริบทและสถานการณ์ ให้มีภาวะผู้นำ สามารถบริหาร จัดการ กำหนดทิศทาง กลยุทธ์การดำเนินงาน เสริมสร้างเจตคติ วิสัยทัศน์ มุมมองเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงสามารถบริหารจัดการโดยนำเทคโนโลยี นวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ทันสมัยมาประยุกต์ในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ และเสริมสร้างเครือข่ายระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั้งจากภายในและภายนอกสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อประสานความร่วมมืออันดีในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพแก่ประชาชน

ผู้เข้ารับการอบรม มีจำนวน 30 คน ประกอบด้วย ข้าราชการกรุงเทพมหานครสายงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขระดับชำนาญการ - ชำนาญการพิเศษ จาก 10 โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ จำนวน 27 คน จากสำนักงานพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ สำนักอนามัย จำนวน 2 คน และบุคคลภายนอกสายงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข จากคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จำนวน 1 คน