LIFE & STYLE

มูลนิธิอาเซียนสร้างภูมิคุ้มกันเปิดตัว โครงการScam Ready ASEAN 



กรุงเทพฯ, 28 เมษายน 2569 – มูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) ประกาศเปิดตัวโครงการ Scam Ready ASEAN โครงการระดับภูมิภาคที่มุ่งส่งเสริมแนวทางการป้องกันภัยหลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพิธีเปิดอย่างเป็นทางการจัดขึ้นภายในงาน Google 2026 Online Safety Dialogue ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย อันเป็นเวทีที่รวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย มาร่วมหารือกันหาทางออกเพื่อรับมือกับภัยหลอกลวงออนไลน์ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั่วภูมิภาค

ด้วยทุนสนับสนุนจาก Google.org มูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 160 ล้านบาท โครงการ Scam Ready ASEAN ถือเป็นหนึ่งในโครงการป้องกันภัยดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้านการรู้เท่าทันภัยหลอกลวงให้กับประชาชนกว่า 3 ล้านคนทั่วอาเซียน ผ่านการเสริมสร้างความรู้ ความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และทักษะการคิดวิเคราะห์ให้ประชาชนสามารถสังเกตและป้องกันตัวจากภัยหลอกลวงในโลกออนไลน์ที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ

การหลอกลวงทางออนไลน์: ภัยร้ายที่่กระทบผู้คนทั่วทั้งภูมิภาค

แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจะสร้างโอกาสมหาศาลทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับอาเซียน แต่มันก็ได้เปิดช่องให้ภัยหลอกลวงออนไลน์นั้นขยายตัวตามไปด้วย ปัจจุบันภัยหลอกลวงออนไลน์ได้กลายเป็นหนึ่งในภัยคุกคามทางดิจิทัลที่ขยายตัวเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ลุกลามข้ามเส้นแบ่งของพรมแดน หน่วยงาน และสังคมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 เพียงปีเดียว ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญกับความเสียหายทางการเงินจากภัยหลอกลวงออนไลน์ที่สูงถึง 23.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 740,000 ล้านบาท

สำหรับประเทศไทย ปี 2568 ที่ผ่านมานับเป็นปีที่สถานการณ์ภัยไซเบอร์ทวีความรุนแรงมากที่สุดปีหนึ่ง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า ตลอดปี 2568 ประเทศไทยเผชิญกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรวมทั้งสิ้นกว่า 380,378 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 25,195 ล้านบาท หรือราว 740 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยรูปแบบการหลอกลวงทางออนไลน์ที่พบมากที่สุด ได้แก่ การหลอกซื้อขายสินค้าหรือบริการ การหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล การหลอกชักชวนทำงานหารายได้พิเศษออนไลน์ การหลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และการหลอกผ่านแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว รัฐบาลไทยได้ดำเนินการประกาศใช้พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดให้สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม และผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการหลอกหลวงทางออนไลน์ด้วย

ปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเหล่านี้ เกิดขึ้นในสังคมยุคปัจจุบันที่ปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) ระบบชำระเงินดิจิทัล และโซเชียลมีเดียมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้ภัยหลอกลวงสามารถแพร่กระจายได้เร็วและจับสังเกตได้ยากขึ้น จนทำให้ผู้คนหลายกลุ่มล้วนตกเป็นเป้าหมายของภัยดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน ครอบครัว ผู้สูงอายุ ไปจนถึงผู้ที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่โลกออนไลน์

เพื่อปกป้องสังคมจากภัยออนไลน์ที่กำลังลุกลามในภูมิภาค โครงการ Scam Ready ASEAN มีแผนจะร่วมมือกับองค์กรในระดับท้องถิ่นกว่า 20 องค์กรใน 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อขยายผลโครงการผ่านโมเดล “Train-the-Trainer” หรือการอบรมวิทยากรเพื่อส่งต่อความรู้ในวงกว้าง โดยจะปั้นวิทยากรหลัก (Master Trainer) จำนวน 2,000 คน เพื่อถ่ายทอดหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้แบบ Interactive เช่น เกม Be Scam Ready (คลิกเพื่อเล่นเกม) ให้กับประชาชนอย่างน้อย 550,000 คน พร้อมต่อยอดโครงการไปในประเทศต่าง ๆ ผ่านการทำแคมเปญสร้างความตระหนักรู้และการจัดเวทีหารือเชิงนโยบายระดับประเทศจำนวน 6 ครั้งและระดับภูมิภาคอีก 3 ครั้ง เพื่อผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนในการต่อต้านภัยหลอกลวงทางออนไลน์

ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน กล่าวว่า “ภัยหลอกลวงในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะจุดอีกต่อไป แต่มันได้กลายมาเป็นความท้าทายร่วมกันของคนทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ขยายตัวข้ามทั้งพรมแดน ภาคส่วน และชุมชน สิ่งที่เราเห็นคือภัยเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายแค่ตัวบุคคล แต่ยัง บั่นทอนความเชื่อมั่นที่ผู้คนมีต่อโลกดิจิทัลโดยรวม โครงการ Scam Ready ASEAN จึงเกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนแนวทางของเราจากการตั้งรับ ไปสู่การป้องกันและเตรียมพร้อมตั้งแต่ต้น ด้วยการจับมือกับชุมชน ผู้กำหนดนโยบาย และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยบนโลกดิจิทัล ที่ประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจในขณะที่อาเซียนกำลังเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง”

นาง Sapna Chadha รองประธาน Google ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวเสริมว่า “ความสำเร็จของเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ควรตั้งอยู่บนรากฐานของความไว้วางใจ และเพื่อก้าวให้ทันมิจฉาชีพที่ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา เราจึงเดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้กับผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มของเรา ควบคู่ไปกับการสนับสนุนโครงการอย่าง Scam Ready ASEAN เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เท่าทัน และสามารถปกป้องตนเองจากภัยในโลกออนไลน์ได้ สำหรับเราแล้ว โครงการนี้ไม่ใช่แค่โครงการเพื่อสร้างความตระหนักรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนในระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่ดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันปกป้องภูมิภาคของเราจากภัยทางไซเบอร์”

ความพยายามระดับภูมิภาคในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยหลอกลวงออนไลน์

ในระดับภูมิภาค อาเซียนได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาภัยหลอกลวงออนไลน์อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือการจัดตั้งคณะทำงานต่อต้านภัยหลอกลวงแห่งอาเซียน (ASEAN Anti-Scam Working Group) ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 4 เมื่อปี 2567 ซึ่งมุ่งเน้นการกระชับความร่วมมือระหว่างศูนย์ต่อต้านภัยหลอกลวงของแต่ละประเทศ

โครงการ Scam Ready ASEAN เป็นโครงการที่ต่อยอดจากพันธกิจดังกล่าว โดยได้แปรเปลี่ยนเป้าหมาย เชิงนโยบายของอาเซียนให้กลายมาเป็นโครงการระยะยาว ที่ส่งเสริมแนวทางการป้องกันร่วมกันทั้งสังคม (whole-of-society) ที่นำภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคประชาสังคม และชุมชนมาทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับภูมิภาคต่อภัยหลอกลวงทางออนไลน์

ภายในงานเปิดตัวโครงการ

โครงการ Scam Ready ASEAN สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่มีอยู่ของอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นคณะทำงานต่อต้านภัยหลอกลวงแห่งอาเซียน (ASEAN Anti-Scam Working Group) ที่เพิ่งเปิดตัวควบคู่ไปกับเวทีหารือเชิงนโยบายในวันเดียวกัน อันเป็นเวทีที่ผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญด้านดิจิทัล การเงิน และการคุ้มครองผู้บริโภคของอาเซียน ได้ร่วมหารือกับภาคธนาคารและภาคเทคโนโลยี เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติ อันเป็นเลิศ และวางรากฐานสู่ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในอนาคต

หลังจบเวทีหารือ โครงการ Scam Ready ASEAN ได้ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้แทนระดับสูง ร่วมพิธี ได้แก่ ฯพณฯ ดาโต๊ะ ฟาห์มี ฟัดซิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารแห่งมาเลเซีย, ฯพณฯ ซาราห์ อัล บาครี เดวาดาสัน เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรประจำอาเซียนของมาเลเซีย ในฐานะประธานคณะกรรมการมูลนิธิอาเซียน, ฯพณฯ อีแวนเจลิน ที. อง ฮิเมเนซ-ดูครอก เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรประจำอาเซียนของฟิลิปปินส์ ในฐานะกรรมการมูลนิธิอาเซียน, ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน และคุณราม ปาปัตลา กรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Trust & Safety ของ Google ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ความร่วมมือระยะยาวในครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำการปรับเปลี่ยนแนวทางของภูมิภาคไปสู่การป้องกันเชิงรุก ที่จะช่วยให้ประชาคมอาเซียนสามารถใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจยิ่งขึ้น