POLITICS
นายกทน.โคราชเผยการวางท่อส่งน้ำดิบ จากเขื่อนลำตะคองคาดเสร็จปลายปี71
นายกเล็กเมืองโคราชเผยโครงการวางท่อส่งน้ำดิบจากเขื่อนลำตะคองมาใช้ผลิตประปา และการก่อสร้างโรงกรองน้ำแห่งใหม่ คืบหน้ามาก คาดปลายปี 71 เปิดใช้งานเต็มรูปแบบ แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำเขตเมืองอย่างยั่งยืน
วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 โรงแรมแคนทารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการด้านนโยบาย และยุทธศาสตร์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และนายกริชชัย ศิลปะรายะ ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้เดินทางไปตรวจติดตามโครงการจัดหาน้ำดิบเพื่อผลิตประปาจากอ่างเก็บน้ำลำตะคองไปยังโรงกรองน้ำมะขามเฒ่า ของเทศบาลนครนครราชสีมา โดยมีนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปความคืบหน้าของโครงการฯ ก่อนที่นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมาได้นำคณะของสำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติไปตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโรงกรองน้ำแห่งใหม่ ที่บ้านมะขามเฒ่า ต.บ้านใหม่ อ.เมืองนครราชสีมา

นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการฯ ว่า การดำเนินงานโครงการจัดหาน้ำดิบเพื่อผลิตประปาจากอ่างเก็บน้ำลำตะคอง เพื่อยกระดับระบบประปารองรับความต้องการของประชาชนในพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมา ได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินจากรัฐบาล จำนวนกว่า 1,885 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างระบบจัดหาน้ำดิบจากอ่างลำตะคอง อ.สีคิ้ว มายังโรงกรองน้ำผลิตประปาที่บ้านมะขามเฒ่า อ.เมืองนครราชสีมา เป็นโครงการงบประมาณผูกพันต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569 - 2571 ซึ่งท่อส่งน้ำดิบเดิมใช้งานมาแล้ว 38 ปี ปัจจุบันได้เสื่อมสภาพ หมดอายุการใช้งาน จึงได้มีการทำสัญญาจ้าง บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ดำเนินการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การวางท่อส่งน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำลำตะคองถึงสถานีสูบน้ำมะเกลือใหม่ เลียบไปตามฝั่งลำตะคอง จนถึงโรงกรองน้ำมะขามเฒ่า ซึ่งท่อน้ำดิบใหม่จะสามารถส่งน้ำดิบจากลำตะคอง เพิ่มขึ้นจากเดิม 70,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็น 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
และส่วนที่ 2 คือ การก่อสร้างสถานีสูบน้ำที่เขื่อนระบายน้ำมะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน และการก่อสร้างโรงกรองน้ำมะขามเฒ่า อ.เมืองนครราชสีมา แห่งใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตประปาและให้มีความทันสมัย ซึ่งโครงการก่อสร้างได้เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 21 พฤษภาคม 2571 ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของโครงการฯ ซึ่งพบว่า ขณะนี้ผลการดำเนินงานมีความรุดหน้าไปอย่างมาก โดยสามารถทำผลงานได้เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ถึงร้อยละ 8.4 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า โครงการจะแล้วเสร็จตามกำหนดการ เพื่อจะได้เร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้แก่ประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาได้อย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ตาม นอกจากการเร่งก่อสร้างระบบส่งน้ำดิบแล้ว ความท้าทายสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำประปา และการจัดการปัญหาท่อประปาแตกชำรุดเนื่องจากเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ซึ่งปัจจุบันพบสถิติการสูญเสียน้ำประปาในระบบสูงถึงร้อยละ 55 ของปริมาณน้ำที่ผลิตได้ทั้งหมด ส่งผลให้สูญเสียทรัพยากร และงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างมหาศาล ด้วยเหตุนี้จึงได้ประสานความร่วมมือกับองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเกาหลี หรือ K-water เพื่อนำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยวางแผน และแก้ไขปัญหาการสูญเสียน้ำในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งหวังว่า หากโครงการก่อสร้างระบบน้ำดิบแล้วเสร็จ ผนวกกับการลดอัตราน้ำสูญเสียน้ำได้สำเร็จ ประประชาชนในเขตเทศบาลจะมีน้ำประปาใช้อย่างเพียงพอ และมั่นคง อีกทั้งจะลดความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ต้นน้ำ และปลายน้ำ และสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค หรือเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในอนาคตได้อย่างยั่งยืนต่อไป
