THAILAND

ปราจีนฯบูรณาการเข้ม!ส่งโดรน-เรือตัดสับ ลุยกำจัดผักตบชวาแม่น้ำปราจีนฯ



ปราจีนบุรี – กอ.ปภ.จ.ปราจีนบุรี สนธิกำลังหลายหน่วยงาน เปิดยุทธการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี ครอบคลุม 2 อำเภอ หลังพบผักตบชวาแพร่กระจายหนาแน่นขวางทางไหลของน้ำ นำเทคโนโลยี ‘โดรนพ่นสารชีวภาพ-เรือตัดสับ’ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ เร่งเคลียร์พื้นที่ตอนล่างบ้านสร้าง หวั่นซ้ำเติมปัญหาน้ำเค็มรุกและระบบนิเวศ

เมื่อเวลา 22.45 น. วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ในกลุ่มไลน์ผู้ว่าฯ พบสื่อมวลชน ว่าที่ร้อยตรี ทนงศักดิ์ สุวรรณเตมีย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี (หน.ปภ.จ.ปราจีนบุรี) ในฐานะเลขานุการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี (กอ.ปภ.จ.ปราจีนบุรี) ได้แจ้งสถานการณ์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ โดยระบุว่า จากมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำฯ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมี นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธาน ได้สั่งการเร่งด่วนให้กำจัดผักตบชวาในแม่น้ำสายหลัก เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและปรากฏการณ์ "ซุปเปอร์เอลนีโญ" ที่อาจส่งผลกระทบต่อการขาดแคลนน้ำ

โดยในช่วงวันที่ 5 - 6 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่บริษัท ดีวานิชย์ จำกัด ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าดำเนินการ ประกอบด้วย โดรนเพื่อการเกษตรจำนวน 2 เครื่อง เพื่อฉีดพ่นสารชีวภาพกำจัดผักตบชวาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเรือตัดสับผักตบชวาจำนวน 1 ลำ เข้าปฏิบัติการในแม่น้ำปราจีนบุรี เริ่มต้นจากบริเวณวัดโบสถ์ ตำบลบางเดชะ อำเภอเมืองปราจีนบุรี ไล่เลียงมาจนถึงบริเวณสะพานปราจีนแลนด์ ตำบลบางพลวง อำเภอบ้านสร้าง ในปัจจุบัน

สำหรับการปฏิบัติงานครั้งนี้เป็นการทำงานบูรณาการร่วมกันระหว่าง กอ.ปภ.จ.ปราจีนบุรี, อบจ.ปราจีนบุรี, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในอำเภอบ้านสร้าง ที่ร่วมประสานงานอย่างใกล้ชิด ผลการดำเนินงานเบื้องต้นสามารถกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำได้เป็นระยะทางตามลำน้ำแล้วกว่า 5 กิโลเมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ผักตบชวาในแม่น้ำปราจีนบุรีช่วงต้นเดือนพฤษภาคม พบการแพร่กระจายตัวอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะพื้นที่ตอนล่างของอำเภอบ้านสร้าง ซึ่งเป็นจุดรวมของวัชพืชที่ไหลมาจากลำคลองสาขา ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของน้ำ จังหวัดจึงจำเป็นต้องใช้นวัตกรรม "เรือตัดสับ" ย่อยวัชพืชให้เล็กลงเพื่อให้จัดการได้รวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังเฝ้าระวังปัญหาคุณภาพน้ำและการรุกตัวของน้ำเค็ม (Saltwater Intrusion) ในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งหากมีผักตบชวาสะสมหนาแน่นจะทำให้น้ำเน่าเสีย ส่งผลเสียต่อพื้นที่เกษตรกรรมและสัตว์น้ำ โดยในระยะต่อไปจะมีการประสานความร่วมมือข้ามจังหวัดกับ จ.นครนายก และ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อจัดการปัญหาผักตบชวาทั้งระบบก่อนไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกงต่อไป

มานิตย์  สนับบุญ  / ปราจีนบุรี