BUSINESS
'สิริพงศ์'ตรวจบขส.ชู4นโยบายให้บริการ ยกระดับขนส่งสาธารณะทางบกไทย
กรุงเทพฯ-“สิริพงศ์” ชู 4 นโยบาย BKS ยกระดับขนส่งสาธารณะทางบกไทย พร้อมดูแลประชาชน – ผู้ประกอบการให้ได้รับบริการที่สะดวก ปลอดภัย ตรงต่อเวลา ราคาเป็นธรรม
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประชุมมอบนโยบายและตรวจเยี่ยมบริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) โดยมี นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ BKS และคณะผู้บริหารเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2

นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากนโยบายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มอบหมายให้กำกับดูแล BKS โดยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับขนส่งสาธารณะของประเทศให้มีประสิทธิภาพ และประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และตรงต่อเวลา รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนภาคอุตสาหกรรม นำมาสู่การเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของทั้งรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม จึงมอบนโยบายให้ BKS ดำเนินงานสำคัญ 4 ข้อหลัก ดังนี้
1. นโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน ลดภาระค่าครองชีพ สร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน ดังนี้
- เร่งทำมาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางในการลดค่าครองชีพ โดยกำหนดเป็นแผนในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
- เพิ่มความใส่ใจอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน และการขนส่งสินค้าหรือพัสดุให้มีความปลอดภัย ตรงต่อเวลา พร้อมกำกับดูแลการให้บริการด้านอัตราค่าบริการ และค่าโดยสารมีอัตราที่ถูกต้องและเป็นธรรมกับประชาชนและผู้ใช้บริการ
- ดำเนินการวางแผนและเตรียมความพร้อม รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและผลกระทบ เนื่องจากปัจจัยความผันผวนและภัยคุกคามจากภายนอก อาทิ การสู้รบ เศรษฐกิจโลก ภัยพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างรุนแรง โดยให้คาดการณ์ความเป็นไปได้ และวางแผนรองรับล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับการปฏิบัติงานและให้บริการประชาชน
- ดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด โดยให้พิจารณาแนวทางการลดการใช้พลังงานของอาคารและถนนโดยรอบ รวมถึงพิจารณาเปลี่ยนโคมไฟ จากชนิด High Pressure Sodium เป็นแบบ LED และพิจารณาใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในจุดที่เหมาะสม บนเงื่อนไขว่าต้องไม่กระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัย
- ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะ ให้เป็นมาตรฐานระดับสูงเช่นเดียวกับการขนส่งทางอากาศ รวมถึงจัดเก็บข้อมูลผู้โดยสารเพื่อใช้วิเคราะห์และวางแผนกำหนดนโยบายทางด้านความปลอดภัย
2. กระตุ้นกระแสเงินสดภาคอุตสาหกรรม เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2569 จัดทำและปรับปรุงแผนการขอรับจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570 พัฒนาระบบดิจิทัลให้บริการประชาชน สนับสนุนและส่งเสริมการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางต่อเนื่องจากสถานีขนส่งผู้โดยสาร และเร่งสานต่อโครงการต่อเนื่องและโครงการสำคัญ
3. ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนสำหรับระบบโดยสารสาธารณะ เพื่อลดมลพิษในอากาศ แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 และลดการพึ่งพาการใช้น้ำมัน เนื่องจากรัฐบาลมีแผนผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 ดังนั้น ขอให้ BKS ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดหารถโดยสารสาธารณะระบบ EV เพื่อทดแทนรถโดยสารที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงระบบสันดาป เนื่องปัจจุบัน BKS มีรถเก่า ดังนั้น ให้พิจารณาความเป็นไปได้ที่จะเข้าร่วมโครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่ 2569" ของรัฐบาลด้วย
4. การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานและการบริการด้านคมนาคมสำหรับอนาคต เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืน พร้อมส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนและประชาชนในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อส่งเสริมการลงทุนและลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศในระยะยาว โดยให้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับการบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว สร้างจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค และทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายในการเดินทางทั้ง 365 วัน บนพื้นฐานของความสะดวกและปลอดภัย ควบคู่กับการเพิ่มคุณภาพการให้บริการในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็น ปรับปรุงการให้บริการสถานีขนส่ง ปรับปรุงภาพลักษณ์ภายในอาคารผู้โดยสารที่มีอยู่ให้สะอาด สวยงาม ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา สร้างความประทับใจ และเกิดความรวดเร็วให้บริการนักท่องเที่ยว ยกระดับความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จัดให้มีระบบประกันภัยภาคบังคับ สร้างความปลอดภัยในการเดินทางนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้รวดเร็วในการให้บริการ รวมทั้งจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพิ่มรายรับให้ BKS ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

นอกจากนี้ BKS ได้เสนอขอรับงบประมาณปี 2570 ในดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงสถานีขนส่งหมอชิต 2 จำนวน 351 ล้านบาท เพื่อดำเนินการปรับปรุงสถานีขนส่งหมอชิต 2 ระยะที่ 1 โดยการขยายอาคารผู้โดยสารให้รองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น การปรับปรุงระบบเครื่องปรับอากาศภายในสถานีขนส่ง เนื่องจากใช้งานมานานหลายปี การงานออกแบบสร้างอาคารมินิบัส การออกแบบทางเชื่อมระหว่างสถานีขนส่งหมอชิต 2 และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารในการเดินทางเชื่อมต่อทั้งทางบกและทางราง และปรับปรุงสถานีเดินรถรังสิต เป็นต้น
