BANGKOK

'จตุจักร-บางซื่อ'เดินหน้าจัดระเบียบพื้นที่ ทำการค้ายกระดับความสะอาด-เป็นระเบียบ



กรุงเทพฯ-(9 พ.ค. 69) เวลา 08.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าบริเวณถนนกำแพงเพชร 3 เขตจตุจักร และพื้นที่เขตบางซื่อ จำนวน 4 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ฝั่งขาออก (ซอยบุญเหลือ) และฝั่งขาเข้า (ตลาดมณีพิมาน) จุดที่ 2 ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ฝั่งขาออก (หน้าสรรพากร) จุดที่ 3 หน้าตลาดบางซ่อน ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี จุดที่ 4 ตลาดมณีพิมาน ถนนประชาชื่น โดยมี ผู้บริหารสำนักเทศกิจ ร่วมลงพื้นที่และรวบรวมข้อมูล

รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ กล่าวว่า พื้นที่ทำการค้าบริเวณถนนกำแพงเพชร 3 มีผู้ค้า 72 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-16.00 น. ผู้ค้าจะตั้งวางแผงค้าทั้ง 2 ฝั่งถนน ด้านฝั่งโครงการตลาดนัดจตุจักรผู้ค้าจะตั้งวางแผงค้าติดกับแนวรั้วด้านใน ส่วนใหญ่จะขายเสื้อผ้า สินค้าเบ็ดเตล็ด ของตกแต่งบ้าน เครื่องดื่ม ขนมปัง ส่วนฝั่งสวนจตุจักรผู้ค้าจะตั้งวางแผงค้าติดกับแนวรั้วด้านใน ซึ่งในฝั่งนี้จะมีผู้ค้า 8 ราย ขายขนมจีนน้ำยาต่าง ๆ อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ เครื่องดื่ม ชากาแฟ จะมีการประกอบอาหารบนทางเท้า มีการตั้งวางโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งรับประทานที่ร้าน ผู้ค้าจะตั้งแผงค้าในช่วงเย็นวันศุกร์ไปจนถึงช่วงเย็นวันอาทิตย์

จากการลงพื้นที่เมื่อเดือนมีนาคม 2569 พบว่ามีผู้ค้าตั้งวางแผงค้าเกินแนวเส้นที่กำหนด มีการตั้งวางโต๊ะเก้าอี้ออกไปนอกพื้นที่ร้านค้า ซึ่งสำนักเทศกิจได้ประสานกับเขตจตุจักร ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ค้าให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ปรับลดขนาดของแผงค้าและตั้งวางภายในแนวเส้นที่กำหนดไว้ การตั้งวางโต๊ะเก้าอี้ให้เป็นระเบียบให้อยู่ภายในจุดเดียวกัน จัดเก็บอุปกรณ์ทำการค้าทุกครั้งหลังเลิกทำการค้าในแต่ละวัน ล้างทำความสะอาดพื้นที่ในจุดที่มีการประกอบอาหาร ตรวจสอบไม่ให้มีคราบไขมัน เศษผัก เศษอาหารตกค้างบนพื้นทางเท้าและผิวจราจร ไม่เทน้ำทิ้งจากการล้างภาชนะลงในท่อระบายน้ำ ควรเทในบ่อดักไขมันที่ร้านค้าจัดเตรียมไว้ เพื่อให้เป็นไปตามหลักสุขาภิบาล จากการติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าในวันนี้ พบว่าผู้ค้าให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำผู้ค้าในการตั้งวางโต๊ะเก้าอี้ให้อยู่ในแนวเส้นที่เขตฯ กำหนดไว้ การจัดเก็บอุปกรณ์ทำการค้าทุกวัน ห้ามตั้งวางทิ้งไว้ข้ามคืน ทั้งโต๊ะเก้าอี้และเต็นท์ผ้าใบหลังคา รวมถึงการทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ ไม่ให้มีคราบไขมันและกลิ่นไม่พึงประสงค์ตกค้างบนทางเท้า

ปัจจุบันเขตจตุจักร มีพื้นที่ทำการค้า 2 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 112 ราย ได้แก่ 1.ตลาดปลาสวยงาม ถนนกำแพงเพชร 4 ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้ามิกซ์จตุจักร ถึงทางเข้าลานจอดรถห้างเจเจมอลล์ ผู้ค้า 40 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-21.00 น. 2.ถนนกำแพงเพชร 3 ผู้ค้า 72 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00-16.00 น. ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 1 จุด บริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 32 ผู้ค้า 13 ราย ต่อมาในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 2 จุด ได้แก่ 1.หน้าท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต ถนนเทศบาลนิมิตรเหนือ ผู้ค้า 12 ราย 2.ปากซอยพหลโยธิน 24 ถนนพหลโยธิน ผู้ค้า 13 ราย

รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับพื้นที่ทำการค้าในพื้นที่เขตบางซื่อ จุดที่ 1 ถึงจุดที่ 4 ผู้ค้าจะตั้งวางแผงค้าขายสินค้าและนำรถเข็นมาจอดขายบนทางเท้าด้านนอกอาคารติดกับผิวการจราจร ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-22.00 น. ส่วนใหญ่ขายอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน ข้าวราดแกง ข้าวเหนียวหมูปิ้ง กาแฟโบราณ ผลไม้ตามฤดูกาล ดอกไม้สด พวงมาลัย จากการลงพื้นที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่ามีร้านค้าบางรายที่อยู่ในอาคารนำสินค้าออกมาตั้งวางขายด้านหน้าอาคารติดกับผิวจราจร ขนาดแผงค้ามีความยาวเกินขอบเขตที่กำหนด การตั้งวางแผงค้ายังกระจัดกระจายกันอยู่ ไม่รวมกันเป็นกลุ่มในพื้นที่เดียวกัน บางรายตั้งวางแผงค้าติดกับทางม้าลาย มีผู้ค้านอกบัญชีเช่าพื้นที่เอกชนทำการค้า แต่นำรถเข็นออกมาตั้งขายสินค้ารุกล้ำพื้นที่ทางเท้าและกีดขวางทางลาดคนพิการ

ซึ่งสำนักเทศกิจได้ประสานกับเขตบางซื่อ ตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้ค้าและช่วงเวลาที่ทำการค้าจริง ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน โดยผู้ค้าที่ทำการค้าจะต้องเป็นเจ้าของแผงค้าตัวจริง หรือเป็นผู้ช่วยทำการค้าซึ่งได้ลงทะเบียนไว้กับทางสำนักงานเขต ผู้ค้า 1 ราย สามารถเป็นเจ้าของแผงค้าได้เพียง 1 แผงเท่านั้น พร้อมทั้งให้กวดขันร้านค้าที่อยู่ในอาคาร ไม่ให้ตั้งวางสินค้าหรือสิ่งของเกินออกมาจากแนวอาคาร ปรับลดขนาดความยาวของแผงค้าให้เล็กลง เว้นระยะห่างจากทางม้าลาย ช่องทางเข้า-ออกอาคาร ประปาหัวแดง จัดระเบียบแผงค้าที่กระจัดกระจายในพื้นที่ให้รวมกลุ่มอยู่ในจุดเดียวกัน ขีดสีตีเส้นกำหนดขอบเขตแผงค้าให้ชัดเจน ตลอดจนจัดเก็บอุปกรณ์ทำการค้าและล้างทำความสะอาดพื้นที่ทางเท้าหลังเลิกทำการค้าในแต่ละวัน ทั้งนี้ จากการติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการทั้ง 4 จุด ในภาพรวมพบว่าผู้ค้าให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำเป็นอย่างดี คงเหลือร้านค้าบางรายบริเวณซอยบุญเหลือที่ไม่จัดเก็บแผงค้าหลังเลิกทำการค้าใต้แต่ละวัน จะเก็บแผงค้าในวันจันทน์เพียงวันเดียว

ส่วนหน้าตลาดบางซ่อนซึ่งเป็นจุดที่มีผู้ค้าจำนวนน้อย ประกอบกับด้านในตลาดบางซ่อนยังมีพื้นที่ว่างเหลืออยู่ โดยให้สำนักเทศกิจประสานเขตบางซื่อ ชี้แจงสร้างความเข้าใจกับผู้ค้าให้ย้ายเข้ามาทำการค้าในตลาดบางซ่อน รวมถึงจัดระเบียบร้านค้าที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทำการค้าที่กำหนดไว้ให้เด็ดขาด เพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบในพื้นที่

ปัจจุบันเขตบางซื่อ มีพื้นที่ทำการค้า จำนวน 8 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 281 ราย ได้แก่ 1.ตลาดประจวบบางซื่อ ถนนเตชะวณิช ผู้ค้า 37 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 00.00-09.00 น. 2.ตลาดใต้สะพานสูง ถนนเตชะวณิช ผู้ค้า 69 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 10.00-14.00 น. 3.ตลาดมณีพิมาน ถนนประชาชื่น ผู้ค้า 12 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-20.00 น. 4.ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี รวมผู้ค้า 45 ราย แบ่งเป็นฝั่งขาออก (ซอยบุญเหลือ) ผู้ค้า 17 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 07.00-22.00 น. ฝั่งขาเข้า (ตลาดมณีพิมาน) ผู้ค้า 28 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 07.00-22.00 น. 5.หน้าตลาดบางซ่อน ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ผู้ค้า 29 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-11.00 น. และ 15.00-22.00 น. 6.ข้างห้างโลตัสประชาชื่น ผู้ค้า 24 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 07.00-23.00 น. 7.ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี (ขาออก) หน้าสำนักงานสรรพากรพื้นที่ ถึงหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาประชาราษฎร์ ผู้ค้า 28 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 07.00-22.00 น. 8.ตรอกข้าวหลาม (ชุมชนจันทร์เกษม) ผู้ค้า 37 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-22.00 น. อยู่ระหว่างพิจารณาเป็นตลาดนัดชุมชน ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้าบริเวณซอยสะพานขวา ถนนประชาราษฎร์สาย 2 ผู้ค้า 9 ราย ต่อมาในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 3 จุด ได้แก่ 1.ซอยโชติวัฒน์ (สะพาน 99) ผู้ค้า 8 ราย 2.ถนนประชาราษฎร์สาย 2 ผู้ค้า 10 ราย 3.ตลาดศรีเขมา ผู้ค้า 47 ราย

“การจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า เป็นการพัฒนาพื้นที่ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้าที่กำหนด โดยผู้ค้าจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ทั้งด้านความสะอาด ความปลอดภัย และหลักสุขาภิบาล เพื่อยกระดับพื้นที่ทำการค้าให้ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ พื้นที่ทำการค้าในแต่ละแห่งย่อมมีปัญหาและอุปสรรคที่แตกต่างกัน ข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ในแต่ละจุด จะถูกเก็บรวบรวมและนำมาวิเคราะห์ เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง และใช้ประกอบการพิจารณาในการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้า ปี 2567” รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ย้ำในตอนท้าย