BANGKOK

เขตธนบุรีแจงคืบหน้าจนท.ฝ่ายทะเบียน ปลอมแปลงเอกสารรับแจ้งเกิดตรวจสอบ เบื้องต้นยังไม่พบ



กรุงเทพฯ-ว่าที่ร้อยตรี เดชาธร แสงอำนาจ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี กทม. กล่าวกรณีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนธิกำลังร่วมกับ บก.ปปป., ป.ป.ท., กรมการปกครอง และ DSI บุกจู่โจมจับกุมข้าราชการกรุงเทพมหานคร ตำแหน่งพนักงานปกครองชำนาญงาน ขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตธนบุรี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเกี่ยวกับข้อหาร่วมกันปลอมสูติบัตรให้คนไร้สัญชาติว่า ข้าราชการรายดังกล่าวถูกกล่าวหาในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 (1) (4) และมาตรา 157 รวมถึง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ซึ่งภายหลังถูกนำตัวไปบันทึกการจับกุมและสอบปากคำที่ บก.ปปป. ผู้ต้องหาได้รับการอนุมัติให้ประกันตัวและนัดหมายรายงานตัวตามกำหนด โดยในชั้นนี้ยังคงต้องถือว่าข้าราชการรายดังกล่าวยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า สืบเนื่องจากกรมการปกครองพบความผิดปกติในการแจ้งเกิดบุตรของบิดาสัญชาติไทยกับมารดาสัญชาติจีน รวม 5 ราย ซึ่งสำนักงานเขตฯ ได้ให้ความร่วมมือสำนักทะเบียนกลางตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการรับแจ้งการเกิดกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 69 โดยเบื้องต้นได้ตรวจสอบกับโรงพยาบาลแล้วพบว่า บุคคลทั้ง 5 ราย ได้คลอดที่โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานเขตฯ จริง ตามหนังสือรับรองการเกิดที่ออกจากโรงพยาบาลและทุกราย  มีหลักฐานประกอบการแจ้งเกิดครบถ้วน ได้แก่ หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาลเอกชนที่ทำคลอด  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดาที่ระบุในหนังสือรับรองการเกิด สำเนาหนังสือเดินทางมารดา ทะเบียนสมรส และบันทึกการสอบสวน (ป.ค.14) ต่อมาในวันที่ 26 มี.ค. 69 สำนักงานเขตฯ ได้ให้ความร่วมมือกับกรมการปกครองร่วมสอบสวนข้าราชการรายดังกล่าว

และยืนยันข้อมูลตามเอกสารหลักฐานประกอบการรับแจ้งข้างต้นไว้แล้ว โดยประเด็นที่กองบังคับการสอบสวนกลางตั้งข้อสังเกต เรื่องการทำบันทึกสอบปากคำ (ป.ค. 14) ที่ให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนำเอกสารไปบันทึกข้อมูล เป็นการดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในหนังสือรับรองการเกิด ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารทั้งหมดในขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานที่เชื่อได้ว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการทุจริตทางทะเบียน หรือมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตฯ จัดทำสูติบัตรเท็จ เพื่อใช้เป็นหลักฐานให้กับกลุ่มบุคคลแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เพื่อความสุจริตโปร่งใสและถือปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล กทม. จึงได้มีคำสั่งให้ข้าราชการรายดังกล่าวพ้นจากหน้าที่การให้บริการทางทะเบียนไว้ก่อนจนกว่าผลการสอบสวนจะได้ข้อยุติ และดำเนินการจำหน่ายรายการสูติบัตรฉบับดังกล่าวออกจากฐานข้อมูลทางทะเบียนตามระเบียบของกรมการปกครองต่อไป