GLOBAL C

เมื่อการท่องเที่ยวเมืองเล็กกลายเป็น เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของจีน



ช่วงวันหยุดยาววันแรงงาน 1-5 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีชาวจีนเดินทางกว่า 1,500 ล้านเที่ยว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ข้อมูลจากสื่อจีนระบุว่า ช่วงวันหยุด 5 วัน ยอดค้าปลีกและการบริโภคของจีนเพิ่มขึ้น 12.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การเดินทางทั่วประเทศสูงกว่า 1,517 ล้านครั้ง ตัวเลขนี้สะท้อนว่า “การบริโภคภายในประเทศ” ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

สำนักข่าว CGTN ระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้การท่องเที่ยวในประเทศของจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว มาจากปัจจัยแรก คือ การเพิ่มขึ้นของรายได้ประชาชน การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนทำให้การท่องเที่ยวกลายเป็นสิ่งที่คนจำนวนมากเข้าถึงได้ ส่งผลให้ฐานนักท่องเที่ยวเติบโตขึ้น

ปัจจัยที่ 2 คือ การมองการท่องเที่ยวเปลี่ยนไป การท่องเที่ยวไม่ใช่การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่เป็น “ความจำเป็นในการใช้ชีวิต” สำหรับชาวจีนจำนวนมาก วันหยุดกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญในการพักผ่อนและฟื้นฟูสมดุลชีวิตหลังจากการทำงานอย่างเข้มข้น

ปัจจัยที่ 3 คือ การยกระดับโครงสร้างการบริโภค เมื่อรายได้ต่อหัวของประชาชนเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงต้องการท่องเที่ยวเพื่อ “ประสบการณ์” มากขึ้น

ปัจจัยที่ 4 คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การลงทุนมหาศาลของจีนในระบบรถไฟความเร็วสูง การบิน และทางหลวง ทำให้การเดินทางสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลได้มากขึ้น

นอกจากนี้จำนวนท่องเที่ยวในเชิงปริมาณแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ พฤติกรรมการเดินทางและการใช้จ่ายที่กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่นักท่องเที่ยวจีนมุ่งหน้าไปยังมหานครหรือแลนด์มาร์กสำคัญ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือซีอาน แต่ปัจจุบันเมืองขนาดเล็กและเมืองระดับอำเภอกลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมืองอย่างผิงถาน (Pingtan) มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งมีชื่อเสียงจากปรากฏการณ์ “Blue Tears” หรือแพลงก์ตอนเรืองแสง หรืออันจี๋ (Anji) มณฑลเจ้อเจียง ที่พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม กลายเป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่จีน

นักท่องเที่ยวจีนรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z ให้ความสำคัญกับ “คุณค่าทางอารมณ์” และ “ประสบการณ์เฉพาะตัว” มากกว่าการเดินทางแบบเร่งรีบเพื่อเช็กอินตามสถานที่ยอดนิยม เมืองขนาดเล็กจึงตอบโจทย์มากกว่า ทั้งในด้านค่าใช้จ่าย ความสงบ ความเป็นท้องถิ่น และการมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนจริง

CGTN วิเคราะห์ว่า นักท่องเที่ยวจีนกำลังเปลี่ยนจาก “sightseeing” หรือ การชมสถานที่ ไปสู่ “sense-seeking” หรือการแสวงหาความรู้สึกและประสบการณ์เชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นการพัก โฮมสเตย์ การเก็บชา การเรียนงานหัตถกรรมพื้นบ้าน การเดินทางตามรอยภาพยนตร์ หรือการเข้าร่วมเทศกาลท้องถิ่น

แนวโน้มนี้ยังเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของจีนภายใต้แนวคิด “การพัฒนาคุณภาพสูง” และยุทธศาสตร์ “การขยายอุปสงค์ภายในประเทศ” ที่รัฐบาลจีนพยายามลดการพึ่งพาการส่งออกและการลงทุนขนาดใหญ่ พร้อมผลักดัน “เศรษฐกิจบริการ” และ “การบริโภคภายในประเทศ” ให้เป็นเครื่องยนต์หลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

การท่องเที่ยวเมืองเล็กและเมืองระดับอำเภอจึงมีบทบาทสำคัญต่อการกระจายรายได้และการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น  เมืองระดับอำเภอจำนวนมากเริ่มกลายเป็นพื้นที่รับนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร งานหัตถกรรม และเกษตรกรรมในพื้นที่ การเติบโตของการท่องเที่ยวจึงช่วยสร้าง “วงจรเศรษฐกิจท้องถิ่น” ที่เชื่อมโยงหลายอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ สื่อสังคมออนไลน์อย่าง Douyin  Xiaohongshu และ Meituan ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแส “เมืองลับ” ผ่านอัลกอริทึมและคอนเทนต์รีวิวจากผู้ใช้งานจริง ทำให้เมืองเล็กจำนวนมากสามารถกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมได้ในเวลาอันรวดเร็ว

แนวโน้มนี้ทำให้เห็นถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนในยุคใหม่ ที่เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการบริโภคเชิงปริมาณ ไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ คุณค่าทางวัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตมากขึ้น เมืองเล็ก วัฒนธรรมท้องถิ่น และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จึงกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ สะท้อนทิศทางการพัฒนาของจีนที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างสมดุล กระจายการเติบโตทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาค และตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย
ที่มา/ภาพ : CGTN