POLITICS
ยังดื่อ...ไม่รื้อแล้วไง! เอกชนสร้างฝายปิด คลองนาเตยสูบน้ำขาย/เจ้าท่าให้30วัน
พังงา-วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ที่ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลนาเตยและตำบลท้ายเหมืองได้ร้องเรียนว่า บริษัทเอกชนรายใหญ่ที่ผลิตน้ำประปาส่งไปขายในจังหวัดภูเก็ตได้สร้างฝายปิดกั้นคลองนาเตยในพื้นที่ ม.1 ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และส่งผลต่อระบบนิเวศในพื้นที่ และมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสภ.ท้ายเหมือง ให้ดำเนินคดีเอาผิดกับผู้กระทำ ขณะที่กรมทรัพยากรน้ำมีคำสั่งให้รื้อถอนภายใน7 วัน

ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่าฝายกั้นคลองยังมีอยู่เหมือนเดิม ไม่มีการรื้อถอนออกแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่ สภ.ท้ายเหมือง เข้าสอบถามความคืบหน้ากับ พ.ต.ท.พิษณุ ทาหาญ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พบว่าวันที่ 10 เมษายน ทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคพังงาได้ลงบันทึกประจำวันว่ามีการก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นในวันที่21 เมษายน ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย และในวันที่20เมษายน หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พง. 2 (ท้ายเหมือง)ได้นำหลักฐานเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ปี พ.ศ. 2484 มาตรา54,55 และมาตรา72ตรี ฐานบุกรุกแผ้วถางหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมพ.ศ.2535 มาตรา 97 ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

นายสุรศักดิ์ แจ้งจุล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งจาก อบต.นาเตย และ อบต.ท้ายเหมือง ทางสำนักงานได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการก่อสร้างฝายกั้นคลองบางทอง หรือคลองนาเตย โดยสร้างเป็นกล่องเกเบี้ยนบรรจุหินซ้อนกันเป็นฝายคลุมด้วยผ้าใบสีดำปิดลำคลองทั้งสาย สอบถามแล้วไม่มีใครยอมรับเป็นเจ้าของ ทาง อบต.ทั้งสองแห่งยืนยันว่าเป็นของบริษัท โกลด์ ชอร์ส จำกัด จึงได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน พร้อมกับส่งหนังสือให้ทางบริษัทมาชี้แจง จากนั้นในวันที่20 เมษายน ทางตัวแทนบริษัทได้เข้ามาชี้แจงบอกว่าที่สร้างฝายนั้นเป็นการป้องกันน้ำเค็มหนุนเข้าสู่แหล่งน้ำดิบ จากนั้นในวันที่ 22 เมษายน ได้ออกคำสั่งทางปกครองให้ทางบริษัทรื้อถอนภายใน 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่24 พฤษภาคม นี้ หากบริษัทยังดื้อแพ่งไม่ยอมรื้อถอน ทางสำนักงานก็จะดำเนินการรื้อถอนเอง พร้อมไล่เบี้ยเอาจากบริษัทต่อไป

ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 10 ที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบไปแล้วนั้น และได้มีคำสั่งบริษัทเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตสูบน้ำจากลำคลองสาธารณะ ให้ดำเนินการ "แก้ไขปรับปรุงลำคลองให้คืนสู่สภาพเดิมภายใน 7 วัน" นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ หากไม่แก้ไขก็จะสั่งพักใบอนุญาตต่อไป ล่าสุดทางบริษัท ไฮโดรเอ็นเตอร์ไพรส์ แอนด์ อะควอดีไซน์ จำกัด ได้มีหนังสือตอบกลับว่ารับทราบคำสั่งดังกล่าวและพร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด พร้อมรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ประเด็นแรก เรื่องการกักเก็บน้ำ บริษัทระบุว่าจะดำเนินการกักเก็บน้ำเฉพาะในส่วนที่จำเป็นต่อกิจการตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น พร้อมบริหารจัดการน้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบหรือความเดือดร้อนต่อชุมชนและบุคคลโดยรอบ
ประเด็นที่สอง เรื่องการติดตั้งเครื่องมือวัดปริมาณน้ำ ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาและติดตั้งเครื่องมือวัดปริมาณน้ำ ควบคู่กับการออกแบบระบบน้ำตามมาตรฐานทางวิศวกรรม โดยเมื่อออกแบบแล้วเสร็จจะเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา เพื่อกำหนดจุดติดตั้งที่เหมาะสมต่อไป
ส่วนประเด็นสุดท้าย เรื่องการรื้อถอนคันปิดกั้นลำน้ำคลองบางทอง บริษัทชี้แจงว่าไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างคันปิดกั้นดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกและให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานรัฐ บริษัทได้ประสานบริษัท โกลด์ ซอร์ จำกัด เข้าดำเนินการรื้อถอนคันปิดกั้นแล้ว
