BUSINESS
National ITMX'กระดูกสันหลัง'ดิจิทัลตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย24ชั่วโมง
กรุงเทพฯ-ในยุคที่การโอนเงินเพียงปลายนิ้วกลายเป็นเรื่องปกติ หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า เบื้องหลังความสะดวกนั้น มี “โครงสร้างพื้นฐาน” ขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เชื่อมระบบการเงินทั้งประเทศให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ หนึ่งในกลไกสำคัญนั้นคือ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ผู้พัฒนาและดูแลระบบกลางที่ทำให้ธุรกรรมทางการเงินของไทย “เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว”
ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์การเงินไทย National ITMX (NITMX) ถูกก่อตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของธนาคารพาณิชย์ไทย เพื่อตอบสนองนโยบายของคณะกรรมการระบบการชําระเงิน (กรช.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทำลายกำแพงการโอนเงินข้ามธนาคาร ในอดีต ระบบของแต่ละธนาคารมักเป็นระบบปิด ทำให้การโอนเงินข้ามธนาคารทำได้ยาก มีค่าใช้จ่ายสูง และใช้เวลานาน NITMX จึงถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางที่ทำหน้าที่เชื่อมหลังบ้านของทุกธนาคารเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ แทนที่แต่ละธนาคารจะต้องลงทุนสร้างระบบเชื่อมต่อกับธนาคารอื่นทีละแห่ง การมี NITMX เป็นตัวกลางเพียงแห่งเดียว ช่วยให้ธนาคารทุกแห่งเข้าถึงเครือข่ายการเงินทั่วประเทศได้ด้วยมาตรฐานเดียวกัน ช่วยลดต้นทุนในภาพรวมของระบบเศรษฐกิจไทย อีกทั้งระบบ ITMX ยังถูกออกแบบมาให้รองรับธุรกรรมปริมาณมหาศาล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้โครงการระดับประเทศอย่าง PromptPay ประสบความสำเร็จ เพราะมีระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่งคอยประมวลผลอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง
“พร้อมเพย์” พลิกโฉมการชำระเงินไทยด้วย QR Code หนึ่งเดียว
“พร้อมเพย์” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบการเงินดิจิทัลไทย และกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างแท้จริง จากพฤติกรรมการใช้งานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านตัวเลขในปี 2568 ที่มีปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยมากกว่า 2,000 ล้านรายการต่อเดือน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4 ล้านล้านบาทต่อเดือน ขณะที่ปริมาณธุรกรรมสูงสุดต่อวันพุ่งแตะ 96.11 ล้านรายการ แสดงให้เห็นถึงบทบาทของพร้อมเพย์ในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่รองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศในทุกวัน
ความสำเร็จของพร้อมเพย์เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และธนาคารพาณิชย์ โดยมี บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงระบบหลังบ้านของทุกธนาคารเข้าด้วยกันแบบเรียลไทม์
NITMX มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและดูแลระบบกลางที่ทำให้ “หมายเลขโทรศัพท์” หรือ “เลขประจำตัวประชาชน” สามารถใช้แทนเลขบัญชีธนาคารได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างมาตรฐาน QR Code กลางที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ทุกแอปพลิเคชันของธนาคาร ทำให้การโอน จ่าย และรับเงินเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และมีความแม่นยำสูง ระบบพร้อมเพย์จึงไม่เพียงเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศ สร้างมาตรฐานกลางที่เชื่อมโยงทุกธนาคารเข้าด้วยกัน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบการชำระเงินดิจิทัลของไทยในระดับสากล และอีกหนึ่งบริการสำคัญที่ต่อยอดจากศักยภาพนี้คือ Bulk Payment ซึ่งทำหน้าที่เป็น “เบื้องหลัง” ของการโอนเงินจำนวนมากในคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน สวัสดิการภาครัฐ หรือการจ่ายเงินในระดับองค์กร ที่ต้องการทั้งความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความน่าเชื่อถือในทุกธุรกรรม
Bulk Payment เบื้องหลังเงินเดือนและสวัสดิการรัฐ ที่โอนพร้อมกันได้อย่างแม่นยำ
ในช่วงเวลาที่พนักงานนับพันคนได้รับเงินเดือนพร้อมกันในวันเดียว หรือประชาชนทั่วประเทศได้รับเงินเยียวยาและเงินคืนภาษีอย่างรวดเร็ว เบื้องหลังความพร้อมเพรียงนั้นไม่ได้เกิดจากการดำเนินการแบบรายบุคคล แต่ขับเคลื่อนด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงอย่าง Bulk Payment ที่ NITMX เป็นผู้พัฒนา
ระบบ Bulk Payment ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการโอนเงินจำนวนมากในคราวเดียว โดยองค์กรหรือหน่วยงานจะจัดทำไฟล์ข้อมูลการจ่ายเงินและส่งผ่านธนาคารต้นทาง ก่อนที่ธนาคารจะรวบรวมและส่งต่อเข้าสู่ระบบกลางของ NITMX เพื่อทำการประมวลผลตามรอบที่กำหนด จากนั้นระบบจะกระจายคำสั่งโอนไปยังธนาคารปลายทางโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้รับจำนวนมากสามารถได้รับเงินในเวลาเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ บทบาทของระบบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจ่ายเงินเดือนของภาคเอกชนเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการดำเนินนโยบายภาครัฐในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินสวัสดิการต่าง ๆ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การจ่ายเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ไปจนถึงการคืนเงินภาษีให้กับประชาชนจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน
ด้วยความสามารถในการรองรับธุรกรรมปริมาณมหาศาล ระบบ Bulk Payment จึงช่วยลดภาระงานด้านเอกสารและการดำเนินงานขององค์กร เพิ่มความถูกต้องแม่นยำในการโอนเงิน และที่สำคัญคือช่วยให้เงินถึงมือผู้รับได้ตรงเวลา Bulk Payment จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศ ที่ทำให้การจ่ายเงินในระดับ “หลักพันถึงหลักล้านรายการ” เกิดขึ้นได้อย่างราบรื่น และสนับสนุนให้ระบบเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของไทย “ข้อมูล” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ภาคธุรกิจเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุด บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ได้ร่วมพัฒนาบริการใหม่ภายใต้ชื่อ “PromptBiz” เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการรับ–ส่งข้อมูลทางการค้าระหว่างธนาคารผู้ซื้อและธนาคารผู้ขาย PromptBiz ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้าอย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมต่อการทำงานของธนาคารทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน ช่วยให้การรับ–ส่งข้อมูล เช่น ข้อมูลการซื้อขาย ใบแจ้งหนี้ หรือเอกสารทางการค้า สามารถดำเนินการได้อย่างคล่องตัว มีมาตรฐานเดียวกัน และลดความซ้ำซ้อนในกระบวนการทำงาน
“PromptBiz” โครงสร้างพื้นฐานใหม่ ยกระดับธุรกิจไทยด้วยข้อมูลการค้าดิจิทัล เชื่อมธนาคารผู้ซื้อ–ผู้ขายอย่างไร้รอยต่อ
หนึ่งในประโยชน์สำคัญของระบบ PromptBiz คือการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ โดยข้อมูลทางการค้าที่ถูกจัดเก็บและส่งต่ออย่างเป็นระบบ จะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถประเมินศักยภาพของธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน PromptBiz ยังช่วยลด Pain Point ในกระบวนการทำงานของภาคธุรกิจ ทั้งในด้านการจัดการเอกสาร การส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และต้นทุนจากการใช้เอกสารกระดาษ สอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจแบบดิจิทัลที่เน้นความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้
การพัฒนาระบบดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาคการเงิน เพื่อผลักดันให้ PromptBiz เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบการชำระเงินและการค้าของประเทศ รองรับธุรกรรมการค้าดิจิทัลทั้งภายในประเทศและระหว่างธนาคาร PromptBiz จึงไม่เพียงเป็นแพลตฟอร์มด้านข้อมูล แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถของภาคธุรกิจไทย เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเงินทุน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล
จากโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและข้อมูลที่เชื่อมโยงภายในประเทศอย่างครบวงจร อีกหนึ่งก้าวสำคัญคือการขยายศักยภาพสู่ระดับสากล ผ่าน Cross-Border QR Payment ที่เข้ามาเชื่อมระบบการเงินไทยสู่โลก การท่องเที่ยวไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการชำระเงิน เมื่อ “Cross-Border QR Payment” กลายเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถใช้จ่ายในประเทศไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพกเงินสด แลกเงิน หรือเปิดบัญชีธนาคารในประเทศ
Cross-Border QR Payment โครงสร้างการเงินไทยเชื่อมโลก นักท่องเที่ยวสแกนจ่ายได้ทันทีแบบไร้เงินสด
ปัจจุบัน ประเทศไทยได้เชื่อมโยงระบบการชำระเงินผ่าน QR Code กับต่างประเทศแล้วรวม 9 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา เวียดนาม ฮ่องกง ลาว เกาหลีใต้ และล่าสุดคือ จีน นักท่องเที่ยวสามารถใช้แอปพลิเคชันธนาคารหรือผู้ให้บริการชำระเงินจากประเทศต้นทาง สแกน QR Code ของร้านค้าในไทยเพื่อชำระเงินได้ทันทีแบบ real-time และในฝั่งของผู้ประกอบการไทย ร้านค้าจะได้รับเงินเป็นสกุลเงินบาทภายในวันเดียว โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องรูดบัตรเครดิตหรือระบบที่มีต้นทุนสูง ช่วยลดข้อจำกัดในการรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยว และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ค้าทุกระดับ
ขณะเดียวกัน ระบบ Cross-Border QR Payment ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ โดยสามารถใช้แอปพลิเคชันธนาคารไทยที่เข้าร่วมบริการ สแกน QR Code เพื่อชำระเงินในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา เวียดนาม ฮ่องกง และลาว ได้เช่นเดียวกัน
การพัฒนา Cross-Border QR Payment จึงไม่เพียงเป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว แต่ยังสะท้อนถึงความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของไทย ที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบการชำระเงินระดับภูมิภาคและระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
NITMX “กระดูกสันหลัง” ของระบบการชำระเงินไทย ที่ทำให้ทุกธนาคารเชื่อมถึงกัน
ในวันที่การโอนเงินเกิดขึ้นได้ภายในไม่กี่วินาที การจ่ายเงินข้ามประเทศทำได้เพียงการสแกน QR Code และภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นผ่านข้อมูลดิจิทัล สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างฉาบฉวย แต่คือผลลัพธ์ของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ถูกออกแบบและพัฒนาอย่างเป็นระบบ โดยมี บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงทุกธนาคาร ทุกธุรกรรม และทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจเข้าด้วยกันแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง
จากบทบาทในการเป็นศูนย์กลางของการโอนเงิน การขับเคลื่อนระบบพร้อมเพย์ การรองรับธุรกรรมจำนวนมหาศาลผ่าน Bulk Payment การพัฒนาโครงสร้างข้อมูลธุรกิจผ่าน PromptBiz ไปจนถึงการเชื่อมโยงการชำระเงินระดับภูมิภาคผ่าน Cross-Border QR Payment ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า NITMX ไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาระบบเบื้องหลัง แต่คือ “กระดูกสันหลัง” ของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินไทย ที่กำลังขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พร้อมรองรับอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อในระดับโลก
