POLITICS
ปลาปราจีนฯขาดอากาศตายยกกระชัง! ผวจ.รุดสั่งรื้อผักตบชวา-เร่งเยียวยาเกษตรกร-
ปราจีนบุรี – เมื่อเวลา 21.55 น. วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาในกระชังแม่น้ำปราจีนบุรี หลังเกิดวิกฤตค่าออกซิเจนในน้ำต่ำอย่างรุนแรง ส่งผลให้ปลาทับทิมลอยหัวตายเกลื่อนเป็นจำนวนมาก
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “บอย ห้อย” ที่ได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอความสูญเสียในพื้นที่ อ.บ้านสร้าง พบปลาทับทิมที่เลี้ยงไว้กว่า 20 กระชัง ทยอยลอยหัวและตายเนื่องจากขาดออกซิเจน นายบอย (นามสมมติ) อายุ 20 ปีเศษ เจ้าของโพสต์ระบุว่า ครอบครัวเลี้ยงปลามากว่า 20 ปี ครั้งนี้เสียหายหนักรวมกว่า 17 ตัน โดยสาเหตุเชื่อว่ามาจากการนำเชือกมากั้นดักผักตบชวาบริเวณสะพานบ้านสร้างและสะพานวัดหัวไผ่ ทำให้ผักตบจำนวนมหาศาลมากองสะสมจนน้ำนิ่งสนิทและไม่มีอากาศ จนต้องเร่งจับปลาขายในราคาถูกเพียงกิโลกรัมละ 30-35 บาท และบางส่วนต้องขายทำปุ๋ยเพียงกิโลกรัมละ 5 บาท

ทางด้าน นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวหลังทราบเรื่องว่า ตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที พบว่าปัญหาหลักเกิดจากปริมาณผักตบชวาและผักกระเฉดที่หนาแน่นจนปกคลุมผิวน้ำ ทำให้ออกซิเจนในน้ำต่ำกว่ามาตรฐาน
• ระดมเครื่องจักรหนัก: ประสานความร่วมมือจากกรมชลประทาน และ ปภ.เขต นำรถแม็คโครเร่งตักผักตบชวาและวัชพืชขึ้นจากลำน้ำบริเวณโครงการส่วนพระองค์
• ผลักดันน้ำ: ใช้เรือผลักดันน้ำของกรมชลประทาน เร่งระบายผักตบชวาให้ออกจากบริเวณกระชังปลาของชาวบ้านโดยเร็วที่สุด
• ทำความสะอาดพื้นที่: นำกำลัง อส. ทั้งจังหวัดและอำเภอ พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยเกษตรกรเคลื่อนย้ายซากปลาที่ตายไปฝังกลบเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสียเพิ่มเติม

นายวีระพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ค่าออกซิเจนในน้ำเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วหลังจากการรื้อถอนวัชพืชเปิดทางน้ำ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น ทางจังหวัดเตรียม ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อเร่งรัดเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบตามระเบียบของทางราชการต่อไป
ส่วนรายละเอียดจำนวนเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด ผวจ.ปราจีนบุรี ระบุว่าอยู่ระหว่างการสำรวจที่แน่ชัด และจะแจ้งข้อมูลสรุปให้ทราบอีกครั้ง
และพบแจ้งในกลุ่มไลน์ผู้ว่าพบสื่อมวลชน จ.ปราจีนบุรี ระบุว่า ... นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปภ.เขต 3, ทสจ., ประมงจังหวัด และนายอำเภอบ้านสร้าง ได้ลงพื้นที่ตำบลบางพลวง เพื่อสุ่มตรวจวัดค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (Dissolve Oxygen : DO) ซึ่งค่าที่เหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำต้องไม่น้อยกว่า 3 มิลลิกรัม/ลิตร แต่ผลการตรวจสอบกลับน่าตกใจ ดังนี้:
• บริเวณสะพานวัดโบสถ์ (เหนือน้ำ): วัดได้ 3.6 มิลลิกรัม/ลิตร
• บริเวณสะพานอินเตอร์ (ใกล้กระชังปลา): วัดได้ 1.7 มิลลิกรัม/ลิตร
• บริเวณกระชังปลากำนันอินทร์ (จุดที่ปลาตาย): วัดได้เพียง 0.25 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งถือเป็นระดับที่วิกฤตอย่างมาก

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ เร่งแก้ไขปัญหาทันที ประกอบด้วย:
1. ชลประทาน: ประสานโครงการส่งน้ำนฤบดินทรจินดา เพิ่มการระบายน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ และใช้เรือนวัตกรรม 5 ลำ เร่งผลักดันและตักผักตบชวาออก
2. อบจ.ปราจีนบุรี: สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้รถแบคโฮ 2 คัน เพื่อขุดลอกคูคลองเปิดทางน้ำ
3. ทสจ.ปราจีนบุรี: เก็บตัวอย่างน้ำตรวจแล็บและวัดค่า DO ต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกาศเขตภัยพิบัติ
4. ประมงจังหวัด: ประสานการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว
5. อำเภอบ้านสร้าง: เร่งรวบรวมรายงานเหตุด่วนสาธารณภัย เพื่อเสนอจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบราชการ
6. ฝ่ายความมั่นคงและท้องถิ่น: ระดมกำลังพล อส. และทหาร ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยเกษตรกรขนย้ายซากปลาไปฝังกลบเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย
7. ผวจ.ปราจีนบุรี ยืนยันว่าขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายหลังจากรื้อถอนวัชพืชเปิดทางน้ำ และจะเร่งรัดกระบวนการเยียวยาให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

มานิตย์ สนับบุญ/ปราจีนบุรี
