TECH & AI

ETDAผนึกกำลัง‘สธ.–สวทช.-เนคเทค’ วางรากฐานAIการแพทย์ไทย



กรุงเทพฯ-เมื่อเร็วๆ นี้ - สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดย ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance Center: AIGC) ร่วมเป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายสำคัญ ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำ “แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข ระยะ 3 ปี” ซึ่งจัดโดย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทย ในการวางรากฐานเชิงนโยบายและกำหนดทิศทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระบบการแพทย์และสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพบริการสุขภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ ตลอดจนเตรียมความพร้อมของประเทศสู่ระบบ Digital Health ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ประกอบด้วยผู้บริหารจากกระทรวงสาธารณสุข ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากภาครัฐและเอกชน คณะกรรมการและคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการด้าน AI ทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงผู้รับผิดชอบด้าน AI และระบบบริการสุขภาพดิจิทัลจากทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อร่วมระดมความคิดเห็น วิเคราะห์สถานการณ์ และกำหนดแนวทางสำคัญในการพัฒนา AI เพื่อสุขภาพของประเทศในระยะต่อไป

นายธิติกร ตระกูลศิริศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์ AIGC by ETDA ได้ร่วมอภิปรายในหัวข้อ “แนวโน้มการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทย” ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน พร้อมนำเสนอภาพรวมการประยุกต์ใช้ AI ในระบบสาธารณสุขไทย ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การดูแลสุขภาพและการรักษาทางคลินิก การวิจัยสุขภาพและการพัฒนายา การบริหารจัดการและวางแผนระบบสุขภาพ และการสาธารณสุขและการเฝ้าระวังโรค พร้อมยกตัวอย่างการใช้งานจริง เช่น ระบบ Telemedicine การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยโรค การเฝ้าระวังโรคระบาด และการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมสะท้อนถึงความท้าทายสำคัญของการใช้ AI ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิต สุขภาพ และความปลอดภัยของประชาชน ทั้งในด้านความผิดพลาดของระบบที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย อคติของข้อมูล (Bias) การขาดความโปร่งใสในการตัดสินใจของระบบ AI ประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพ รวมถึงความท้าทายด้านความรับผิดชอบเมื่อเกิดผลกระทบจากการใช้งาน AI ในระบบบริการสุขภาพ

ทั้งยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของ “AI Governance” หรือธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ ในฐานะกลไกสำคัญที่จะช่วยให้การประยุกต์ใช้ AI เป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดย AI Governance ไม่ได้หมายถึงเพียงการกำกับดูแลด้านเทคนิค แต่ครอบคลุมถึงการกำหนดนโยบาย มาตรฐาน กระบวนการบริหารความเสี่ยง และแนวปฏิบัติที่เหมาะสมตลอดวงจรชีวิตของระบบ AI ตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ทดสอบ นำไปใช้งาน ไปจนถึงการติดตามผลกระทบหลังใช้งานจริง โดยได้อ้างอิงหลักจริยธรรมการใช้ AI เพื่อสุขภาพตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) พร้อมชี้ให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญ 3 มิติ ได้แก่ Accountability หรือความรับผิดชอบ Transparency หรือความโปร่งใสตรวจสอบได้ และ Fairness หรือความเป็นธรรม เพื่อให้ AI ทางการแพทย์สามารถถูกนำไปใช้ได้จริงอย่างปลอดภัย ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงนวัตกรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน

นอกจากนี้ ผู้แทนจากศูนย์ AIGC by ETDA ยังได้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อยในคณะที่ 1 “จริยธรรมและธรรมาภิบาลด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์” เพื่อร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน ผลกระทบ ช่องว่างสำคัญ (Gap Analysis) และกำหนด Focus Area สำคัญ สำหรับใช้เป็นกรอบในการพัฒนาแผนปฏิบัติการด้าน AI ทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศในระยะต่อไป

ETDA โดย AIGC พร้อมเดินหน้าสนับสนุนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ผ่านการให้คำปรึกษา ถ่ายทอดองค์ความรู้ และจัดอบรมด้าน AI Governance เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสากล รวมถึงสร้างระบบนิเวศด้าน AI ที่ปลอดภัย โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมไทย การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ ETDA และ AIGC ในการร่วมขับเคลื่อน AI Governance ของประเทศ จากระดับนโยบายสู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการยกระดับระบบบริการสุขภาพไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI อย่างมั่นใจ และวางรากฐานสำคัญให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านจริยธรรมและธรรมาภิบาล AI ของภูมิภาคในอนาคต-ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ETDA Thailand