TECH & AI

'เดลล์ เทคโนโลยีส์'เปลี่ยนเป้าหมายด้าน AI สู่ผลลัพธ์จับต้องได้จริง



กรุงเทพฯ-เดลล์ เทคโนโลยีส์ (NYSE: DELL) ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญของ Dell AI Factory ร่วมกับ NVIDIA พร้อมส่งมอบนวัตกรรมสุดล้ำที่ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนเป้าหมายด้าน AI สู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง โดยมีลูกค้ากว่า 5,000 ราย ที่ได้ปรับใช้ Dell AI Factory ซึ่งการขยายผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอครั้งนี้ ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI มาใช้งานได้อย่างมั่นใจ ขยายสเกลได้ตามเป้าหมายและได้ผลลัพธ์จากระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ควบคุมได้เอง พร้อมข้อมูลที่เชื่อถือได้

Dell AI Factory ร่วมกับ NVIDIA สำคัญอย่างไรกับองค์กร

องค์กรส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเป้าหมายด้าน AI แต่กำลังเผชิญกับปัญหาในการนำ AI ไปใช้งานจริง โดยเรื่องความพร้อมและคุณภาพของข้อมูลยังคงเป็นความท้าทายอันดับหนึ่งในการติดตั้ง AI ในทุกขั้นตอน เพราะแม้จะมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดก็ตาม แต่หากไม่มีโครงสร้างข้อมูลที่เชื่อถือได้และพร้อมสำหรับ AI ก็จะไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ ส่งผลให้โครงการนำร่องต้องหยุดชะงักก่อนที่จะนำไปใช้งานจริง และทำให้ AI เอเจนต์ อยู่ไกลเกินเอื้อม ทั้งนี้ เดลล์ และ NVIDIA จึงร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยแนวทางแบบบูรณาการที่เรียบง่าย สามารถช่วยเร่งเวลาในการสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้เร็วขึ้นสูงสุดถึง 84% อีกทั้งช่วยให้องค์กรขยายระบบได้อย่างมั่นใจ

AI เอเจนต์ ตอบโจทย์เวิร์กโหลดทุกประเภท

เมื่อเวิร์กโหลดของ AI เอเจนต์ ซับซ้อนมากขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านคลาวด์เริ่มคาดเดาได้ยากขึ้น องค์กรจึงมองหาแนวทางที่สามารถควบคุมการใช้ระบบ AI อัตโนมัติ ให้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเ พราะประสิทธิภาพการทำงาน อธิปไตยของข้อมูลและความคุ้มค่าด้านต้นทุนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

Dell Deskside Agentic AI โซลูชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเวิร์กสเตชันประสิทธิภาพสูงของเดลล์ และ NVIDIA NeMoClaw ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างและรันเอเจนต์อัตโนมัติด้วยอุปกรณ์ภายในองค์กรได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยที่ข้อมูลจะไม่รั่วไหลจากอุปกรณ์ ซึ่งบริการจากเดลล์ รองรับการใช้โซลูชันนี้อย่างครบวงจร โซลูชันนี้ออกแบบมาสำหรับกลุ่มงานเฉพาะทางทั้งด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ งานวิจัยทางวิชาการ และอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้ข้อกำกับดูแล ช่วยเปลี่ยนต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ผันผวนในการใช้โทเคนผ่านระบบคลาวด์ ให้กลายเป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถควบคุมและคาดการณ์ได้ ซึ่ง Dell Deskside Agentic AI ช่วยให้องค์กรสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาสั้นที่สุดเพียง 3 เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายในการใช้ API พับลิกคลาวด์

NVIDIA OpenShell คือสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับเอเจนต์อัตโนมัติ สามารถรองรับ Dell AI Factory ร่วมกับ NVIDIA ทั้งหมดได้อย่างครอบคลุม จึงช่วยให้องค์กรสามารถสร้างติดตั้งใช้งานและกำกับดูแลการทำงานของเอเจนต์พร้อมควบคุมความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้ ตั้งแต่เวิร์กสเตชันที่ทรงพลังอย่าง Dell Pro Precision รุ่นทาวเวอร์ต่างๆ และ Dell Pro Max ที่มาพร้อมขุมพลัง GB10 และ GB300 ตลอดจนเซิร์ฟเวอร์ระดับดาต้าเซ็นเตอร์ Dell PowerEdge XE  ทั้งนี้สถาปัตยกรรมอ้างอิง Dell-NVIDIA AI-Q 2.0 ที่ขับเคลื่อนด้วย Dell AI Data Platform with NVIDIA ยังช่วยต่อยอดความสามารถดังกล่าวด้วยเวิร์กโฟลว์ที่พร้อมรองรับงานวิจัยแบบมัลติเอเจนต์ สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกฎข้อบังคับควบคุมเข้มงวด (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่)

เปลี่ยนข้อมูลองค์กรให้เป็นขุมพลังขับเคลื่อน AI

ระบบ AI จะมีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อสามารถค้นหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือและนำไปใช้ต่อได้จริง เดลล์ จึงประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญของ Dell AI Data Platform ที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลองค์กรให้พร้อมสำหรับ AI โดยขยายครอบคลุมวงจรการใช้งานข้อมูลทั้งหมด ตั้งแต่การสืบค้น จัดเตรียมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ ตลอดจนการสร้างประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI 

  • ผสานรวมและบริการจัดการกระบวนการข้อมูล AI ในระดับองค์กร ความก้าวหน้าด้านการจัดการและค้นหาข้อมูลของ Dell AI Data Platform ช่วยให้จัดทำดัชนีไฟล์ข้อมูลแบบไร้โครงสร้างจำนวนหลายพันล้านไฟล์ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านั้นสู่กระบวนการที่มีการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ จึงช่วยเร่งการค้นหาและสร้างชุดข้อมูลสำหรับ AI ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้บริการครบวงจรสำหรับ Dell AI Data Platform ยังช่วยองค์กรรับมือกับความท้าทายต่างๆ เช่น การจัดเตรียมข้อมูล การขาดแคลนทักษะและความซับซ้อนในการดำเนินงาน เพื่อให้องค์กรสามารถขยายการใช้ AI จากโครงการนำร่องสู่การใช้งานจริงได้รวดเร็ว
  • เร่งประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย SQL สำหรับแพลตฟอร์ม NVIDIA Blackwell และ NVIDIA Vera รุ่นใหม่ ภายใน Dell AI Data Platform มี Dell Data Analytics Engine ขับเคลื่อนโดย Starburst ช่วยนำการประมวลผลคำสั่ง SQL แบบเร่งความเร็วด้วย GPU มาสู่ระบบ AI ขององค์กร ซึ่งปัจจุบันมอบประสิทธิภาพในการค้นหาข้อมูลเร็วขึ้นสูงสุด 6 เท่า บนหน่วยประมวลผล GPU NVIDIA Blackwell พร้อมออกแบบเพื่อรองรับแพลตฟอร์มในอนาคตรวมถึงสถาปัตยกรรม Vera ความสามารถเหล่านี้ช่วยเร่งการค้นหาข้อมูลเชิงลึกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบดั้งเดิม และแอปพลิเคชัน AI เอเจนต์ ที่ต้องประมวลผลข้อมูลในปริมาณมหาศาล
  • ความหนาแน่นสูงขึ้น ต้นทุนการเป็นเจ้าของต่ำลง อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบอ็อบเจกต์ Dell ObjectScale X7700 รุ่น Ultra-dense ใหม่นี้ มอบความจุของฮาร์ดดิสก์ (HDD) เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 45% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมทั้งรองรับการขยายระบบประมวลผลภายในสตอเรจได้อย่างยืดหยุ่น และเพิ่มประสิทธิภาพ TCO นอกจากนี้การรองรับไดรฟ์แบบออลแฟลชขนาด 245 TB ที่จะเปิดตัวในอนาคต ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชบน ObjectScale ได้มากกว่า 3 เท่า
  • เพิ่มขุมพลังระบบ Digital Twin และประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ด้วยการผสานรวมข้อมูลเป็นหนึ่งเดียว ภายในระบบ Dell AI Data Platform with NVIDIA มีการผสานรวมสตอเรจและเครื่องมือค้นหาของเดลล์เข้ากับคลังไลบรารีของ NVIDIA Omniverse เพื่อรวมความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลแบบอ็อบเจกต์ที่ขยายขอบเขตการทำงาน เข้ากับการค้นหาสินทรัพย์ดิจิทัลเชิงความหมายในรูปแบบเวกเตอร์ โดยเชื่อมต่อระบบบริหารจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (PLM Systems) และสตอเรจต่างๆ เข้ากับ Omniverse ได้โดยตรง เพื่อป้อนข้อมูลให้ Digital Twin รวมถึงการฝึกและตรวจสอบระบบ Physical AI ด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีการจัดระเบียบอย่างเป็นระบบ

โครงสร้างพื้นฐานรุ่นใหม่สร้างเพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้ AI ยุคใหม่

เดลล์ กำลังขยายพอร์ตฯ โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ด้วยระบบใหม่ที่สร้างขึ้นสำหรับเวิร์กโหลด AI ขององค์กรยุคใหม่โดยเฉพาะ ในฐานะที่เดลล์ เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระดับแร็คอันดับต้นที่มียอดจัดส่งเซิร์ฟเวอร์ระดับแร็คมากกว่าคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดถึง 2 เท่า เดลล์จึงเสริม PowerRack เข้ามากลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI

Dell PowerRack คือระบบบูรณาการที่สมบูรณ์แบบที่รวม ระบบประมวลผล ระบบเครือข่าย และสตอเรจเข้าด้วยกัน พร้อมการออกแบบเรื่องระบบจัดการความร้อน การบริหารจัดการพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพซอฟต์แวร์ เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัวตั้งแต่ต้น ผลลัพธ์ที่ได้คือช่วยเร่งประสิทธิภาพการประมวลผลสำหรับเวิร์กโหลด AI และ HPC ในระดับองค์กร ช่วยลดความซับซ้อนในการประกอบและเชื่อมการทำงานของส่วนต่างๆ เอง ขณะเดียวกัน Dell PowerRack สำหรับสตอเรจ และระบบเครือข่าย ยังมาในรูปแบบแพลตฟอร์ม rack-scale ที่ติดตั้งและพร้อมใช้งานจากโรงงาน โดยรวมระบบสตอเรจ Dell Exascale และระบบเชื่อมต่อเครือข่าย Dell PowerSwitch ไว้ด้วยกัน พร้อมการบริหารจัดการเรื่องประสิทธิภาพ ระบบพลังงาน และระบบระบายความร้อนผ่าน Dell Integrated Rack Controller อย่างสอดคล้องเป็นระบบ

อัปเดตโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม ดังนี้

  • สตอเรจครบวงจร (Four-in-one) รองรับการประมวลระดับสูง เดลล์เพิ่ม PowerFlex เข้ามาใน Dell Exascale Storage ช่วยเติมเต็มโครงสร้างรวมระดับแร็คที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Dell PowerRack สามารถรองรับระบบจัดเก็บข้อมูลได้ครบทั้งแบบบล็อก (PowerFlex) แบบไฟล์ (PowerScale, Lighting, File System) และแบบอ็อบเจกต์ (ObjectScale) เพื่อ AI และ HPC รวมถึงเวิร์กโหลดระดับองค์กรที่ต้องอาศัยทรัพยากรสูง
  • เวิร์กสเตชันระดับแร็คขนาดกะทัดรัดพร้อมติดตั้งใช้งาน Dell Pro Precision 7 R1 นำการประมวลผลประสิทธิภาพสูงมาสู่สภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ในขนาดตัวเครื่องเพียง 1U มาพร้อม GPU NVIDIA RTX PRO Blackwell Max-Q Workstation Edition และรองรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุดถึง 64TB
  • การบริหารจัดการตู้แร็คแบบรวมศูนย์ ซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่ของ Dell Integrated Rack Controller และ Dell OpenManage Enterprise ให้ระบบควบคุมแบบรวมศูนย์สำหรับระบบประมวลผลที่ผสานรวมเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งขยายขีดความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ระยะไกลและการประสานจัดการระบบอัตโนมัติครอบคลุมทั่วทั้งตู้แร็ค
  • ระบบระบายความร้อนรุ่นใหม่ Dell PowerCool CDU C7000 ตัวกระจายสารหล่อเย็นระดับแร็ครุ่นแรกที่รองรับการระบายความร้อนสำหรับแพลตฟอร์ม NVIDIA Vera Rubin NVL72 ได้ภายในขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดเพียง 4U บนมาตรฐานแร็ค 19 นิ้ว พร้อมทั้งช่วยขยายความสามารถการระบายความร้อนของเดลล์ และรองรับอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นของอาคารได้สูงสุดถึง 40 องศาเซลเซียส

โซลูชันที่ขยายได้ พร้อมระบบนิเวศแบบเปิดที่เติบโต

โปรแกรม Dell AI Ecosystem ใหม่ ช่วยให้ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ AI มีแนวทางที่เป็นระบบในการตรวจสอบและรับรองโซลูชัน บนโครงสร้างพื้นฐานของ Dell AI Factory ซึ่งเป็นการเปลี่ยนนวัตกรรมที่กระจัดกระจายให้เป็นผลลัพธ์ที่ผ่านการพิสูจน์และพร้อมใช้งานจริง สำหรับองค์กรธุรกิจความสามารถเหล่านี้คือแนวทางที่ให้ความเสี่ยงต่ำในการขยายการใช้ AI ระดับองค์กรได้จริง ช่วยให้เปลี่ยนจากการทดสอบระบบ (POC) สู่การใช้งานจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และให้ความสามารถในการประมวลผลโซลูชัน AI ได้จากทุกที่ที่มีข้อมูล

การนำเทคโนโลยี AI ชั้นนำและโมเดลระดับแนวหน้ามาสู่องค์กร ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมข้อมูล โมเดล และการดำเนินงานต่าง ๆ ได้ภายในสภาพแวดล้อมองค์กรที่เชื่อถือได้

  • Google และเดลล์ ร่วมมือกันนำโมเดล Gemini 3 Flash มาให้บริการบน Google Distributed Cloud ผ่านเซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge XE9780 ซึ่งโซลูชันแบบ On-premises ที่ผสานรวมระบบมาอย่างสมบูรณ์ ช่วยให้องค์กรสามารถประมวลผลเวิร์กโหลด Gen AI ระดับสูงได้ภายใต้สภาพแวดล้อมการประมวลผลที่เป็นไพรเวทและมีความปลอดภัยสูง ประโยชน์จากระบบ BIOS ที่ปลอดภัย และการตรวจสอบความปลอดภัยที่เข้มงวดช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดเข้มงวดด้านการคุ้มครองข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในองค์กรและอธิปไตยทางข้อมูลได้เป็นอย่างดี ความร่วมมือดังกล่าว รองรับโมเดล Gemini เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งโดดเด่นด้วยการขยายพื้นที่รองรับข้อมูลได้มากกว่า 1 ล้านโทเคน พร้อมเครื่องมือ AI ระดับสูงอย่าง Gemini CLI ที่ให้ความปลอดภัยและการควบคุมในระดับที่องค์กรยุคใหม่ต้องการ
  • Dell Enterprise Hub บน Hugging Face ช่วยให้องค์กรเข้าถึงชุดโมเดล AI แบบ open-weight ที่ผ่านการคัดเลือกมาเป็นพิเศษ ทั้ง MiniMax-M2.7, DeepSeek Pro, DeepSeek-V4, GLM 5.1 และ Kimi K2.6 โดยทั้งหมดได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงสร้างพื้นฐานของ Dell AI Factory ในขณะที่อุตสาหกรรมกำลังก้าวสู่สถาปัตยกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และสามารถรองรับการคิดวิเคราะห์และประมวลเหตุผลขั้นสูงบนข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือดังกล่าว จะช่วยเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนของโทเคนในระบบ AI สำหรับองค์กร โดยเปิดทางให้องค์กรสามารถติดตั้งใช้งานโมเดลแบบเปิด ที่ให้ศักยภาพสูงสุดบนพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขององค์กรได้อย่างปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงมาก
  • OpenAI และ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ร่วมมือกันเพื่อช่วยองค์กรติดตั้งใช้งาน Codex ได้ในสภาพแวดล้อมที่ข้อมูล ระบบ และกระบวนการทำงานที่สำคัญที่สุด จัดเก็บและดำเนินงานอยู่แล้ว ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ Codex จะสามารถเชื่อมต่อกับ Dell AI Data Platform ที่หลายองค์กรใช้งานอยู่แล้วในการจัดเก็บ จัดระเบียบและกำกับดูแลข้อมูลขององค์กรในระบบ On-premises ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้ลูกค้าสามารถนำ Codex เข้าใกล้กับบริบทที่สำคัญต่อการทำงานของ AI ในองค์กร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเอเจนต์ ไม่ว่าจะเป็น codebases เอกสารข้อมูล ระบบธุรกิจ ความรู้เชิงปฏิบัติการ และเวิร์กโฟลว์ของทีม นอกจากนี้เดลล์ และ OpenAI จะร่วมกันสำรวจแนวทางในการเชื่อมต่อ Codex เข้ากับ Dell AI Factory ซึ่งเป็นระบบที่ภาคธุรกิจใช้ขับเคลื่อนเวิร์กโหลด AI ขององค์กร
  • แพลตฟอร์ม Foundry และ AIP จาก Palantir กำลังถูกนำมาให้บริการในรูปแบบ On-premises บน Dell AI Factory โดยเลเยอร์ Ontology ของ Palantir จะทำงานบน Dell ObjectScale และ PowerFlex เพื่อนำเข้าข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ขององค์กร และจัดการกระบวนการทำงานทางธุรกิจให้เป็นไปแบบอัตโนมัติ โดยใช้โมเดล AI ที่ติดตั้งอยู่บน Dell AI Factory ความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรธุรกิจและหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับอธิปไตยของข้อมูล สามารถเชื่อมข้อมูลทั้งหมดจากทุกแหล่งในองค์กรเข้าด้วยกัน พร้อมกำหนดและจัดการความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งข้อมูลเหล่านั้นแบบไดนามิก และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มรูปแบบด้วยขุมพลังของ AI ภายใต้ขอบเขตความปลอดภัยและการควบคุมข้อมูลภายในองค์กรทั้งหมด
  • โมเดล AI แบบโอเพนซอร์สระดับแถวหน้าของ Reflection กำลังจะให้บริการในรูปแบบ On-premises บน Dell AI Factory โดยโมเดลแบบเปิดช่วยให้องค์กรในกลุ่มอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลและหน่วยงานให้ความสำคัญกับอธิปไตยของข้อมูล สามารถติดตั้งใช้งาน AI ได้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้เองอย่างเต็มรูปแบบ โดยโมเดลนี้ติดตั้งใช้งานบน Dell AI Factory และเชื่อมต่อกับ Dell AI Data Platform ช่วยให้ลูกค้าสามารถดึงองค์ความรู้จากแหล่งข้อมูลในระบบ On-premises ได้อย่างปลอดภัยสูงสุด
  • SpaceXAI และ เดลล์ ร่วมกันมอบความสามารถในการคิดวิเคราะห์เหตุผลขั้นสูงและฟีเจอร์การประมวลผลหลายรูปแบบของ Grok มาพัฒนาเป็นผู้ช่วย AI ระดับองค์กรที่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยสามารถติดตั้งใช้งานในระบบ On-premises ได้อย่างเต็มรูปแบบ หรือเลือกใช้แบบไฮบริด

นอกจากนี้ลูกค้าของ ServiceNow จะสามารถใช้ Dell AI Factory เพื่อเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานเข้ากับระบบจัดการเวิร์กโฟลว์องค์กรแบบอัตโนมัติ ช่วยให้องค์กรสามารถค้นหา กำกับดูแลและใช้งาน AI โดยมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ทางธุรกิจเป็นสำคัญ

โซลูชัน AI ใหม่ที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองการใช้งานจริงในองค์กร ครอบคลุมตั้งแต่ AI เอเจนต์ ร่วมกับ Mistral ส่วนระบบ Computer Vision ร่วมกับ Fogsphere และ Ipsotek (บริษัทในเครือ Eviden) ขณะที่ระบบ Immersive AI โดย UneeQ Digital Humans และเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดโดย Poolside พร้อมให้เลือกติดตั้งใช้งานได้โดยตรงจากแคตตาล็อกบน Dell Automation Platform ขณะเดียวกันโซลูชันและบริการด้านความปลอดภัยใหม่ที่ขับเคลื่อนโดย CrowdStrike, Fortanix และ F5 ยังมอบการปกป้องครบวงจร (full-stack) ตลอด 24 ชั่วโมง ให้ความปลอดภัย AI ขั้นสูง ได้ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI ข้อมูล โมเดลและแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างรากฐาน AI ที่มั่นคงและยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ JFrog และเดลล์ ยังร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มศูนย์กลางเพื่อการบริหารจัดการโมเดล AI โปรโตคอล MCPs ทักษะของเอเจนต์ และซอฟต์แวร์ต่างๆ ในระดับองค์กรได้อย่างปลอดภัย

มุมมองผู้บริหาร

ไมเคิล เดลล์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “การมาถึงของ AI เอเจนต์ ในปัจจุบัน ทำให้ทุกองค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายเดียวกัน นั่นคือการเปลี่ยนความอัจฉริยะให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ภายในเวลารวดเร็ว ไม่เช่นนั้นอาจถูกทิ้งให้อยู่ข้างหลัง เดลล์ เทคโนโลยีส์ กำลังช่วยลูกค้าเปลี่ยนข้อมูลองค์กรเป็นขุมพลังขับเคลื่อน AI บนโครงสร้างพื้นฐานที่องค์กรควบคุมได้เอง มีความปลอดภัย สามารถกำกับดูแลและให้ความคุ้มค่าด้านต้นทุน”

เจนเซน หวง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NVIDIA กล่าว “AI เอเจนต์มาถึงองค์กรแล้ว และการนำ AI ไปใช้ในองค์กรกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเดลล์ และ NVIDIA ร่วมกันสร้าง AI Factory ที่ครบวงจรแบบ full-stack เพื่อช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ ด้วยระบบประมวลผลความเร็วสูง ระบบเครือข่าย สตอเรจ ซอฟต์แวร์และบริการต่างๆ ที่ขยายความสามารถในการใช้งานได้ตั้งแต่เดสก์ท็อปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ ช่วยเปลี่ยนศักยภาพของ AI ให้เป็นผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับทุกองค์กร”