BUSINESS
NITMX ชี้ยอดธุรกรรมพร้อมเพย์เม.ย.69 แตะ 2.21พันล้านรายการกว่า4.24ลลบ.
กรุงเทพฯ-บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินระดับประเทศ เปิดเผยข้อมูลการใช้งานระบบ “พร้อมเพย์” (PromptPay) ประจำเดือนเมษายน 2569 พบว่า แม้จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่รูปแบบกิจกรรมทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงจากภาคธุรกิจสู่ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคครัวเรือน แต่ระบบพร้อมเพย์ยังคงมีการใช้งานในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของระบบการชำระเงินดิจิทัลที่รองรับการใช้จ่ายและการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง
ปริมาณธุรกรรมยังอยู่ในระดับสูง รองรับกิจกรรมเศรษฐกิจช่วงเทศกาล
เดือนเมษายน 2569 มียอดธุรกรรมพร้อมเพย์รวมทั้งสิ้น 2.21 พันล้านรายการ เพิ่มขึ้นจาก 1.96 พันล้านรายการในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตราการเติบโต 13% YoY ขณะที่มูลค่าธุรกรรมรวมอยู่ที่ 4.24 ล้านล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 4.28 ล้านล้านบาทในปีก่อนหน้า คิดเป็น -1% YoY
แม้มูลค่าธุรกรรมรวมจะชะลอตัวเล็กน้อย แต่ปริมาณธุรกรรมที่ยังเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนถึงการใช้งานพร้อมเพย์ในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะธุรกรรมขนาดเล็กถึงกลาง เช่น การโอนเงินระหว่างบุคคล การชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน QR Code รวมถึงการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเคลื่อนย้ายของผู้คนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจสูงทั่วประเทศ

ยอดลงทะเบียนเพิ่มต่อเนื่อง สะท้อนการเข้าถึงบริการดิจิทัลในวงกว้าง
ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 ยอดการลงทะเบียนพร้อมเพย์รวมอยู่ที่ 82.67 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็น
• ภาคประชาชน: 82.26 ล้านเลขหมาย
• ภาคธุรกิจ: 0.41 ล้านเลขหมาย
จำนวนผู้ลงทะเบียนที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าพร้อมเพย์ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลที่เข้าถึงผู้ใช้งานในทุกระดับ ทั้งประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้า และภาคธุรกิจ ซึ่งต่างใช้ระบบพร้อมเพย์เป็นเครื่องมือหลักในการรับ–จ่ายเงินแบบเรียลไทม์ที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
ธุรกรรมพุ่งสูงช่วงต้นเดือน สะท้อนการใช้จ่ายต่อเนื่องก่อนเทศกาล
วันที่มียอดธุรกรรมสูงสุดของเดือนอยู่ที่ 73.88 ล้านรายการ โดยเกิดขึ้นใน วันพุธที่ 1 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงต้นเดือน สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายหลังรอบเงินเดือน และเป็นช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ทั้งการวางแผนเดินทาง การจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค และการโอนเงินภายในครอบครัว
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของระบบพร้อมเพย์ในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐานรองรับการหมุนเวียนของเงิน” ที่เชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงภาคบริการและการค้าปลีก โดยเฉพาะในช่วงก่อนวันหยุดยาวที่ผู้ใช้งานมีแนวโน้มเร่งจัดการธุรกรรมทางการเงินล่วงหน้า
ขณะเดียวกัน การที่วันยอดธุรกรรมสูงสุดเกิดขึ้นในวันทำการช่วงต้นเดือน ยังสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่มีการจัดการสภาพคล่องและการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางดิจิทัล โดยพร้อมเพย์ยังคงเป็นระบบหลักที่รองรับธุรกรรมจำนวนมากได้อย่างมีเสถียรภาพ แม้ในช่วงที่มีปริมาณการใช้งานหนาแน่น
Cross-Border QR Payment เติบโตต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
บริการ Cross-Border QR Payment ขาเข้า (Inbound) ในเดือนเมษายน 2569 มีมูลค่าธุรกรรมรวม 1,185.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 256.08 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตราการเติบโต 363% YoY สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้จ่ายผ่าน QR Code ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็น High Season ของภาคการท่องเที่ยวไทย

ประเทศที่มีมูลค่าธุรกรรมขาเข้าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
- จีน – 719.24 ล้านบาท
- มาเลเซีย – 216.62 ล้านบาท
- ลาว – 97.13 ล้านบาท
การที่ประเทศจีนยังคงมีมูลค่าธุรกรรมสูงสุด สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีของระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้แอปพลิเคชันการชำระเงินจากประเทศต้นทางสแกน Thai QR Payment เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในประเทศไทยได้โดยตรง เพิ่มความสะดวกในการใช้จ่าย และช่วยลดข้อจำกัดด้านการแลกเปลี่ยนเงินสด ขณะเดียวกัน การเติบโตของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย และลาว ยังสะท้อนถึงบทบาทของระบบ Cross-Border QR Payment ในการสนับสนุนทั้งการท่องเที่ยว การค้าชายแดน และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน
ตอกย้ำบทบาทโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของประเทศ
ภาพรวมการใช้งานพร้อมเพย์ในเดือนเมษายน 2569 สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของระบบในฐานะโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่สามารถรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงวันทำการ ช่วงเทศกาล และช่วงที่มีปริมาณการใช้งานหนาแน่น โดยยังคงมีเสถียรภาพและรองรับธุรกรรมได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง
NITMX ยังคงมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และรองรับการเติบโตของธุรกรรมในทุกมิติ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างยั่งยืน
