TECH & AI

การ์ทเนอร์ชี้ธุรกิจอัตโนมัติ-เลิกจ้างจากAI ช่วยเพิ่มงบฯแต่ไม่สร้างผลตอบแทน



กรุงเทพฯ ประเทศไทย 26 พฤษภาคม 2569 — ผลสำรวจโดย การ์ทเนอร์ บริษัทผู้ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกิจและเทคโนโลยีเผยว่าองค์กรที่มีการทดลองหรือนำศักยภาพ "ธุรกิจอัตโนมัติ" (Autonomous Business) มาใช้ มีถึงประมาณ 80% ที่รายงานว่ามีการปรับลดจำนวนพนักงานลง อย่างไรก็ตาม การปรับลดพนักงานดังกล่าวดูเหมือนจะไม่สามารถเปลี่ยนเป็นผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้

ผลสำรวจพบว่า อัตราการปรับลดพนักงานระหว่างกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่าได้รับผลตอบแทนหรือ ROI สูงจากเทคโนโลยีอัตโนมัติ กับกลุ่มที่ประสบผลสำเร็จเพียงเล็กน้อยหรือมีผลลัพธ์ติดลบนั้น มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันอย่างมาก

การ์ทเนอร์ได้ทำการสำรวจผู้บริหารธุรกิจทั่วโลกจำนวน 350 ราย ช่วงไตรมาสที่สามของปี 2568 เพื่อทำความเข้าใจสถานะปัจจุบันของธุรกิจอัตโนมัติในระดับองค์กร โดยองค์กรที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ต้องมีรายได้ประจำปีทั่วทั้งองค์กรอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า และต้องเป็นองค์กรที่กำลังทดลองใช้หรือได้ติดตั้งเทคโนโลยีอย่างน้อยหนึ่งอย่างต่อไปนี้ ได้แก่ เอไอเอเจนต์ (AI Agents), ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Automation) หรือเทคโนโลยีอัตโนมัติขั้นสูง (Autonomous Technologies)

การใช้เทคโนโลยี เช่น เอไอเอเจนต์, ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ, RPA (Robotic Process Automation), ดิจิทัลทวิน (Digital Twins) และสินทรัพย์ดิจิทัลที่แปลงเป็นโทเค็น (Tokenized Assets) จะขับเคลื่อนธุรกิจอัตโนมัติให้ยกระดับองค์กรจากการเพิ่มประสิทธิภาพและระบบอัตโนมัติขั้นพื้นฐาน ไปสู่ "ความสามารถในการทำงานด้วยตนเองอย่างแท้จริง หรือ True Autonomy” ซึ่งทั้งเครื่องจักรและมนุษย์ต่างก็มีอิสระในการทำงานมากขึ้น สิ่งนี้ไม่ได้หมายถึงธุรกิจที่ไร้มนุษย์มาเกี่ยวข้อง แต่หมายถึงธุรกิจที่ขยายขีดความสามารถของมนุษย์ให้สูงขึ้นต่างหาก

เฮเลน พอยเตอแวง (Helen Poitevin) รองประธานฝ่ายนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า "ซีอีโอจำนวนมากหันไปใช้วิธีเลิกจ้างพนักงานเพื่อให้เห็นถึงผลตอบแทนอย่างรวดเร็วจากการใช้ AI อย่างไรก็ตาม ทัศนคติเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด การลดจำนวนพนักงานอาจช่วยสร้างพื้นที่ว่างในงบประมาณได้ แต่ไม่ได้สร้างผลตอบแทน องค์กรที่สามารถเพิ่ม ROI ได้นั้น ไม่ใช่องค์กรที่กำจัดความจำเป็นในการใช้คน แต่คือองค์กรที่เสริมศักยภาพของคนให้สูงขึ้น ผ่านการลงทุนอย่างจริงจังในด้านทักษะ ตำแหน่งงาน และโมเดลการดำเนินงานที่ช่วยให้มนุษย์สามารถแนะนำและขยายขีดความสามารถของระบบอัตโนมัติได้"

ระยะยาว: ธุรกิจอัตโนมัติจะสร้างงานให้มนุษย์มากขึ้น

ธุรกิจอัตโนมัติจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการเปิดรับเอไอเอเจนต์ที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า ในปี 2569 นี้ มูลค่าการใช้จ่ายในซอฟต์แวร์เอไอเอเจนต์จะสูงถึง 206.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในปี 2570 จะเพิ่มแตะ 376.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมากจากในปี 2567 ที่มีมูลค่า 86.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เนื่องจากความเป็นอิสระในการทำงานจะเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของเครื่องจักรและมนุษย์ อีกทั้งความต้องการแรงงานมนุษย์จะเพิ่มสูงขึ้นแทนที่จะลดลง การ์ทเนอร์จึงคาดการณ์ว่าภายในปี 2571-2572 ธุรกิจอัตโนมัติจะเป็นตัวขับเคลื่อนเชิงบวกในการสร้างงานใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากรูปแบบการทำงานประเภทใหม่ ๆ ที่ AI ไม่สามารถเข้ามาทดแทนได้

"ระยะยาว ธุรกิจอัตโนมัติจะสร้างงานให้มนุษย์มากขึ้น ไม่ใช่ลดลง ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่คงอยู่ยาวนาน เช่น การลดลงของประชากร และช่วงเวลาสำคัญที่ผู้บริโภคต้องอาศัยความน่าเชื่อถือและการตัดสินใจที่เดิมพันสูง จะเป็นสิ่งรับประกันว่า คนที่มีศักยภาพ หรือ Human Talent จะยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญในการขับเคลื่อน กำกับดูแล และขยายขนาดของธุรกิจอัตโนมัติต่อไป" พอยเตอแวง กล่าวสรุป