BUSINESS

บริติชเคานซิลยกระดับงานคราฟต์ไทยสู่ สากลผ่าน‘Craft Toolkit’



กรุงเทพฯ-ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญ ช่างฝีมือและผู้ประกอบการงานคราฟต์ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ แม้จะมีทักษะฝีมือที่ประณีตและเปี่ยมด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรม แต่การเชื่อมต่อกับตลาดสมัยใหม่ การวางแผนธุรกิจ และการเข้าถึงเทคโนโลยี ยังคงเป็นช่องว่างสำคัญที่ขัดขวางการเติบโตอย่างยั่งยืน บริติช เคานซิล (British Council) จึงได้ผลักดันแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ “Craft Toolkit” เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากงานฝีมือดั้งเดิมสู่ธุรกิจสร้างสรรค์ระดับสากล

“Craft Toolkit” คือแพลตฟอร์มเพื่อช่างฝีมือระดับโลก ที่ บริติช เคานซิล ออกแบบร่วมกับองค์กร Applied Arts Scotland ในสหราชอาณาจักร เพื่อเป็นชุดเครื่องมือการเรียนรู้ดิจิทัลที่เปิดให้เข้าใช้งานได้ฟรี  ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มทักษะทางธุรกิจที่จำเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) การวางแผนธุรกิจ 2) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ 3) การตลาดและการเล่าเรื่อง 4) การจัดการการเงิน และ 5) ความยั่งยืน โดยปัจจุบันแพลตฟอร์มนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง มีการขยายการใช้งานไปแล้วกว่า 85 ประเทศ และแปลเนื้อหาเป็นภาษาต่าง ๆ ถึง 12 ภาษา ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ระดับโลกได้ด้วยตนเอง

แดนนี่ ไวท์เฮด ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ในยุคปัจจุบันแม้โลกออนไลน์จะเปิดกว้าง แต่สำหรับชุมชนหัตถกรรมไทย โดยเฉพาะกลุ่มช่างฝีมือหรือผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล การเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ ด้วยตระหนักถึงข้อจำกัดดังกล่าว บริติช เคานซิล จึงเปิดตัวโครงการ “Craft Toolkit: Train the Trainers” เพื่อทำหน้าที่เป็น ‘ตัวกลาง’ และ ‘สะพานเชื่อม’ ที่สำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายผู้ฝึกสอนในท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และมีความเข้าใจในบริบทพื้นที่อย่างแท้จริง เนื่องจากการทำงานที่ผ่านมา พบว่าคนทำงานในภาคหัตถกรรม ไม่ว่าจะเป็นช่างฝีมือหรือผู้ประกอบการ มีโอกาสเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพไม่มาก เนื่องด้วยเหตุผลต่าง ๆ ทั้งความจำเป็นส่วนตัว การขาดแคลนทุนทรัพย์และทรัพยากร รวมถึงขาดการเข้าถึงแหล่งทุนและแหล่งเรียนรู้”  

สำหรับโครงการนี้ บริติช เคานซิล ได้รวบรวมผู้เข้าร่วมกว่า 40 คน จากเครือข่ายด้านศิลปหัตถกรรมใน 6 ประเทศอาเซียน ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเข้าโปรแกรมฝึกอบรมเข้มข้น 5 สัปดาห์ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก Applied Arts Scotland เพื่อให้ผู้ฝึกสอนเหล่านี้ สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ประกอบการ เครือข่าย และชุมชนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการหัตถกรรม หรือชุมชนที่มีความท้าทายในแง่สถานที่ตั้งหรือการใช้เทคโลยี เพื่อนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อในรูปแบบที่ยืดหยุ่น ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งเป็นการทำลายข้อจำกัดด้านดิจิทัลและสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ยั่งยืน

แดนนี่ ไวท์เฮด กล่าวว่า  “เพื่อผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม บริติช เคานซิล ได้มอบเงินทุนสนับสนุน (Seed Funding) รวมมูลค่ากว่า 2,800,000 บาท ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการนำไปริเริ่มโครงการฝึกอบรมให้แก่ชุมชน หรือเครือข่ายหัตกรรมของตนเองภายในสิ้นปีนี้ ทุนนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมศักยภาพให้ผู้ฝึกสอนได้สำรวจศักยภาพของตนเอง แต่ยังช่วยให้สามารถออกแบบการอบรมที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละพื้นที่ได้อย่างเป็นอิสระ ซึ่งเราหวังว่าผู้เข้าอบรมจะส่งต่อความรู้ที่ได้ให้กับสมาชิกในชุมชน หรือธุรกิจของตัวเองต่อไปเป็นทอด ๆ ทำให้เกิดความยั่งยืนและเห็นผลที่เป็นรูปธรรมในระยะยาว”

“โครงการนี้มุ่งหวังที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ภาคส่วนหัตถกรรมในระยะยาว บริติช เคานซิล เชื่อว่าการผสมผสานระหว่าง ‘ภูมิปัญญาดั้งเดิม’ และ ‘เทคโนโลยีสมัยใหม่’ ผ่านเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการประกอบธุรกิจหัตถกรรม ซึ่งเป็นคนทำงานในภาคหัตถกรรมทั่วโลก จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้งานหัตถกรรมไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่มรดกทางวัฒนธรรม แต่เป็นธุรกิจที่มีมูลค่าและเติบโตได้อย่างสง่างามในตลาดโลก” แดนนี่ ไวท์เฮด กล่าว