BUSINESS

ไปรษณีย์ไทยจับมือDBDปลุกพลังดิจิทัลดัน ThailandPostMart 



กรุงเทพ 4 มิถุนายน 2569 – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมโดย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์ โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SMEs ไทย” ดึงร้านค้าผู้ประกอบการ SMEs ไทย ในแพลตฟอร์มสัญชาติไทยอย่างThailandPostMart เดินหน้ายกระดับระบบเศรษฐกิจชุมชนลุยตลาดดิจิทัลคอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ ช่วยแก้ปัญหาราคาพลังงานและค่าครองชีพ โดยยกเว้นค่าธรรมเนียม GP ตลอดโครงการ พร้อมแจกโค้ดส่วนลดรวมมูลค่า 50 ล้านบาท สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยมีรองนายกฯ ‘ศุภจี’ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ ณ กระทรวงพาณิชย์

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SMEs ไทย” ร่วมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เจ้าของแพลตฟอร์ม ThailandPostMart และนางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด เจ้าของแพลตฟอร์ม Nex Gen Commerce พร้อมสื่อมวลชนและประชาชนที่รับชมผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นมาตรการเร่งด่วนตามนโยบายเรือธงของรัฐบาล เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นภาระค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนของธุรกิจ “กระทรวงพาณิชย์มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ SMEs ไทย ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนร้อยละ 35 ของ GDP ให้ขยับขึ้นไปถึงร้อยละ 40 ภายในปี 2570 โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการตลาดดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างโอกาส

ไฮไลท์สำคัญของความร่วมมือ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SMEs ไทย’ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย

·มาตรการลดต้นทุน: แพลตฟอร์ม ThailandPostMart และ Nex Gen Commerce สนับสนุนผู้ประกอบการไทย ประกาศงดเว้นค่าธรรมเนียม (GP) ตลอดโครงการ หวังลดต้นทุน-ดันกำไรสู่ผู้ประกอบการเต็มร้อย

·การอัดฉีดกำลังซื้อ: รัฐบาลสนับสนุนโค้ดส่วนลดมูลค่า 100 บาท สำหรับการซื้อขั้นต่ำ 200 บาท จำนวนรวม 500,000 โค้ด (รวมมูลค่า 50 ล้านบาท) โดยร้านค้าที่เข้าร่วม 2,000 ราย จะได้รับจัดสรรร้านละ 250 โค้ด

·ระบบโลจิสติกส์ราคาประหยัด: บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สนับสนุนค่าขนส่งอัตราคงที่เพียง 20 บาทต่อคำสั่งซื้อ พร้อมแจกคูปองส่งฟรีให้อีก 250 ใบต่อร้านค้า เพื่อลดอุปสรรคในการขนส่งสินค้าชุมชน

·การเสริมแกร่งด้วย Influencer: มีการจัดแคมเปญไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าโดย Influencer ชื่อดัง เพื่อช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขายแบบ Real-time

ด้าน นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า “ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยได้มีโอกาสและช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยได้มอบให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นำแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์ม e-Commerce ของไทย มาใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ ภาครัฐมุ่งหวังให้แพลตฟอร์มนี้เป็นมากกว่าช่องทางการจำหน่ายสินค้า แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ผ่านการเข้าถึงตลาดและโอกาสทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล โดยโครงการไทยช่วยไทยฯ ครั้งนี้นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นว่า การนำเทคโนโลยีมาผสานกับเครือข่ายการตลาดและการขนส่งที่เข้มแข็ง สามารถเปลี่ยน ‘เศรษฐกิจชุมชน’ ให้เติบโตสู่ ‘เศรษฐกิจดิจิทัลฐานราก’ ได้อย่างเป็นรูปธรรม สร้างรายได้ กระจายโอกาส และเพิ่มความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทยในระดับท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวเสริมถึงการขานรับนโยบายและแนวทางการดำเนินงานว่า ไปรษณีย์ไทยร่วมขับเคลื่อนโครงการไทยช่วยไทยฯ ด้วยการใช้ศักยภาพด้านโลจิสติกส์และเครือข่ายบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ผสานกับ ThailandPostMart แพลตฟอร์ม E-Marketplace ของไปรษณีย์ไทย ซึ่งประกอบด้วยทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ThailandPostMart ที่มุ่งเป็นช่องทางสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ OTOP เกษตรกรรายย่อย และผู้ประกอบการ SMEs ที่ยังขาดเครื่องมือและทักษะด้านการตลาดดิจิทัล ให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศได้อย่างเท่าเทียม โดยพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยฯ อย่างรอบด้าน ทั้งการยกเว้นค่าธรรมเนียม GP 0% การประชาสัมพันธ์ผ่านทุกช่องทางของ ThailandPostMart การเชื่อมต่อระบบ e-Tax Invoice สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วม เข้าถึงระบบบริหารจัดการร้านค้าและสินค้า (CMS) แบบไม่จำกัดได้ฟรี รวมถึงสนับสนุนค่าขนส่งในอัตราพิเศษเพียง 20 บาทต่อคำสั่งซื้อ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ประชาชนยังสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพจากผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศได้ในราคาที่เป็นมิตร พร้อมบริการจัดส่งมาตรฐานผ่าน EMS ในประเทศ จึงนับเป็นการเชื่อมโยงโอกาสระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคเข้าด้วยกันผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของคนไทย ที่ช่วยสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

“ไปรษณีย์ไทยขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมสนับสนุน SMEs ไทย ให้เติบโต ด้วยการอุดหนุนสินค้าผ่าน ThailandPostMart ไม่เพียงแต่จะได้สินค้าคุณภาพดีส่งตรงจากแหล่งผลิตเท่านั้น แต่ทุกการสั่งซื้อคือการกระจายรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง” ดร.ดนันท์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพจากผู้ประกอบการไทยภายใต้โครงการไทยช่วยไทยฯ สามารถเลือกช้อปสินค้าตัวท็อปกว่าพันรายการจากทั่วประเทศ อาทิ จิราพรกล้วยตาก วีทีแหนมเนือง ไข่เค็มไชยา อสม. ลูกชิ้นปลาเก็จมุกดา และสินค้าเด่นจากชุมชนและผู้ประกอบการไทยอีกมากมาย ได้ทางเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com และแอปพลิเคชัน ThailandPostMart เพียงสมัครสมาชิก ThailandPostMart และสั่งซื้อสินค้าขั้นต่ำ 200 บาท รับส่วนลดทันที 100 บาท โดยระบบจะหักส่วนลดอัตโนมัติในขั้นตอนการชำระเงิน ทั้งนี้ สามารถใช้คูปองได้ 1 ร้านค้า ต่อ 1 คำสั่งซื้อ ตลอดระยะเวลาที่ร่วมรายการ ร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ส่งต่อกำลังใจให้เศรษฐกิจชุมชน และเลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากทั่วประเทศได้อย่างสะดวก มั่นใจ พร้อมจัดส่งถึงมือด้วยมาตรฐานบริการของไปรษณีย์ไทย