TECH & AI
ฟอร์ติเน็ตผสานNVIDIAเชิงลึกยกระดับ ความปลอดภัยAIในองค์กรได้โดดเด่น
กรุงเทพฯ-ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน ประกาศเร่งขีดความสามารถของโซลูชัน FortiAIGate ด้วยแพลตฟอร์ม AI และเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ จาก NVIDIA ซึ่งโซลูชันที่พัฒนาร่วมกันนี้ช่วยปกป้องเวิร์กโหลด AI รวมถึงข้อมูลและเอเจนต์อัตโนมัติได้แบบเรียลไทม์ทั้งในดาต้าเซ็นเตอร์และบนคลาวด์ ช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบการใช้งาน AI พร้อมสร้าง ปรับใช้งาน และการขยายสู่การใช้ AI เอเจนต์ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพหรือการกำกับดูแล ทั้งนี้ การติดตั้งโซลูชันแบบ Inlineช่วยเพิ่มการมองเห็น พร้อมรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) และให้ประสิทธิภาพการป้องกันในระดับสูงด้วยความหน่วงต่ำ (Low Latency)

“องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาใช้ และทำให้ระบบรักษาความปลอดภัย กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมดังกล่าว เรากำลังร่วมมือกับ NVIDIA เพื่อมอบโซลูชันที่ช่วยให้องค์กรใช้งาน AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยยังคงรักษาสมรรถนะ ควบคุมต้นทุน และตอบโจทย์เรื่องข้อกำหนดด้านอธิปไตยทางข้อมูล ซึ่ง FortiAIGate ผสานรวม Security Fabric ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของฟอร์ติเน็ต เข้ากับระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง และ AI Factories ของ NVIDIA เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามตั้งแต่ Prompt ที่เป็นอันตราย ตลอดจนการรั่วไหลของข้อมูล โดยไม่กระทบต่อเวิร์กโฟลว์ AI” จอห์น วิทเทิล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ฟอร์ติเน็ต กล่าว
“กระแสการใช้งานเอเจนต์ AI แบบอัตโนมัติที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว กำลังผลักดันความต้องการแพลตฟอร์มประมวลผลระดับองค์กรที่ปลอดภัยและให้สมรรถนะสูงได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การที่ฟอร์ติเน็ต ผสานรวมโซลูชัน FortiAIGate เข้ากับแพลตฟอร์ม AI แบบ Full Stack ของ NVIDIA ทำให้สามารถมอบระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Zero-Trust และการกำกับดูแลแบบเรียลไทม์ ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามด้วยการย่นระยะเวลาการตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” จัสติน บอยทาโน รองประธานฝ่ายแพลตฟอร์ม AI ระดับองค์กร NVIDIA กล่าว
FortiAIGate มอบประโยชน์ทางธุรกิจแก่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI
- เร่งประสิทธิภาพการทำงานของ AI ได้อย่างปลอดภัย FortiAIGate มอบรากฐานความปลอดภัยสำหรับองค์กร ช่วยให้นำแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเอเจนต์อัตโนมัติมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งเสริมมาตรการควบคุมความปลอดภัยให้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ระหว่างการทำงาน พร้อมปกป้องระบบนิเวศเบื้องหลัง รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ MCP และเอเจนต์ AI ซึ่งการเร่งประสิทธิภาพจาก NVIDIA Blackwell GPUs และ NVIDIA Hopper ร่วมกับ NVIDIA Dynamo ที่เป็นเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สล่าสุดสำหรับให้บริการอนุมานผล AI แบบกระจายศูนย์ ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ทำให้องค์กรใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่เกิดความหน่วงที่ไม่จำเป็น ไม่ทำให้ระบบช้าลง หรือลดคุณภาพการให้บริการ อีกทั้งยังช่วยให้องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรมด้วย AI ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการผสานรวมระบบความปลอดภัยไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ต้องเพิ่มในภายหลัง
- อธิปไตยด้าน AI โหมดการใช้งานแบบ Self-Hosting ของ FortiAIGate ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนา ปรับใช้งาน และกำกับดูแล AI ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล และบุคลากรของตนเองได้ ช่วยให้มั่นใจเรื่องการดำเนินงานได้สอดคล้องตามกฎหมายท้องถิ่นและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย โดยใช้ประโยชน์จากโมเดลความปลอดภัย NVIDIA Nemotron ซึ่ง FortiAIGate สามารถตรวจสอบการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้งานและอุปกรณ์ พร้อมบันทึก Prompt และการตอบสนองจริงต่อเหตุการณ์ที่น่าสงสัย จึงช่วยลดการพึ่งพาผู้ให้บริการ AI จากต่างประเทศ และช่วยให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ใช้ในการฝึกฝนและการอนุมานผล AI จะยังคงอยู่ภายในประเทศ อีกทั้งสอดคล้องตามข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลในประเทศ เช่น GDPR ที่ช่วยปกป้องความมั่นคงของชาติและส่งเสริมความเป็นอิสระทางเทคโนโลยี
- สภาพแวดล้อม AI แบบ Zero-Trust โดย FortiAIGate ขยายหลักการรักษาความปลอดภัยแบบ Zero-Trust ครอบคลุมสภาพแวดล้อม AI เพื่อป้องกันการใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ในทางที่ผิดและลดการรั่วไหลของข้อมูล โดยสามารถจัดการทราฟฟิกของโมเดล AI ทั้งหมด พร้อมบังคับใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดสำหรับข้อมูลทั้งขาเข้าและขาออก เพื่อป้องกันการคุกคามเช่น การโจมตีแบบ Prompt Injection ที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ รวมถึงช่วยกรองเนื้อหาที่เป็นอันตรายหรือไม่ได้รับอนุญาตที่สร้างโดย AI เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าเอเจนต์ AI จะทำงานภายใต้นโยบายที่องค์กรกำหนด และช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ FortiAIGate ยังสามารถเรียนรู้บริบททางธุรกิจของโมเดล เพื่อปกป้องความถูกต้องสมบูรณ์ของระบบ และมั่นใจได้ว่าการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังคงเชื่อถือได้และสอดคล้องตามข้อกำหนดต่างๆ
- เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) FortiAIGate ที่สร้างบนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของ NVIDIA ให้ความปลอดภัย AI สำหรับเวิร์กโหลดปริมาณสูง โดยใช้ทรัพยากรฮาร์ดแวร์และพลังงานเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับโซลูชันแบบเดิมที่ใช้ CPU เป็นหลัก ทำให้องค์กรสามารถปกป้องแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ด้วยความหน่วงต่ำ โดยไม่ทำให้ระบบทำงานช้าลง อีกทั้งช่วยลดภาระของเซิร์ฟเวอร์และลดการใช้พลังงานไปในตัว ทำให้องค์กรได้สมรรถนะที่คุ้มค่าการลงทุนมากขึ้น และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ในโครงการ AI โดยระบบรักษาความปลอดภัยที่เร่งประสิทธิภาพด้วย GPU ช่วยลดภาระการประมวลผลของ CPU ทำให้นำทรัพยากรไปใช้กับเวิร์กโหลดทางธุรกิจได้มากขึ้น และไม่ต้องลงทุนฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม
- สามารถขยายการปกป้องรองรับผู้ใช้งานหลายรายบนโครงสร้างเดียวกันได้ (Scalable Multitenant Protection) FortiAIGate ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายการใช้งาน AI และสภาพแวดล้อมแบบผู้ใช้หลายราย (Multitenant) ซึ่งพบได้ทั่วไปในองค์กรและดาต้าเซ็นเตอร์ AI โดยใช้เทคนิคการจำลองเสมือนของ NVIDIA เพื่อแบ่งทรัพยากรอย่างปลอดภัยและแยกเวิร์กโหลด AI หรือชุดข้อมูลของลูกค้าแต่ละรายออกจากกัน แม้จะทำงานบนฮาร์ดแวร์เดียวกันก็ตาม ซึ่งเทคโนโลยี อย่าง NVIDIA Multi-Instance GPU ช่วยให้สามารถแบ่ง GPU ทางกายภาพหนึ่งตัวออกเป็นหลาย GPU Instances ที่ทำงานอย่างอิสระ พร้อมรับประกันคุณภาพบริการ (Quality of Service หรือ QoS) และการแยกความผิดพลาดออกจากกัน เพื่อให้บริการ AI หนึ่งไม่รบกวนหรือกระทบต่อประสิทธิภาพของบริการอื่นได้
ปรับใช้งานได้ยืดหยุ่นตั้งแต่คลาวด์จนถึงเอดจ์ (รองรับทุกรูปแบบ)
FortiAIGate รองรับการใช้งานได้ยืดหยุ่น ทั้งสภาพแวดล้อมแบบ On-Premises คลาวด์ ไฮบริด และเอดจ์ โดยพร้อมให้ใช้งานได้ทั้งในรูปแบบของอุปกรณ์ (Appliance) ที่ขับเคลื่อนด้วย GPU สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ และรูปแบบ Virtual Appliance หรือคอนเทนเนอร์บนระบบที่ได้รับการรับรองจาก NVIDIA ไม่ว่าจะเลือกใช้งานรูปแบบใดก็ตาม องค์กรยังคงได้รับการปกป้องสอดคล้องตามมาตรฐานเดียวกัน พร้อมการบริหารจัดการจากศูนย์กลาง นอกจากนี้ การปรับใช้งานแบบ Inline ระหว่างแอปพลิเคชันและโมเดล AI ยังช่วยตอบโจทย์เรื่องข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูลได้อย่างดี
มาตรฐานใหม่สำหรับระบบนิเวศ AI ที่ปลอดภัย
ฟอร์ติเน็ต กำลังกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับการรักษาความปลอดภัยระบบนิเวศ AI ด้วยการผสานรวมการบังคับใช้นโยบายแบบ Zero-Trust การตรวจจับภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ และมาตรการควบคุมความปลอดภัยเฉพาะสำหรับ AI ทำให้ FortiAIGate ช่วยให้องค์กรสามารถขยายการใช้งาน AI ได้อย่างมั่นใจ ตั้งแต่การวิเคราะห์ขั้นสูงไปจนถึงเอเจนต์ AI แบบอัตโนมัติ โดยผสานรวมระบบรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดไว้ในระบบตั้งแต่ต้น โดยความร่วมมือครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทในการพัฒนานวัตกรรม AI ตามแนวคิด Secure-by-Design ที่คำนึงถึงความปลอดภัยตั้งแต่แรกเริ่ม
