POLITICS

ตร.ระเบาะไผ่บุกรัง'เหมืองบิทคอยน์'เถื่อน ค้นตึกนิคมอุตฯศรีมหาโพธิโกงค่าไฟ



ปราจีนบุรี – ภัยความมั่นคงทางพลังงานที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด! ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ระเบาะไผ่ จังหวัดปราจีนบุรี จับมือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาศรีมหาโพธิ เปิดปฏิบัติการเชิงรุก บุกทลายแหล่งผลิต "เงินดิจิทัล" หรือการขุดเหมืองบิทคอยน์เถื่อน หลังพบความผิดปกติของมิเตอร์ไฟฟ้าและค่ากระแสไฟฟ้าที่พุ่งสูงจนผิดสังเกต ตอกย้ำพฤติการณ์แสบที่ฉวยโอกาสใช้ทรัพยากรส่วนรวมเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนย่านนิคมอุตสาหกรรม อ.ศรีมหาโพธิ

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569   ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  พบ เพจ RTP CYBER village สภ.ระเบาะไผ่ อ.ศรีมหาโพธิ  จ.ปราจีนบุรี ได้ระบุข้อความพร้อมภาพขณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จับกุมว่า  ...   ตำรวจระเบาะไผ่ จับมือ การไฟฟ้าศรีมหาโพธิ บุกทลายเหมืองขุด Bitcoin เถื่อน! ลักใช้ไฟหลวงทำรายได้เข้ากระเป๋า โดย พล.ต.ต.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ฐาปนะ คลอสุวรรณา ผกก.สภ.ระเบาะไผ่ และตำรวจ สภ.ระเบาะไผ่ บูรณาการร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาศรีมหาโพธิ และธนาคารกรุงเทพ เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ย่าน ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี หลังจับพิรุธมิเตอร์ไฟฟ้ารอยงัดแงะ และค่ากระแสไฟฟ้าผิดปกติสูงกว่าที่แสดงบนมิเตอร์อย่างน่าสงสัย

ผลการตรวจค้นห้องเช่า 2 จุด พบ "เครื่องขุดบิทคอยน์" ของกลางรวม 30 เครื่อง โน๊ตบุ๊ค 2 ตัว และระบบระบายความร้อนติดตั้งครบชุด เดินสายไฟขนาดใหญ่ลักลอบดัดแปลงมิเตอร์ไฟฟ้า โดยรู้ชื่อที่อยู่ผู้กระทำความผิดเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าเก็บวัตถุพยาน-ลายนิ้วมือแฝงเรียบร้อยแล้ว ด้านพนักงานสอบสวนเตรียมขยายผลออกหมายเรียกผู้เช่าอาคารและผู้ขอจดทะเบียนมิเตอร์ไฟฟ้า และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เดินหน้าปราบปรามขบวนการโกงไฟหลวงเพื่อประโยชน์ส่วนตนต่อไป …  

ทางด้าน พ.ต.อ.ฐาปนะ คลอสุวรรณา ผกก.สภ.ระเบาะไผ่ อ.ศรีมหาโพธิ เปิดเผยว่า    เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นจากการตรวจสอบความผิดปกติในพื้นที่ ต.หนองโพรง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบรอยงัดแงะที่มิเตอร์ไฟฟ้า ประกอบกับข้อมูลค่ากระแสไฟฟ้าที่ไม่สัมพันธ์กับการใช้งานจริง สร้างความสงสัยว่ามีการ “ลักลอบดัดแปลง” ระบบเพื่อหลบเลี่ยงค่าไฟ จนนำไปสู่การบูรณาการกำลังเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นเป้าหมาย

จากการสอบถามเบื้องต้นพบว่า ผู้กระทำความผิดเป็นคนไทยที่เช่าอาคารทำธุรกิจส่วนตัว และมีการใช้ไฟฟ้านอกมิเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งการไฟฟ้าฯ สังเกตเห็นยอดการใช้ไฟฟ้าลดลงผิดปกติ (จากเดิมที่เคยใช้แพง) จึงเข้าตรวจสอบจนพบการกระทำผิด โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมขยายผลออกหมายเรียกผู้เช่าอาคาร รวมถึงผู้ที่มีชื่อขอจดทะเบียนมิเตอร์ไฟฟ้าและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีในข้อหา “ลักทรัพย์” (กระแสไฟฟ้า) ซึ่งเป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ พร้อมฝากเตือนเจ้าของอาคารให้เช่า ควรตรวจสอบพฤติกรรมผู้เช่าให้ใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นผู้สนับสนุนหรือผู้ต้องหาในคดีอาญาโดยไม่รู้ตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม  ” เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจได้ง่ายที่สุด “บิทคอยน์” (Bitcoin) เปรียบเสมือน “ทองคำในโลกดิจิทัล” ที่มีมูลค่าซื้อขายแลกเปลี่ยนได้จริง ส่วน “เหมืองบิทคอยน์” นั้นไม่ใช่การใช้จอบเสียมไปขุดดิน แต่เป็นการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงทำงานแทนคน โดยมีรายละเอียดดังนี้:


• หน้าที่ของเครื่องขุด: คอมพิวเตอร์เหล่านี้ทำหน้าที่เป็น “นักบัญชีจอมขยัน” คอยตรวจสอบและบันทึกรายการโอนเงินบิทคอยน์ทั่วโลกผ่านการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน เพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบ
• รายได้: เมื่อเครื่องขุดแก้โจทย์สำเร็จ ระบบจะมอบบิทคอยน์เป็นรางวัลเปรียบเสมือนเงินเดือน จึงเป็นที่มาของการเรียกการทำงานนี้ว่าการ “ขุด” และเรียกสถานที่รวมเครื่องคอมพิวเตอร์ว่า “เหมือง”
• ต้นทุนที่แพงหูฉี่: เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องเปิดทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีพัก ทำให้กินไฟมหาศาล

ปมเหตุแห่งการกระทำผิดกฎหมาย จากรายงานของเจ้าหน้าที่ระบุว่า ค่าไฟฟ้าคือต้นทุนหลักที่สูงที่สุดของธุรกิจนี้ เมื่อผู้ประกอบการต้องแบกรับค่าไฟในอัตราปกติ   จึงเลือกทางที่ผิดด้วยการ “ลักลอบต่อตรง” หรือ “ดัดแปลงมิเตอร์” เพื่อไม่ต้องจ่ายค่าไฟหลวง นำมาเป็นกำไรเข้ากระเป๋าตนเอง

มานิตย์   สนับบุญ/ ปราจีนบุรี